Menu
112958

ลิเวอร์พูลคว้าแชมป์! ทุ่มเงินเสริมทัพเยอะสุด 176 ล้านปอนด์ สรุปตลาดซื้อขายพรีเมียร์ลีก 2018-19

10.08.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

4 Mins. Read
  • สโมสรพรีเมียร์ลีกทุ่มเงินทั้งหมด 1,210 ล้านปอนด์ ก่อนจะปิดตลาดเร็วขึ้น ก่อนฤดูกาลเริ่มต้นเป็นครั้งแรก
  • ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่ทุ่มเงินเยอะที่สุดในการเสริมทัพที่ 176 ล้านปอนด์ พร้อมหลายฝ่ายเชื่อมั่น เป็นทีมที่เสริมทัพได้น่ากลัวที่สุดในตลาดครั้งนี้
  • สถิตินักเตะที่ย้ายเข้ามาพร้อมกับค่าตัวสูงสุดตกเป็นของ เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสเปน และอลิสสัน เบคเกอร์ ผู้รักษาประตูชาวบราซิล ที่ทำลายสถิติโลกกันเองภายในเวลาไม่ถึง 20 วัน
  • ผู้รักษาประตูเป็นตำแหน่งที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษในตลาดซื้อขายครั้งนี้ พร้อมกับสถิติใหม่ที่เกิดขึ้น บ่งบอกได้ว่าสโมสรเริ่มให้ความสำคัญกับนักเตะทุกตำแหน่งมากกว่าในอดีต ที่พร้อมทุ่มเงินให้กับนักเตะในแดนรุกมากกว่า

ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะของพรีเมียร์ลีกอังกฤษประจำฤดูกาล 2018-19 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทางลีกตัดสินใจปิดตลาดของฤดูกาลที่จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการเพียงหนึ่งวัน

 

โดยตลาดซื้อขายนักเตะปิดลงเมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 9 สิงหาคม ตามเวลาประเทศไทย โดยสโมสรในพรีเมียร์ลีกอังกฤษใช้เงินกันไปทั้งสิ้น 1,210 ล้านปอนด์ จากการรายงานของ Telegraph สื่อออนไลน์ประเทศอังกฤษ

 

 

โดยช่วงเวลาก่อนตลาดปิดนับตั้งแต่ช่วงเย็นของประเทศไทย จากการสำรวจทิศทางข่าวสารทั้งหมดจะอยู่ที่รองแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีข่าวกับกองหลังไม่ซ้ำหน้ากันตลอดหลายวันที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนตลาดจะปิดลง ก็ยังไม่มีการรายงานข่าวดีให้กับแฟนปีศาจแดงได้รับ

 

จนสุดท้ายสองชั่วโมงก่อนตลาดจะปิดตัวลง ทีมใหญ่ทั้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล เชลซี และอาร์เซนอล ต่างก็ไม่มีท่าทีการเสริพทัพในวันสุดท้ายหลังจากการเดินหน้าสร้างความเคลื่อนไหวตลาดการซื้อขาย แต่กลับกลายเป็นเอฟเวอร์ตัน ทีมร่วมเมืองลิเวอร์พูลที่สร้างเซอร์ไพรส์ในช่วงท้าย

 

 

พวกเขาปิดดีลคว้านักเตะถึง 3 คน ประกอบไปด้วย กองหลังทีมชาติโคลอมเบีย เยอร์รี มินา จากบาร์เซโลนา ด้วยค่าตัว 27.19 ล้านปอนด์ ยืมตัว อังเดร โกเมส ด้วยสัญญา 1 ปี และคว้าตัว เบอร์นาร์ด ปีกตัวเก่งของชักตาร์ โดเน็ตส์ก นอกจากนี้ยังมีข่าวแย่งตัว เคิร์ท ซูมา ที่มีข่าวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เตรียมย้ายออกจากเชลซี แต่สุดท้ายดีลนี้ก็ไม่เกิดขึ้น

 

 

ขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เปิดฉากบุกหากองหลัง ตกเป็นข่าวกับทั้ง ดิเอโก โกดิน ปราการหลังแอตเลติโก มาดริด, แฮร์รี แม็กไกวร์ จากเลสเตอร์ ซิตี้, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ จากทอตแนม ฮอตสเปอร์, เยโรม บัวเต็ง จากบาเยิร์น มิวนิค และเคิร์ท ซูมา จากเชลซี แต่สุดท้ายพวกเขาก็ปิดฉากตลาดซื้อขายนักเตะในวันสุดท้ายแบบไม่สามารถปิดดีลที่ต้องการได้

 

พร้อมกับได้รับบทสัมภาษณ์สุดแสบจากหนึ่งในเป้าหมายอย่าง แฮร์รี แม็กไกวร์ จากเลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งโคลด ปูแอล กุนซือชาวฝรั่งเศส ผู้จัดการทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความต้องการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไว้ว่า

 

“ผมมั่นใจว่าเขา ​(แฮร์รี แม็กไกวร์) จะไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เขาจะไปเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น เพราะเราลงสนามเล่นกับพวกเขาในวันศุกร์นี้”

 

แต่ทีมที่สร้างสถิติใหม่ในครั้งนี้คือ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ที่สร้างสถิติไม่ซื้อนักเตะใหม่สักคนเดียวในตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003

 

 

ขณะที่ผู้ชนะอย่างเป็นทางการในการซื้อขายนักเตะครั้งนี้ หลายฝ่ายยกให้ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นสโมสรที่ใช้งบประมาณในการเสริพทัพเยอะที่สุดที่ 176 ล้านปอนด์ ประกอบไปด้วย ฟาบินโญ (43.7 ล้านปอนด์) นาบี เกอิตา (52.8 ล้านปอนด์) เซอร์ดาน ชากิรี (13.5 ล้านปอนด์​) อลิสสัน เบคเกอร์ (66 ล้านปอนด​์) และดาวรุ่งอย่าง บ๊อบบี้ ดังแคน จากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่ง บิ๊กจ๊ะ-สาธิต กรีกุล ผู้ประกาศข่าวสายกีฬา ได้ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD เผยว่า ลิเวอร์พูลคือผู้ชนะในตลาดซื้อขายนักเตะครั้งนี้

 

“มองจากขุมกำลังเดิมและการซื้อตัวเข้ามาเสริม มองว่าที่น่ากลัวที่สุดคือ ลิเวอร์พูล เพราะเขาเสริมตัวได้ดี ซื้อตัวมาเพิ่มเติมความแข็งแกร่งได้เยอะ ที่สำคัญคือฤดูกาลที่แล้วลิเวอร์พูลก็ใกล้เคียงจะประสบความสำเร็จ

 

 

“ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกอาจจะยังประสบปัญหาผู้รักษาประตูและกองหลัง ก็เสียประตูเยอะ แต่พอครึ่งฤดูกาลหลังทุกอย่างเริ่มลงตัว โดยเฉพาะในเกมรุกที่น่ากลัว ก็บ่งบอกให้เห็นว่า พวกเขาเริ่มก้าวเข้าใกล้กับความสำเร็จมากขึ้น

 

“ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลซื้อตัวได้ 3-4 คน ดูน่ากลัวมาก แม้ว่าบริษัทรับพนันอย่างถูกกฎหมายในอังกฤษทั้งหมดจะให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้เป็นเต็งหนึ่งอยู่ แต่ก็เห็นได้ว่า ลิเวอร์พูลแซงหน้าทีมอื่นหมด ขึ้นไปเป็นเต็งสอง ก็บ่งบอกให้เห็นว่า ลิเวอร์พูลมีการเสริมทัพได้ดีที่สุด”

 

ขณะที่ตารางอันดับนักเตะที่มีมูลค่าสูงที่สุดในพรีเมียร์ลีกเฉพาะการซื้อขายนักเตะฤดูกาลนี้ จะเห็นได้ว่าสองอันดับสูงสุดเป็นผู้รักษาประตูทั้งคู่ โดยอันดับหนึ่งเป็น เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูชาวสเปน ที่ย้ายมาร่วมทีมเชลซีด้วยต่าตัว 71.6 ล้านปอนด์ สร้างสถิติโลกใหม่ในเวลาเพียงไม่ถึง 20 วัน หลังจากที่ อลิสสัน เบคเกอร์ ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลจากโรมา ด้วยค่าตัว 66 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติ 17 ปี หรือ 6,225 วัน ของ จานลุยจิ บุฟฟอน อดีตผู้รักษาประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก โดยในตลาดซื้อขายนักเตะครั้งนี้ก็ได้ย้ายไปร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ด้วยค่าตัว 47 ล้านปอนด์เช่นกัน

 

จากการทำลายสถิติผู้รักษาประตูที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก บิ๊กจ๊ะ-สาธิต กรีกุล มองว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นว่าสโมสรต่างๆ ให้ความสำคัญกับนักเตะทุกตำแหน่งมากขึ้น มากกว่าที่จะเป็นการทุ่มเงินซื้อแต่กองหน้าหรือกองกลางตัวทำเกมเหมือนในอดีต

 

เคป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูค่าตัวสถิติโลกคนใหม่ของเชลซี ที่ทุ่มเงินไป 71.6 ล้านปอนด์​

 

“เหตุการณ์นี้บ่งบอกให้เห็นว่า ไม่ใช่เพียงแค่ศูนย์หน้า ดาวยิง หรือเพลย์เมกเกอร์ ที่จะต้องมีค่าตัวสูง เพราะสมัยก่อนส่วนใหญ่ต้องเป็นตำแหน่งเหล่านี้ ที่เป็นตำแหน่งหัวใจสำคัญของทีม ที่จะถูกมองว่าคู่ควรกับค่าตัวที่สูงมหาศาล แต่ปัจจุบันนี้จะเห็นได้ว่าทุกตำแหน่งมีความสำคัญ

 

เรอัล มาดริด คว้าตัว ติโบต์ กูร์ตัวส์ จากเชลซี

 

“มาถึงยุคนี้บอกได้ว่า ผู้รักษาประตูก็มีความสำคัญ เพราะถ้าแต่ละทีมมองไม่เห็นถึงความสำคัญ คงไม่กล้าทุ่มเงินมหาศาลขนาดนี้ ก่อนหน้านี้ผู้รักษาประตูถูกมองว่าไม่ได้สำคัญเท่าไร แต่เกมฟุตบอลปัจจุบันเห็นชัดว่าทีมไหนมีผู้รักษาประตูดีๆ มันมีส่วนของการก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ คืออย่างน้อยไม่เสียประตูไว้ก่อน แล้วค่อยไปลุ้นประตู ก็มีส่วนสำคัญ

 

จานลุยจิ บุฟฟอน อดีตผู้รักษาประตูที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก ปิดฉากการร่วมงานกับ ยูเวนตุสเป็นเวลา 17 ปี และย้ายไปร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง

 

“ก็ไม่น่าแปลกใจที่ได้เห็นผู้รักษาประตูค่าตัวสถิติโลกเพิ่มขึ้น เพียงแต่ว่าจะเหลือเชื่อที่สุดคือ นักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกเป็นผู้รักษาประตู แต่การที่ผู้รักษาประตูสร้างสถิติขนาดนี้ในปีหลังๆ ก็เป็นความแปลกใหม่ แต่ส่วนตัวแล้วไม่แปลกใจ เพราะผู้รักษาประตูเป็นผู้ช่วยทีมในช่วงเวลาสำคัญได้เยอะในฟุตบอลยุคปัจจุบัน”

 

ส่วนอีกหนึ่งทีมน้องใหม่ที่มาแรงในตลาดซื้อขายนักเตะและในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากทีมวูลฟ์แฮมป์ตัน ที่ปิดดีลคว้านักเตะถึง 13 คน ด้วยเม็ดเงินทั้งหมด 62.6 ล้านปอนด์

 

 

โดยมีนักเตะดีกรีแชมป์ยูโร 2016 อย่าง ชูเอา มูตินโญ ที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวเพียง 5 ล้านปอนด์ รวมถึง อดามา ตราโอเร ปีกตัวจี๊ดจากมิดเดิลสโบรช์ ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ และยืมตัว เลอันโดร เดนด็องเกอร์ หนึ่งในนักเตะชุดทีมชาติเบลเยียมที่คว้าอันดับ 3 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ผ่านมา จากอันเดอร์เลชต์ มาใช้งานในฤดูกาล 2018-2019

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล

อ้างอิง:

  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US