×

‘ป๋อง สุพรรณ’ เข้าให้ปากคำกองปราบฯ ยันเป็นเพียงกรรมการไร้อำนาจเบิกจ่าย ช็อกพฤติกรรมอดีตเจ้าอาวาส

โดย THE STANDARD TEAM
21.09.2026
ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว

วันนี้ (21 กันยายน) ความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปราม ออกหมายเรียก เสมอ งิ้วงาม หรือ ‘ป๋อง สุพรรณ’ เซียนพระชื่อดัง เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้ง ‘มูลนิธิหวันโชติ’ ของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ (สมีโชติ) หลังปรากฏชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิฯ

 

ป๋อง สุพรรณ เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ในฐานะกรรมการมูลนิธิฯ โดยชี้แจงว่าเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 อดีตเจ้าอาวาสได้ติดต่อให้ตนเข้ามาเป็นกรรมการ ด้วยความเคารพศรัทธาในฐานะลูกศิษย์จึงตอบตกลง แต่ยืนยันว่าตนไม่มีอำนาจบริหารจัดการหรือเกี่ยวข้องกับการเงินใดๆ อำนาจการทำเอกสารและเบิกจ่ายอยู่ที่บุคคล 3 คน คือ อดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการอีกท่านหนึ่ง ตนเป็นเพียงกรรมการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเท่านั้น

 

ตั้งแต่รับตำแหน่ง ไม่เคยมีการเรียกประชุมวาระใดๆ ทั้งสิ้น และตนไม่ทราบยอดเงินในบัญชี หากต้องการทราบรายละเอียดทางการเงิน ต้องสอบถามบุคคลที่ชื่อ ‘หมี’ ซึ่งทำหน้าที่เป็นเลขาฯ และเหรัญญิกของอดีตเจ้าอาวาส อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาพอทราบว่ามูลนิธิฯ เคยเบิกเงินไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์และข้าวสารอาหารแห้งเพื่อบริจาคช่วยเหลือสังคม ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน และเชื่อว่าเงินในมูลนิธิฯ น่าจะยังมีไม่มากนักเนื่องจากเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน

 

เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกหลังทราบข่าวอดีตเจ้าอาวาส ป๋อง สุพรรณ ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจเช่นเดียวกับผู้ศรัทธาคนอื่นๆ ตนมีความผูกพันกับวัดแห่งนี้ เคยอุปสมบทโดยมี หลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อนเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้ช่วยบูรณปฏิสังขรณ์วัดมาโดยตลอด ทั้งการถวายเสา 60 ต้น และสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เนื่องจากหลวงพ่อหวลเคยฝากฝังไว้ว่า “อย่าทิ้งวัด” เมื่อมีเจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ามาและแจ้งว่าต้องการงบประมาณหลักร้อยล้านบาทเพื่อบูรณะวัด ตนจึงได้ร่วมถวายปัจจัยช่วยเหลือ

 

สำหรับพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสนั้น ที่ผ่านมาตนไม่เคยระแคะระคายหรือสงสัยมาก่อน แม้แต่ลูกศิษย์คนขับรถที่ทำงานรับใช้มานานกว่า 20 ปียังรู้สึกตกใจและตัดพ้อว่าถูกหลอก ตนยอมรับว่าเดินทางไปที่วัดบ่อยครั้ง แต่ไปเพื่อกราบไหว้องค์หลวงพ่อใหญ่จตุคามรามเทพซึ่งเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ ไม่ได้ไปคลุกคลีหรือค้างแรม จึงไม่ทราบพฤติกรรมเบื้องลึก ส่วนกรณีของ ‘สีกาเอ๋’ ตนเพียงเคยเห็นหน้าอยู่ภายในวัด แต่ไม่เคยพูดคุยด้วย หากต้องการทราบรายละเอียดที่ลึกกว่านี้ ควรสอบถามจากลูกศิษย์ใกล้ชิดมากกว่าตนซึ่งถือเป็นคนนอก

 

หลังเกิดเหตุการณ์ฉาว ตนยังไม่ได้เดินทางกลับเข้าไปที่วัดอีกเนื่องจากยังอยู่ในภาวะสะเทือนใจ แต่ยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับไปกราบไหว้องค์จตุคามรามเทพ พร้อมฝากถึงเจ้าอาวาสรูปใหม่ว่า ขออย่าทุบทำลายองค์จตุคามรามเทพ เพื่อเก็บไว้ให้ประชาชนได้มากราบไหว้ โดยองค์ดังกล่าวมีการบุด้วยทองคำหนักถึง 9 กิโลกรัม ซึ่งมาจากแรงศรัทธาของประชาชนรวมถึงตนที่ร่วมบริจาคทองคำไป 1 กิโลกรัม ปัจจุบันการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ และทองคำยังอยู่กับผู้รับเหมาชุดใหม่ ซึ่งยังไม่ทราบกำหนดการแล้วเสร็จที่แน่ชัด ต้องสอบถามความคืบหน้าจากทางวัดต่อไป


READ MORE






Latest Stories