สืบเนื่องจากปฏิบัติการของชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 (บช.ภ.2) ที่ได้ทำการขยายผลจากอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ ซึ่งมีชาวจีน 2 รายเป็นผู้ขับขี่และโดยสาร โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบการพกพาอาวุธปืนสั้น นำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักย่านบางละมุง และพื้นที่นาจอมเทียน
ซึ่งเจ้าหน้าที่พบอาวุธสงครามและเสื้อเกราะดัดแปลงติดระเบิดในลักษณะเตรียมพร้อมก่อเหตุพลีชีพ ก่อนจะขยายผลต่อเนื่องเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี และพบว่าภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นคลังเก็บอาวุธสงครามจำนวนมหาศาล โดยมีชาวต่างชาติเป็นผู้ครอบครอง
วันนี้ (9 พฤษภาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนได้รับรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และประเมินว่าเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงอย่างร้ายแรง จึงได้มีข้อสั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รับผิดชอบงานความมั่นคง) ลงพื้นที่กำกับดูแลคดีนี้ด้วยตนเอง พร้อมสั่งการให้ทีมสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เร่งรัดการสืบสวนขยายผลโดยเร็วที่สุด
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับแนวทางการทำงานของชุดสืบสวนว่า ต้องดำเนินการสอบสวนขยายผลในทุกมิติอย่างละเอียด เริ่มตั้งแต่ประวัติเชิงลึกของผู้ต้องหา การเดินทางเข้าออกประเทศ อาชีพ ตลอดจนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด นอกจากนี้ ต้องสืบสวนหาที่มาของอาวุธสงครามว่าได้มาด้วยวิธีใด จากบุคคลกลุ่มใด และที่สำคัญที่สุดคือต้องค้นหา วัตถุประสงค์ ในการครอบครองอาวุธร้ายแรงเหล่านี้ ว่ากลุ่มผู้ต้องหาเตรียมการจะนำไปใช้ก่อเหตุใด
รวมถึงให้ตรวจสอบข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และเส้นทางการเงินอย่างรัดกุม โดยเน้นย้ำให้ดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเด็ดขาด และต้องรายงานความคืบหน้าให้ทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะสามารถทลายขบวนการนี้ได้ทั้งเครือข่าย
นอกจากมาตรการปราบปรามแล้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังได้สั่งการเชิงรุกเพื่อการป้องกัน โดยกำชับให้ พล.ต.อ.สำราญ ประสานการทำงานร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และคัดแยกกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เดินทางเข้า-ออก หรือพำนักอยู่ในประเทศไทยที่มีนัยยะความผิดปกติ เช่น มีประวัติการเดินทางเข้า-ออกบ่อยครั้ง หรือมีระยะเวลาการพำนักที่ยาวนานผิดสังเกต
จากนั้นให้ส่งมอบข้อมูลดังกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อปฏิบัติการด้านการข่าวและดำเนินการเอกซเรย์ ทั้งบุคคลต่างด้าวกลุ่มเสี่ยงและสถานที่พักอาศัยอย่างเข้มงวด เพื่อเป็นการสกัดกั้นและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์คุกคามความมั่นคงในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต


