×

เปิดประชุมสภาต้น ธ.ค. นี้ รัฐดันกฎหมายสมรสเท่าเทียมเต็มที่ พบมีแค่เพื่อไทยเสนอพรรคเดียวจากซีกรัฐบาล

โดย THE STANDARD TEAM
31.10.2023
กฎหมายสมรสเท่าเทียม

วันนี้ (31 ตุลาคม) ชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เร่งรัดให้นำร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม รับฟังความเห็นประชาชน (ประชาพิจารณ์) และนำมาให้ ครม. พิจารณาเพื่อส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรภายใน 15 วัน 

 

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้เป็นร่างของหน่วยงานใดเป็นเจ้าภาพ เพราะการเสนอกฎหมายจะต้องผ่านที่ประชุมรัฐสภา แต่เมื่อ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ทำให้ร่างกฎหมายทั้งหมดในสภาตกไป

 

การจะเสนอร่างกฎหมายขึ้นมาใหม่ได้ต้องผ่านผู้มีสิทธิทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ครม., สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ไม่น้อยกว่า 20 คน และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อกัน 10,000 ชื่อขึ้นไป 

 

ฝ่ายภาคประชาชนเคยมีการเปิดให้ประชาชนเข้าชื่อและร่วมลงชื่อเสนอร่างดังกล่าวแล้ว

 

ขณะที่ สส. พรรคก้าวไกลก็เสนอร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมอีกครั้งในสภาชุดนี้ ซึ่งเป็นฉบับที่มีเนื้อหาเดียวกับร่างที่เคยเสนอต่อรัฐสภา โดยได้เปิดรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา 

 

เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทยที่เคยแสดงจุดยืนเพื่อ LGBTQIA+ ไทยว่า พรรคพร้อมสนับสนุนและร่วมเป็นแรงส่งในการผ่านร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม เพื่อรับประกันสิทธิสมรสสำหรับคู่รักทุกเพศ ด้วยหลักของสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งพรรคเคยเสนอแนวคิดให้คนรักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้ตามกฎหมายในสมัยนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แต่ถูกต่อต้าน 

 

ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีความพยายามให้มีกฎหมายรับรองคู่รักเพศเดียวกันอีกครั้ง ในการเสนอร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดรัฐบาลเศรษฐาได้จัดประชุมเกี่ยวกับกฎหมาย 3 ฉบับ ‘ภาคีกฎหมายภาคประชาชน 3 ฉบับ เพื่อความเป็นธรรมทางเพศ’ จากองค์กรภาคสังคม 36 องค์กร ที่ได้มีการยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ดังนี้ 

 

  1. กฎหมายสมรสเท่าเทียม หรือ (ร่าง) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ….
  2. กฎหมายการรับรองเพศสภาพ หรือ (ร่าง) พระราชบัญญัติรับรองอัตลักษณ์ทางเพศสภาพ การแสดงออกทางเพศสภาพและคุณลักษณะทางเพศ พ.ศ. ….
  3. การทำให้พนักงานบริการถูกกฎหมาย หรือ (ร่าง) พระราชบัญญัติยกเลิกพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2539

 

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ในวาระแรกของการเปิดประชุมสมัยต่อไปที่จะเริ่มต้นขึ้นประมาณต้นเดือนธันวาคม จะผลักดันร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมอย่างเต็มที่ ขอให้สบายใจว่าทำได้ และเข้าใจว่าเรื่องที่ทุกท่านกำลังคุยมานี้ยังมีอีกหลายเรื่อง รวมไปถึงเรื่องการใช้คำนำหน้า

 

หากย้อนดูคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีเศรษฐาที่แถลงต่อรัฐสภา พบว่า มีการระบุว่า “รัฐบาลจะผลักดันให้มีกฎหมายสนับสนุนสิทธิและความเท่าเทียมของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ” ซึ่งก็ต้องจับตากันต่อไปว่า ครม. จะเสนอร่างกฎหมายที่รับรองสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศเข้าสภาทันวาระแรกหรือไม่ และมีเนื้อหาอย่างไร

 

ขณะเดียวกัน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยกับทีม THE STANDARD ว่า ร่างกฎหมายที่นำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. มาจาก สส. ฝั่งรัฐบาล คิดว่าน่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยพรรคเดียว เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีพรรคไหนเสนอ มีเพียงพรรคเพื่อไทยที่เรารับปากตั้งแต่หาเสียงและเป็นนโยบายหลักของเรา

 

เมื่อถามว่า จะไม่ถูกมองว่าเป็นการปาดหน้าพรรคก้าวไกลที่เสนอเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นหรือไม่ ชัยกล่าวว่า “เราไม่ได้มองประเด็นนั้นเลย ในที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึงก้าวไกลจะเสนอแล้วเราต้องเร่งสปีดเพื่อแซงหน้าเขา ในที่ประชุมเราไม่พูดถึงก้าวไกลเลยดีกว่าด้วย พูดถึงแต่เรื่องกฎหมายของเรา ส่วนมันจะไปปาดหน้าไหม จะไปตามหลังเขาไหม ไม่ได้คุยกัน” 

 

ชัยยังกล่าวด้วยว่า การรับข้อเสนอของกลุ่ม ‘ภาคีกฎหมายภาคประชาชน 3 ฉบับ เพื่อความเป็นธรรมทางเพศ’ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีพูดถึงประเด็นกลุ่มต่างๆ ได้ถูกใจกลุ่มที่มาสะท้อนถึงความเข้าใจของนายกรัฐมนตรีว่า สิทธิเสรีภาพของคนไม่ควรถูกจำกัดด้วยเพศสภาพ และต้องยอมรับเพศสภาพแทนที่จะยึดถือเพศกำเนิด ฉะนั้น ต้องแก้ไขและใส่ไปในบทบัญญัติใหม่เพื่อตอบสนองต่อจุดยืนนี้

 

พร้อมกันนี้ ที่ประชุม ครม. ยังมอบหมายให้ พวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวเรือใหญ่ในการเข้าไปจัดงาน Bangkok World Pride ที่จะจัดขึ้นในปี 2568 โดยจะมีการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกันในเร็วๆ นี้

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งนำร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเข้ามาพิจารณาใน ครม. ภายใน 15 วัน ก่อนจะส่งต่อไปยังสภา เนื่องจากนายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องภาวะปัญหา PM2.5 ซึ่งครั้งนี้คาดว่าจะเริ่มมีปัญหาในช่วงปลายเดือนมกราคม 2567 จึงอยากเร่งรัดในการจัดการแก้ไขปัญหานี้


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising