Menu
195907

Rami Malek จากฝาแฝดผู้อพยพชาวอียิปต์และเด็กส่งพิซซ่า สู่นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมรางวัลออสการ์จากบท Freddie Mercury

11.02.2019
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

5 Mins. Read
  • รามี มาเลก ถูกเลี้ยงดูมาโดยพ่อและแม่ซึ่งเป็นผู้อพยพจากประเทศอียิปต์ เขาเกิดและเติบโตในนครลอสแอนเจลิส พร้อมๆ กับน้องชายฝาแฝดชื่อ ซามี ที่อายุห่างจากเขาเพียงแค่ 4 นาที
  • หลังเรียนจบ กว่าที่เส้นทางชีวิตการเป็นนักแสดงอาชีพของเขาจะเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นที่รู้จักก็ต้องผ่านพ้นอุปสรรคมาพอสมควร ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นคนทำแซนด์วิชและเป็นเด็กส่งพิซซ่าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในฮอลลีวูด เพื่อหารายได้ให้พอมีกินมีใช้ในแต่ละวัน
  • การแสดงครั้งแรกของเขาคือบทบาทในทีวีซีรีส์ Gilmore Girls เมื่อปี 2004 ก่อนที่อีก 2 ปีถัดมาเขาจะเริ่มเป็นที่รู้จักจากบทบาท ฟาโรห์อัคเมนราห์ ในภาพยนตร์ Night at the Museum
  • ผลงานแจ้งเกิดที่ทำให้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือการรับบทนำในซีรีส์ดราม่า-ทริลเลอร์ยอดนิยม Mr. Robot ที่เขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทดราม่าซีรีส์ของ Primetime Emmys Awards และ Critics’ Choice Awards มาครองได้เมื่อปี 2016

 

 

คงจะไม่ผิดนัก หากเราจะบอกว่า รามี มาเลก นักแสดงชายร่างเล็กกะทัดรัดแต่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ผู้นี้คือหนึ่งในนักแสดงที่กำลังมาแรงที่สุดคนหนึ่งของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้

 

เมื่อเดือนก่อน เขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทดราม่าจากงานประกาศรางวัลลูกโลกทองคำ หรือ Golden Globe Awards ก่อนที่จะคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัลของสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ หรือ Screen Actors Guild Awards มาครอง และล่าสุดเขาชนะรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากงานประกาศรางวัลที่ทรงอิทธิพลและทรงคุณค่ามากที่สุดในโลกอย่าง The Academy Awards หรืองานออสการ์ ประจำปี 2019 ซึ่งนับเป็นออสการ์รางวัลแรกในชีวิตของเขา

 

ทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นล้วนเป็นผลที่เกิดจากความสามารถในการถ่ายทอดบทบาทการแสดงอันยอดเยี่ยมของ รามี มาเลก หลังจากที่เขารับบทเป็น เฟรดดี เมอร์คิวรี ใน Bohemian Rhapsody ภาพยนตร์ชีวประวัติของ Queen วงร็อกระดับตำนาน ซึ่งกลายเป็นความสำเร็จสูงสุดในแบบที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

 

รามี และฝาแฝด ซามี มาเลก

 

รามี มาเลก คือใคร

รามี มาเลก หรือชื่อเต็ม รามี ซาอิด มาเลก คือนักแสดงหนุ่มชาวอเมริกัน วัย 37 ปี เขาถูกเลี้ยงดูมาโดยพ่อและแม่ซึ่งเป็นผู้อพยพจากประเทศอียิปต์ เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาในนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมๆ กับน้องชายฝาแฝดชื่อ ซามี ผู้ที่อายุอานามห่างกันกับเขาเพียงแค่ 4 นาที

 

รามีจบปริญญาตรีเอกละครเวทีจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอวันส์วิลล์ รัฐอินเดียนา เมื่อปี 2003 และแน่นอนว่าหลังเรียนจบ เส้นทางชีวิตการเป็นนักแสดงอาชีพของเขาก็แทบไม่ได้ต่างไปจากนักแสดงชื่อดังหลายๆ คนเท่าไรนัก ที่กว่าจะมีชื่อเสียงโด่งดังก็ต้องพบเจอกับปัญหาและผ่านพ้นอุปสรรคมาไม่น้อย

 

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเด็กทำแซนด์วิชและส่งพิซซ่าที่ร้านอาหารในฮอลลีวูดเพื่อหารายได้ให้พอมีกินมีใช้ในแต่ละวัน แต่ด้วยความหวังลึกๆ ในใจที่อยากจะได้งานเป็นนักแสดง ทำให้ตลอดช่วงเวลาที่ทำงานส่งพิซซ่า รามีได้ทำเรซูเมแนะนำตัวเองส่งไปออดิชันตามสถานที่ต่างๆ ควบคู่ไปด้วย และหากจะพูดว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสายนักแสดงของรามีก็คงไม่ผิดนัก

 

 

 

หลังจากต้องต่อสู้กับช่วงเวลาอันยากลำบากที่ตัวเขาพยายามไขว่คว้าหาโอกาส หลังเรียนจบได้ปีกว่าๆ ดูเหมือนว่าโชคชะตาจะไม่ทอดทิ้ง เมื่อรามีได้รับโอกาสทางการแสดงเป็นครั้งแรกจากบทบาทในทีวีซีรีส์แนวดราม่า-คอเมดี้เรื่อง Gilmore Girls ในปี 2004 ก่อนที่อีก 2 ปีถัดมาเขาจะเริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของผู้คนจากบทบาท ฟาโรห์อัคเมนราห์ ในภาพยนตร์แอดเวนเจอร์-คอเมดี้ Night at the Museum ภาพยนตร์ไตรภาคของผู้กำกับ ฌอน เลวี ที่เขาร่วมแสดงครบทุกภาค

 

ถึงแม้การแสดงใน Night at the Museum จะทำให้รามีเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น และหากไม่นับรวมภาพยนตร์ที่เขาได้เล่นภายใต้บทบาทเล็กๆ ซึ่งไม่ได้มีความโดดเด่นอะไรมากมายอย่าง Larry Crowne, Battleship, The Twilight Saga: Breaking Dawn – Part 2, The Master ฯลฯ ผลงานแจ้งเกิดที่ทำให้เขาเฉิดฉายจนทำให้กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นจริงๆ คือการรับบทนำใน Mr. Robot ซีรีส์ดราม่า-ทริลเลอร์ยอดนิยมของสหรัฐอเมริกาที่ออกอากาศผ่านช่อง USA Network ซีรีส์โทนหม่นเรื่องนี้เล่าถึง เอลเลียต แอนเดอร์สัน แฮกเกอร์ผู้เกลียดการเข้าสังคมและต้องการจะล้มล้างระบบทุนนิยมเพื่อสร้างความเท่าเทียมให้เกิดขึ้นกับคนในสังคม

 

รามีได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทดราม่าที่งาน Primetime Emmys Awards เมื่อปี 2016

 

โปสเตอร์ซีรีส์ Mr. Robot

 

เพราะความสำเร็จจากการแสดงที่น่าจดจำใน Mr. Robot ที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักและเติบโตในฐานะนักแสดงที่มีความสามารถ ผ่านการยืนยันและพิสูจน์มาแล้วจากการที่เขาคว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทดราม่าซีรีส์ของ Primetime Emmys Awards และ Critics’ Choice Awards มาครองได้เมื่อปี 2016

 

ช่วงปี 2016 ดูเหมือนจะเป็นปีที่รามีประสบความสำเร็จไปอีกขั้น เนื่องจากบทบาทการแสดงของเขาใน Mr. Robot ได้รับคำชมจากคนดูและสื่อหลายสำนักว่าเป็นหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของเขา แต่ใครไปจะรู้ว่าในอีกไม่กี่ปีต่อมารามีจะโด่งดังเป็นพลุแตกยิ่งกว่าเดิมจากการรับบทบาทที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผลงานทางการแสดงที่ดีที่สุดในชีวิต กับภาพยนตร์ทุนสร้างต่ำแต่ผลลัพธ์เกินคาดที่กำลังเป็นกระแสที่สุดเรื่องหนึ่งในเวลานี้

 

Bohemian Rhapsody (2018)

 

Bohemian Rhapsody

ในปี 2018 รามีได้รับโอกาสที่ถือว่าเป็นความท้าทายอย่างมากต่ออาชีพการงานของเขา นั่นก็คือการต้องสวมบทเป็น ‘เฟรดดี เมอร์คิวรี’ ฟรอนต์แมนผู้ล่วงลับของ Queen วงดนตรีร็อกระดับตำนานที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในวงดนตรีที่ดีที่สุดในโลก

 

ซึ่งงานนี้รามีต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละครนี้ให้ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาลงทุนทำทุกอย่างเพื่อทุ่มเทให้กับการแสดงครั้งนี้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างโค้ชฝึกสอนการเคลื่อนไหว เข้าคอร์สเรียนร้องเพลงและเล่นเปียโน หรือแม้แต่การเปลี่ยนภาพลักษณ์โดยการใส่ฟันปลอมเพื่อทำให้ฟันดูยื่นออกมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือนของเฟรดดี ที่ตัวรามีเองบอกว่ามันช่างเป็นอะไรที่อึดอัดเหลือเกินกับการต้องทำอะไรหลายอย่างในขณะที่สวมใส่มันอยู่

 

“มันยากมากที่ต้องร้องเพลงในระหว่างที่ใส่ฟันปลอมนี่ไว้ด้วย เวลาจะพูดก็ยาก ตอนจูบก็ยากครับ แต่ผมว่ามันสำคัญมากนะ ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไรเวลาไม่ได้ใส่มัน” เขากล่าว

 

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าทึ่งคือการที่รามีออกมาเปิดเผยว่าเขาได้ทำการศึกษาวิดีโอคอนเสิร์ต Live Aid ในปี 1985 ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นโชว์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดของวง Queen โดยรามีเปิดดูไปประมาณ 1,500 ครั้ง เพื่อซึมซับบรรยากาศและวิธีการเคลื่อนไหวร่างกายบนเวทีของเฟรดดี

 

สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าตัวรามีเองเป็นนักแสดงที่เต็มไปด้วยสปิริต ความมุ่งมั่น และความทะเยอทะยานไม่น้อยไปกว่าใคร

 

 

 

นับตั้งแต่หนังเข้าฉายจนถึงวันนี้ Bohemian Rhapsody ประสบความสำเร็จแบบเกินความคาดหมายไปมหาศาล เพราะในปัจจุบันหนังกวาดรายได้ทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทุนสร้างเพียง 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นแท่นกลายเป็นภาพยนตร์ชีวประวัติทางดนตรีที่ประสบความสำเร็จและทำรายได้สูงสุดตลอดกาลเป็นที่เรียบร้อย

 

ทางด้านการแสดง ถึงตรงนี้ก็คงจะไม่มีใครสงสัยในความสามารถของชายที่ชื่อ รามี มาเลก อีกต่อไป เพราะหากใครที่ได้ชม Bohemian Rhapsody ย่อมรู้ดีว่าการแสดงของเขาในภาพยนตร์เรื่องนี้มันยอดเยี่ยมขนาดไหน และรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก 3 เวทีใหญ่ที่เขาเพิ่งคว้ามาก่อนหน้านี้อย่าง Golden Globe Awards, Screen Actors Guild Awards และ The Academy Awards ก็น่าจะเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี

 

“บางครั้งเขาก็ทำให้เราลืมไปเลยว่าเขาคือรามี มาเลก” ไบรอัน เมย์ มือกีตาร์วง Queen กล่าว

 

รามีที่งานพรีเมียร์หนัง Bohemian Rhapsody ที่ลอนดอน

 

 

จากเด็กหนุ่มส่งพิซซ่าในวันนั้นสู่การเป็นนักแสดงยอดฝีมือที่ผู้คนจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งของวงการในวันนี้ มันเกินฝันแล้วสำหรับเส้นทางการเป็นนักแสดงอาชีพของรามี เพราะจะกี่รางวัลที่เขาได้ครอบครองก็คงไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะการแสดงของเขาใน Bohemian Rhapsody ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์และภาพจำในใจของคนดูทั่วโลกไปแล้ว

 

สิ่งเดียวที่หากจะยังรู้สึกเสียดายคือ เฟรดดี เมอร์คิวรี ไม่มีโอกาสได้อยู่ชมและรับรู้ถึงความมหัศจรรย์ในตัวของชายหนุ่มที่ชื่อว่า รามี มาเลก คนที่รับบทบาทเป็นตัวเขาและทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้อย่างไร้ที่ติ

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE

FOLLOW US

RELATED STORIES

MOST POPULAR