×

ศาลอาญากรุงเทพใต้ยกคำร้อง ‘รวิสรา’ จำเลยคดี 112 ไปเรียนต่อ หลังได้ทุนต่อ ป.โท ที่เยอรมนี หวั่นหลบหนี

โดย THE STANDARD TEAM
03.03.2022
รวิสรา เอกสกุล

วันนี้ (3 มีนาคม) กฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า วันนี้ศาลอาญากรุงเทพใต้มีคำสั่งยกคำร้องที่ รวิสรา เอกสกุล จำเลยที่ 11 ในคดีที่พนักงานอัยการฟ้อง ร่วมกันทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดจะก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร เพื่อทำให้ประชาชนละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และคดีหมิ่นเบื้องสูง จากกรณีอ่านแถลงการณ์ภาษาเยอรมันในการชุมนุมหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563

 

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องเห็นได้ว่าจำเลยที่ 11 ยังไม่ผ่านการคัดเลือกว่าจะได้รับทุนหรือไม่ ทั้งเงื่อนไขที่จำเลยที่ 11 เสนอมาว่าหากได้รับอนุญาต จำเลยที่ 11 ยินดีจะไปรายงานตัวและแสดงที่อยู่ต่อสถานทูตหรือสถานกงสุลไทยที่ประเทศเยอรมนีทุกๆ 30 วัน โดยขอให้อาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นนายประกันของจำเลยที่ 11 และบิดาของจำเลยที่ 11 เป็นผู้กำกับดูแลตามเงื่อนไข แต่บุคคลทั้งสองอยู่ในประเทศไทย ส่วนจำเลยที่ 11 อยู่ต่างประเทศ จึงเป็นการยากที่จะกำกับดูแลให้จำเลยที่ 11 ปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ จึงไม่เป็นการหนักแน่นเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 11 จะปฏิบัติตามเงื่อนไขโดยเคร่งครัด จนกลับมาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีของศาลได้ตามกำหนด ซึ่งเงื่อนไขการประกันตัวห้ามว่าจำเลยที่ 11 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรนั้นเป็นข้อสำคัญในการอนุญาต เพราะเกรงว่าจำเลยที่ 11 จะหลบหนี กรณีจึงยังไม่มีเหตุให้อนุญาตให้จำเลยที่ 11 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ให้ยกคำร้อง

 

กฤษฎางค์ระบุต่อไปว่า สำหรับรวิสรา เรียนจบจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับทุนไปศึกษาต่อปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนี เเละในช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม จะต้องเดินทางทดสอบความพร้อมก่อน เเละถ้าทดสอบผ่านจะได้เรียนถึงปี 2567

 

ในส่วนคดีอาญาศาลนัดพิจารณาคดีช่วงเดือนมีนาคม 2566 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาคาบเกี่ยวกัน นับเป็นเรื่องน่าเสียดาย เเละรวิสราเสียใจมากที่ศาลกลับไม่อนุญาตให้ไป เนื่องจากตนเห็นว่าการได้ทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อตัวรวิสรา เพราะหวังว่าจะเอาความรู้ความสามารถภาษาเยอรมันมาพัฒนาประเทศไทย เเละปีหน้าจะครบรอบ 160 ปี สัมพันธ์ไทย-เยอรมนี จึงมองว่าการที่รวิสราได้ไปเรียนจะมีผลกับความสัมพันธ์ ซึ่งเมื่อยื่นคำร้องไปครั้งเเรกศาลก็ไม่อนุญาต ในครั้งนี้ก็เลยขอยื่นด้วยเหตุผลเพื่อไปเรียนไปทดสอบก่อน โดยในคำร้องยืนยันว่า มีนาคม 2566 รวิสราจะกลับมาเพื่อรับการพิจารณาคดี โดยถ้าศาลไม่ไว้ใจ ก็สามารถให้รายงานตัวที่สถานทูตไทยในเยอรมนีเป็นระยะๆ โดยมีอาจารย์ที่จุฬาฯ ที่เป็นนายประกันดูแลให้

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทาง เกออร์ก ชมิดท์ เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย ได้ส่งหนังสือถึงรวิสรา โดยมีความว่า “ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสแสดงความยินดีกับคุณ เนื่องในวาระที่คุณได้รับมอบทุนการศึกษาจากศูนย์บริการการแลกเปลี่ยนทางวิชาการเยอรมัน (DAAD) ในโปรแกรมเฮลมูท-ชมิดท์ สำหรับการศึกษามหาบัณฑิตในหลักสูตรปริญญาโท ‘มหาบัณฑิตด้านการจัดการในองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร’ ณ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ประยุกต์ออสนาบรีค ณ สหพันธรัฐเยอรมนี รวมถึงหลักสูตรภาษาเพื่อการเตรียมตัว ณ กรุงเบอร์ลิน (ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2565 – 31 สิงหาคม 2567 ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง เพราะมีเพียงนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยชั้นเยี่ยมและผู้ที่มีแนวโน้มเป็นอย่างสูงว่าจะประสบความสำเร็จเท่านั้นที่ถือเป็นผู้มีคุณสมบัติเพียบพร้อม

 

“สำหรับทุนการศึกษาระยะยาวเช่นนี้ ข้าพเจ้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การไปศึกษาต่อ ณ สหพันธรัฐเยอรมนีในครั้งนี้ จะไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์กับตัวของคุณเองเท่านั้น แต่จะยังเป็นการนำประโยชน์กลับมาสู่ประเทศของคุณด้วยเช่นกัน เมื่อคุณนำความรู้ความสามารถที่สั่งสมเล่าเรียนมาใช้งานให้เป็นประโยชน์ในอาชีพการงานของคุณในอนาคต ในปี 2565 นี้ยิ่งนับว่ามีความหมายที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีที่เราเฉลิมฉลองให้กับความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สหพันธรัฐเยอรมนี และมิตรภาพแน่นแฟ้นที่บรรจบครบ 160 ปี ข้าพเจ้าขอแนะนำให้คุณเข้ายื่นขอวีซ่าที่แผนกกงสุล ณ สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีอย่างเร็วที่สุด เมื่อคุณสะดวก หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่ปรึกษาแผนกวัฒนธรรม ณ สถานเอกอัครราชทูตแห่งนี้”


READ MORE






Latest Stories