×

หัวหน้าฝ่ายค้นหา Google ส่งสารเตือนพนักงาน ยอมรับและปรับตัวกับแนวทางการทำงานใหม่

24.04.2024
  • LOADING...
Prabhakar Raghavan

Prabhakar Raghavan หัวหน้าฝ่ายค้นหา (Head of Search) ของ Google ได้ส่งสารเตือนถึงพนักงานในระหว่างการประชุมภายในองค์กรเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาที่สำนักงานใหญ่ Google โดยระบุว่า การเติบโตของ Google ต่อจากนี้จะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายดายอีกต่อไป เพราะฉะนั้นแนวทางการทำงานภายใต้บริบทใหม่เป็นสิ่งที่พนักงานทุกคนต้องเผชิญ ดังนั้นพนักงานทั้งหลายจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับตัวให้พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงที่ Raghavan เรียกว่า ‘ความเป็นจริงในการปฏิบัติงานใหม่’ หรือ New Operating Reality และปรับตัวให้ลงมือทำงานให้เร็วขึ้น

 

โดย Raghavan เป็นหัวหน้าฝ่ายค้นหาซึ่งรายงานตรงต่อซีอีโออย่าง Sundar Pichai และเป็นผู้นำกลุ่มสำคัญๆ เช่น การค้นหา โฆษณา แผนที่ และการพาณิชย์ ซึ่งเจ้าตัวดูแลพนักงานเต็มเวลามากกว่า 25,000 คน

 

ทั้งนี้ ในไฟล์เสียงที่ทาง CNBC ได้รับ Raghavan กล่าวว่า การทำงานของ Google ในเวลานี้และต่อจากนี้ไปจะแตกต่างจากช่วง 15-20 ปีที่เคยเป็นมา ซึ่งความแตกต่างที่เจ้าตัวพูดถึงหมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในอุตสาหกรรมเสิร์ชเอนจินที่ Google ครองตลาดมายาวนานกว่า 2 ทศวรรษ และทำให้ Google กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่ทำกำไรและมีมูลค่ามากที่สุดในโลกตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

 

Raghavan กล่าวว่า ธุรกิจโฆษณาดิจิทัลของ Google กลายเป็นบริษัทที่ทั่วโลก ‘อิจฉา’ เห็นได้จากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา รายได้ต่อปีของโฆษณาดิจิทัลของ Google เติบโตขึ้นมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่า Starbucks, Mazda และ TikTok รวมกัน แต่การเติบโตดังกล่าวจะเป็นไปได้ยากขึ้นด้วยปัจจัยและบริบทแวดล้อมในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป และทำให้การแข่งขันกับคู่แข่งดุเดือดยิ่งขึ้น

 

รายงานระบุว่า ตลอดการกล่าวสุนทรพจน์ความยาวประมาณ 35 นาทีนี้ Raghavan เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการทำงานที่ต้องตอบสนองต่อตลาดให้เร็วขึ้น โดยเปรียบเทียบกับนักกีฬาที่ต้องมีการตอบสนองหรือพุ่งตัวอย่างรวดเร็วเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงขึ้น และสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบที่ท้าทายมากขึ้น

 

แม้ว่า Raghavan จะไม่ได้ระบุว่าใครคือคู่แข่งของ Google ในขณะนี้ แต่หลายฝ่ายมองว่าคู่แข่งที่ชัดเจนที่สุดของ Google ย่อมหนีไม่พ้น Microsoft ที่ร่วมมือกับ OpenAI ในการพัฒนา Generative AI

 

ทั้งนี้ Raghavan ยังเน้นย้ำถึงจุดแกร่งที่ Google จะต้องรักษาไว้ นั่นคือความน่าเชื่อถือ โดยชี้ว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังใช้บริการของ Google เพราะความน่าเชื่อถือ กล่าวคือไม่ว่าจะมีอุปกรณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่สุดท้ายผู้บริโภคก็ยังมาใช้บริการ Google เพื่อตรวจสอบสิ่งที่ตัวเองเห็นและประสบอยู่ ซึ่งในยุคที่ Generative AI เฟื่องฟู ความน่าเชื่อถือดังกล่าวจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ

 

นอกจากจะกระตุ้นให้พนักงานปรับตัวและลงมือทำอย่างรวดเร็วแล้ว ทาง Raghavan ยังประกาศถึงการเปลี่ยนแปลงภายในบางอย่าง โดยระบุว่า เจ้าตัวกำลังวางแผนที่จะสร้างทีมที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้ในตลาดสำคัญๆ รวมถึงอินเดียและบราซิล และกำลังลดระยะเวลาการจัดทำรายงานของตนเองในบางโครงการ เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น

 

Raghavan กล่าวอีกว่า มีบางอย่างที่ต้องเรียนรู้จากการลงมือทำให้เร็วขึ้นด้วยระยะเวลาที่สั้นลง ซึ่งแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับธุรกิจคลาวด์ของ Google ที่แนะนำให้พนักงานดำเนินการภายในระยะเวลาที่สั้นลงและภายใต้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดหลังประกาศปรับลดต้นทุน

 

Raghavan ย้ำปิดท้ายว่า Google ยังคงมีโอกาสยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า ดังนั้น Google ต้องลงมือทำอย่างรวดเร็ว และมีเป้าหมายอย่างชัดเจน ซึ่งรวมถึงการเพิ่ม Generative AI เข้าไปปรับปรุงคุณภาพการค้นหา รวมถึงเทคโนโลยีและลูกเล่นใหม่ๆ อีกมากมายที่จะตามมา

 

ด้านนักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งมองว่าความเห็นและโทนเสียงของ Raghavan ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Google ที่เร่งปรับโครงสร้างองค์กร ลดต้นทุนการดำเนินการ ซึ่งรวมถึงแผนการของบริษัทแม่อย่าง Alphabet ในการประกาศแผนการเลิกจ้างพนักงานประมาณ 12,000 ตำแหน่ง หรือ 6% ของพนักงานทั้งหมดของบริษัทเมื่อปี 2023 ซึ่งการลดตำแหน่งงานยังคงดำเนินต่อไปในปีนี้ โดยมีการเลิกจ้างมากขึ้นในช่วงต้นปี ขณะที่ Ruth Porat ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เพิ่งจะเปิดเผยเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วว่า บริษัทกำลังปรับโครงสร้างองค์กรทางการเงินใหม่ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการลดขนาดเพิ่มเติม

 

อย่างไรก็ตาม การออกมากล่าวของ Raghavan ล่าสุดกำลังแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่แค่การดำเนินต่อจากปี 2023 และบริษัทกำลัง ‘สำรวจสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น’ เพื่อเตรียมพร้อมกับความท้าทายที่กำลังจะตามมา เช่น Digital Markets Act ของสหภาพยุโรป

 

ภายใต้บริบทดังกล่าว Raghavan กล่าวว่า Google ต้องจัดการกับความท้าทาย ‘ที่เป็นระบบ’ และสร้าง ‘ขุมพลังใหม่’ โดยยกตัวอย่างถึงการทำงานของทีม Gemini ซึ่งเป็นกลุ่มโมเดล AI หลักของบริษัท ที่ทำงานเพิ่มขึ้นจาก 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เป็น 120 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เพื่อแก้ไขเครื่องมือจดจำภาพของ Google อย่างทันท่วงที ช่วยให้ทีมแก้ไขปัญหาได้ประมาณ 80% ในเวลาเพียง 10 วัน ก่อนให้คำมั่นว่า บริษัทจะพยายามปรับโครงสร้างองค์กรให้ลีนขึ้นเพื่อความคล่องตัว และทำให้การทำงานหนักของพนักงานมีประสิทธิภาพและมีผลตอบแทนที่คุ้มค่า รวมถึงย้ำว่า สิ่งที่สำคัญในเวลานี้คือการเรียนรู้และตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดให้เร็วที่สุด

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising