×

พอร์ตแดงเดือดจากพิษสงคราม? เปิดคัมภีร์ 5 Do & Don’t รับมือความผันผวน กู้พอร์ตคืนจากภาวะ Black Swan

10.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบสถานการณ์ตลาดหุ้นผันผวน พอร์ตลงทุนติดลบจากผลกระทบสงคราม

เปิดพอร์ตลงทุนดูช่วงนี้ เชื่อว่าหลายคนคงอยากปาโทรศัพท์ทิ้งหรือไม่ก็แอบนอยด์แน่ๆ เพราะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เดือดขึ้นทุกวัน กำลังกดดันให้ตลาดหุ้นกอดคอกันแดงเถือก ไหนจะราคาน้ำมันที่พุ่งปรี๊ด ปลุกความกังวลเรื่องเงินเฟ้อให้กลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ผลก็คือพอร์ตที่เราปั้นมากับมือร่วงหล่นแบบไม่เกรงใจใคร ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทย หุ้นนอก หรือกองทุนรวม ก็โดนหางเลขกันไปหมดทั้งกระดาน

 

คำถามคือ พอร์ตติดลบยับขนาดนี้ เราต้องเอายังไงต่อ?

 

ต้องทำแบบไหนถึงจะรอด แล้วอะไรที่ถ้าเผลอไปทำจะยิ่งแก้ยิ่งพัง วันนี้มีไกด์ไลน์ 5 Do & Don’t รับมือพอร์ตแดงเดือดมาฝากกัน รับรองว่าจะช่วยให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปได้แบบมีสติและพอร์ตไม่พัง

 

ตลาดหุ้นร่วงหนัก จะฟื้นตัวกลับมาได้ไหม?

 

เวลาเกิดสงครามหรือวิกฤตระดับโลก ตลาดมักจะร่วงหนักเพราะสิ่งที่เรียกว่า ‘ความไม่แน่นอน’ เมื่อทิศทางเศรษฐกิจไม่ชัดเจน นักลงทุน สถาบันการเงิน และกองทุนใหญ่ๆ ทั่วโลกจะเกิดความตื่นตระหนก และพากันเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น เพื่อโยกเงินหนีตายไปหลบภัยในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าอย่างทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาล พอร์ตเราเลยแดงเดือดอย่างที่เห็น

 

แต่ก่อนจะถอดใจยอมแพ้แล้วคิดว่าตลาดหุ้นตายแล้ว ลองดูภาพสถิติจากดัชนี FTSE 100 (หนึ่งในดัชนีชี้วัดตลาดหุ้นระดับโลกที่สำคัญ) ในรอบ 20 กว่าปีที่ผ่านมากันก่อน

 

Screenshot

ที่มา: Source of historical FTSE 100 data: WSJ Markets

 

จากกราฟจะเห็นว่าในช่วงเวลา ‘วิกฤตระดับโลก’ ถึงแม้ตลาดจะร่วงหนัก แต่ในที่สุดแล้วก็ฟื้นกลับมาได้เสมอ:

 

  • ฟองสบู่ดอทคอม (2000-2007) ตลาดร่วงไป -52% แต่ในที่สุดก็ใช้เวลา 4.5 ปีในการค่อยๆ ไต่ระดับฟื้นตัวกลับมา
  • วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ (2007-2013) ตลาดดิ่งไป -48% และใช้เวลาฟื้นตัวกลับมาที่เดิมใน 4.25 ปี
  • วิกฤต Brexit & เอเชีย (2015-2016) ปรับตัวลดลง -22% รอบนี้ตลาดซึมซับข่าวไว ฟื้นตัวในเวลาเพียง 8 เดือน
  • วิกฤตโควิด-19 (2020-2022) ร่วงหนักชั่วข้ามคืน -35% และฟื้นกลับมาได้ในเวลาไม่ถึง 2 ปี (1 ปี 10 เดือน)

 

ข้อสังเกตที่สำคัญจากกราฟนี้คือ ระยะเวลาการฟื้นตัว แม้การลงทุนจะมีความเสี่ยงและไม่มีใครสามารถการันตีอนาคตได้ 100% ว่าตลาดจะกลับมาเมื่อไหร่ แต่สถิติในอดีตสะท้อนให้เห็นว่า ตลาดมักจะมีโอกาสฟื้นตัวกลับมาได้เสมอ หากเราให้เวลามันมากพอ และเพื่อให้พอร์ตของเรายังมีชีวิตรอด ไม่พังไปซะก่อน อยู่ถึงวันที่ตลาดกลับมาพุ่งทะยาน เรามาดูแนวทางเอาตัวรอดกับ 5 Do & Don’t ในช่วงตลาดแดงเดือดกัน

 

5 สิ่งที่ ‘ควรทำ’

 

เมื่อตลาดกำลังเล่นตลกกับจิตใจเรา นี่คือสิ่งที่เราต้องลุกขึ้นมาจัดการแบบมีเหตุผล ไม่ใช่ความตื่นตระหนก

 

Do 1: ตั้งสติและเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน

 

เวลาตลาดร่วงหนัก สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การพุ่งไปกดซื้อหรือกดขาย แต่คือการตั้งสติ จากนั้นให้รีบเช็กกระเป๋าตัวเองก่อนเลยว่ามี ‘เงินสด’ เพียงพอหรือไม่ แนะนำว่าในช่วงสงครามที่เศรษฐกิจเอาแน่เอานอนไม่ได้ เราควรมีเงินสดสำรองไว้อย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน

 

เพราะถ้าเศรษฐกิจชะงักจนรายได้เราสะดุด หรือบริษัทขอลดโอที การมีเงินสำรองจะเปรียบเสมือนเบาะกันกระแทกที่การันตีว่าเราจะมีข้าวกิน มีเงินจ่ายบิล โดยไม่ต้องถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องขายหุ้นหรือกองทุนที่กำลังขาดทุนหนักออกมาเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

 

Do 2: เช็กพื้นฐานสินทรัพย์ วิกฤตนี้กระทบของจริง หรือแค่โดนหางเลข?

 

เวลาตลาดเกิดความตื่นตระหนก หุ้นพื้นฐานดีและหุ้นพื้นฐานแย่จะถูกเทขายจนราคาร่วงลงมาพร้อมกันหมด เราจึงควรกางพอร์ตมาเช็กว่าหุ้นหรือกองทุนที่เราถืออยู่ พื้นฐานมันเปลี่ยนไปเพราะสงครามจริงๆ ไหม? เพื่อแยกให้ออกว่าตัวไหนควร ‘ถือต่อ’ และตัวไหนควร ‘ตัดใจทิ้ง’ จะได้ไม่เผลอขายทิ้งของดีในราคาถูกๆ หรือทนกอดหุ้นที่ธุรกิจพังไปแล้ว

 

เช่น ถ้าถือหุ้นสายการบิน ต้นทุนน้ำมันที่แพงขึ้นย่อมกระทบแน่ๆ แต่ถ้าถือหุ้นโรงพยาบาล พื้นฐานกิจการอาจจะยังแข็งแกร่งเหมือนเดิม แค่ราคาลงตามบรรยากาศความกลัวของตลาดเท่านั้น

 

Do 3: โฟกัสที่เป้าหมายระยะยาว

 

เวลาเจอพายุข่าวร้าย ต้องดึงสติกลับมาและเตือนตัวเองดังๆ ว่า เราคือนักลงทุนที่คาดหวังการเติบโตระยะยาว ไม่ใช่ Day Trader ที่ต้องมานั่งใจสั่นกับราคาหุ้นที่เหวี่ยงขึ้นลงทุกชั่วโมง

 

ถ้าเป้าหมายของเราคือการปั้นพอร์ตซื้อบ้าน หรือเก็บเงินไว้เกษียณในอีก 10-20 ปีข้างหน้า ความผันผวนจากสงครามตอนนี้ก็เป็นแค่ ‘หลุมอากาศชั่วคราว’ เวลาตกหลุมอากาศแรงๆ สิ่งที่เราควรทำคือ ‘รัดเข็มขัดให้แน่น’ ไม่ใช่เปิดประตูเครื่องบินแล้วกระโดดหนี ตราบใดที่ธุรกิจยังไปต่อได้และมีการเติบโตในอนาคต อย่าปล่อยให้ความแพนิกจากพาดหัวข่าวรายวัน มาพังแผนการเงินระยะยาวที่เราอุตส่าห์วางไว้อย่างดี สถิติในอดีตพิสูจน์แล้วว่า สุดท้ายตลาดทุนมักจะฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดใหม่ได้เสมอ

 

Do 4: ทบทวนและปรับสมดุลพอร์ต (Rebalance)

 

ตลาดแดงเดือดแบบนี้ เป็นจังหวะดีที่เราจะมาตรวจสุขภาพของพอร์ต ลองเช็กตัวเองดูว่า พอร์ตที่ติดลบอยู่ตอนนี้ มันทำให้เราเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับหรือเปล่า? ถ้าคำตอบคือ ‘ใช่’ นั่นแปลว่าแผนการลงทุนเดิมอาจจะซิ่งเกินกว่าระดับความเสี่ยงที่เรารับไหวไปซะแล้ว

 

เมื่อรู้ลิมิตตัวเองแล้ว ก็ถึงเวลาปรับสมดุลพอร์ต ลองดูว่าสัดส่วนสินทรัพย์เราเพี้ยนไปจากแผนเดิมไหม? สินทรัพย์บางอย่างเช่น หุ้นพลังงานอาจจะราคาพุ่งขึ้นในช่วงสงคราม เราสามารถรินขายทำกำไรบางส่วน แล้วเอาเงินสดก้อนนั้นไปโปะซื้อฝั่งสินทรัพย์ที่ราคาตกแต่มูลค่ายังดี เพื่อดึงสัดส่วนความเสี่ยงให้กลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสม

 

Do 5: มองหาโอกาสในการซื้อของดีราคาถูก

 

วอร์เรน บัฟเฟตต์ เคยบอกไว้ว่า ‘จงโลภเมื่อคนอื่นกลัว’ แม้เราจะไม่รู้ว่าจุดต่ำสุดอยู่ตรงไหน แต่วิกฤตแบบนี้แหละคือเทศกาล ‘Mid-Year Sale’ ของตลาดหุ้น เมื่อนักลงทุนส่วนใหญ่แพนิกเทขายทุกอย่างแบบไม่ลืมหูลืมตา หุ้นของบริษัทที่แข็งแกร่ง กำไรโตต่อเนื่อง และมีปันผลสม่ำเสมอ มักจะมีราคาถูกลงอย่างไม่สมเหตุสมผล นี่คือจังหวะที่เราจะได้พิจารณาทยอยสะสมของดีเข้าพอร์ตในราคาที่มีส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย (Margin of Safety) ที่สูงขึ้น

 

5 สิ่งที่ ‘ไม่ควรทำ’

 

รู้ข้อควรทำไปแล้ว มาดู ‘ข้อห้าม’ ที่นักลงทุนรายย่อยมักจะเผลอทำพลาดจนพอร์ตพังพินาศในยามที่ตลาดแพนิกกันบ้าง

 

Don’t 1: อย่าตกใจขายล้างพอร์ต (Never Panic Sell)

 

นี่คือกฎเหล็กข้อแรกและข้อที่สำคัญที่สุด การเห็นตัวเลขแดงเถือกติดลบในพอร์ต มันคือ ‘การขาดทุนทางบัญชี’ ตราบใดที่เรายังไม่กดปุ่มขาย เงินเราก็ยังอยู่ครบจำนวนหุ้น แต่ถ้าเราทนความกดดันไม่ไหว เกิดอาการมือลั่นกด ‘ขายล้างพอร์ต’ เมื่อไหร่ ความพังพินาศนั้นจะเปลี่ยนสถานะเป็น ‘การขาดทุนจริง’ ทันที แถมเรายังจะตกรถ พลาดโอกาสตอนที่ตลาดมันเด้งกลับฟื้นตัวด้วย

 

Don’t 2: อย่าพยายามกะเก็งจังหวะตลาด หรือ All-in เพื่อถัวเฉลี่ย

 

ไม่มีใครในโลกนี้จะรู้แน่ชัดว่า สงครามจะจบวันไหน หรือจุดต่ำสุดของตลาดรอบนี้อยู่ตรงไหน การพยายามไปรับมีดที่กำลังหล่น หรือทุ่มเงินก้อนสุดท้ายที่มีแบบ All-in เพื่อหวัง ‘ถัวเฉลี่ย’ ให้ต้นทุนต่ำลงฮวบฮาบ เป็นอะไรที่อันตรายมาก เพราะประโยคคลาสสิกของตลาดในช่วงวิกฤตคือ ‘ลงแล้ว มีลงได้อีก’ การมีวินัยและทยอย ‘แบ่งไม้ซื้อ’ ทีละส่วน จึงรัดกุมกว่าการเทหมดหน้าตัก

 

Don’t 3: อย่าหมกมุ่นกับการเช็กพอร์ตทุกวัน

 

การเปิดแอปดูพอร์ตหุ้นทุกๆ 15 นาที หรือการไถฟีดโซเชียลเพื่อเสพแต่ข่าวร้ายตลอดทั้งวัน ก็ไม่ได้ช่วยให้หุ้นขึ้น แต่จะยิ่งเพิ่มความเครียด ทำลายสุขภาพจิตของเราให้ย่ำแย่ลง และเมื่อเราเครียด เรามักจะตัดสินใจทำเรื่องพลาดๆ ด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แนะนำให้ปิดจอ เลิกเปิดพอร์ตดูทุกชั่วโมง แล้วเอาเวลาไปทำกิจกรรมอื่น ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่เยียวยาตลาดของมันไป

 

Don’t 4: อย่าทิ้งวินัยการลงทุน (Don’t Stop DCA)

 

สำหรับสายวินัยที่ตั้งใจลงทุนแบบถัวเฉลี่ยเท่าๆ กันทุกเดือน (DCA) ‘อย่าเพิ่งหยุดลงทุนกลางคัน’ หลายคนพอเห็นพอร์ตแดงก็ตกใจ ขอหยุดพักการ DCA ไปก่อนรอดูสถานการณ์ ซึ่งนี่อาจเป็นการทิ้งโอกาสอย่างน่าเสียดาย

 

หลักการของ DCA คือการสะสมหน่วยลงทุน ยิ่งตลาดตก เงินจำนวนเท่าเดิมของเรายิ่งซื้อหุ้นได้ ‘จำนวนเยอะขึ้น’ เช่น เดือนก่อนหุ้นราคา 100 บาท ซื้อได้ 10 หุ้น เดือนนี้หุ้นตกร่วงมาเหลือ 50 บาท เงินเท่าเดิมแต่ซื้อได้ตั้ง 20 หุ้น นี่แหละคือช่วงกอบโกยที่จะช่วยดึงต้นทุนเฉลี่ยของพอร์ตเราให้ต่ำลง เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย พอร์ตเราก็มีโอกาสกลับมาเป็นบวกได้เร็วขึ้น

 

Don’t 5: อย่า Revenge Trade (เทรดเอาคืน)

 

ข้อนี้อันตรายขั้นสุด เมื่อพอร์ตหลักติดลบหนัก หลายคนเกิดอาการฟิวส์ขาด รู้สึกอยาก ‘เอาคืน’ ตลาดให้เร็วที่สุด เลยหันไปเล่นของแรงที่เสี่ยงสูงขึ้น เช่น หันไปเทรดอนุพันธ์ (DW, Futures) หรือหนักสุดคือใช้ Leverage กู้เงินมาร์จินมาเทรด หวังจะฟันกำไรก้อนโตในระยะสั้นเพื่อกลบเกลื่อนรอยขาดทุนเก่า

 

บอกเลยว่าในสถานการณ์ที่ข่าวสงครามพลิกไปพลิกมาทุกชั่วโมง คาดเดาอะไรไม่ได้เลย การเทรดด้วยอารมณ์โกรธแค้นคือทางลัดสู่การถูกบังคับขาย และล้างพอร์ตจนหมดตัวของแท้ ตลาดทุนไม่ใช่คาสิโน อย่าหาทำเด็ดขาด

 

ในโลกของการลงทุน ความสำเร็จไม่ได้วัดกันตอนที่ตลาดเป็นสีเขียว แต่วัดกันที่ว่าใคร ‘ประคองสติ’ ได้ดีที่สุดในวันที่ตลาดแดงเดือด

 

พอร์ตติดลบวันนี้คือ ‘สภาวะชั่วคราว’ แต่การแพนิกเทขายหนีตายก้นเหวคือ ‘การขาดทุนถาวร’ ตลาดทุนไม่เคยปรานีคนตื่นตระหนก แต่จะให้รางวัลคนที่ ‘อดทนและมีวินัย’ เสมอ ปิดจอ พักความเครียด แล้วใช้ 5 Do & Don’t นี้เป็นเกราะคุ้มกันพอร์ต เพื่อรอดพายุลูกนี้ไปดักรอช้อนกำไรในตลาดรอบใหม่ด้วยกัน

 

ภาพ: Roman Samborskyi / Shutterstock

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising