×

สตม. ทลายเครือข่ายสวมสิทธิ ใช้หลักฐาน DNA จับชายไทยรับจ้างเป็น ‘พ่อ’ เด็กจีน แลกสิทธิพำนักในราชอาณาจักร

โดย THE STANDARD TEAM
19.08.2026
  • LOADING...
เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายสวมสิทธิ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท. ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (บก.ตม.3) ได้เปิดเผยผลการปฏิบัติการทลายเครือข่ายชาวต่างชาติที่ใช้ช่องโหว่ทางทะเบียนราษฎรเพื่ออำพรางสถานะบุคคล

 

พ.ต.อ. สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ชุดสืบสวนพบความผิดปกติในการยื่นคำขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวของ หวง (สงวนนามสกุล) หญิงชาวจีนวัย 39 ปี ที่อ้างเหตุ อุปการะบุตรสัญชาติไทย เจ้าหน้าที่จึงเกิดความสงสัยในความสัมพันธ์ระหว่าง หวง กับชายชาวไทยที่มีชื่อเป็น ‘บิดา’ ในสูติบัตรของเด็ก

 

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด ผลปรากฏว่า หวง ยอมจำนนต่อหลักฐานและรับสารภาพว่า บุตรสาวทั้งสองคนไม่ใช่ลูกของ ประดิษฐ์ (นามสมมติ) ชายไทยวัย 53 ปี แต่เป็นบุตรของ เย่วหลง ชายชาวจีนวัย 40 ปี โดยมีการทำหน้าม้าไปแจ้งเกิดเท็จที่สำนักงานอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

 

จากการตรวจสอบประวัติเชิงลึกของ ประดิษฐ์ พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า เขามีชื่อเป็นบิดาของเด็กถึง 6 คน แบ่งเป็นบุตรที่เกิดกับภรรยาชาวไทย 3 คน, บุตรที่เกิดกับ หวง (ชาวจีน) 2 คน และบุตรที่เกิดกับ หวัง (ชาวจีนวัย 42 ปี) อีก 1 คน เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่านี่คือขบวนการรับจ้างสวมสิทธิ และได้นำรายชื่อทั้งหมดเข้าสู่ระบบเฝ้าระวังพิเศษ (Watchlist) ทันที

 

กระทั่งวันที่ 24 กรกฎาคม ฝ่ายตรวจคนเข้าเมืองขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตรวจพบ หวัง และ จู (สัญชาติจีน) พร้อมบุตรชาย กำลังเตรียมเดินทางหลบหนีไปยังประเทศออสเตรเลีย เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาสอบสวนและตรวจ DNA จน หวัง ยอมรับสารภาพว่า บุตรของตนเป็นลูกที่แท้จริงของนายจู ไม่ใช่ลูกของประดิษฐ์ โดยได้ไปแจ้งเกิดเท็จที่สำนักงานเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

 

เจ้าหน้าที่จึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ หวัง ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางชัน และต่อมาในวันที่ 4 สิงหาคม ได้เรียกตัว หวง และ เย่วหลง (ครอบครัวแรก) มารับทราบข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน

 

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (18 สิงหาคม) ประดิษฐ์ (ชายชาวไทยผู้รับจ้างเป็นบิดา) ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกครั้งที่ 2 โดยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาหนัก ได้แก่:

 

  • ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
  • ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ
  • ร่วมกันกระทำการเพื่อให้มีการแจ้งเกิดโดยมิชอบ

 

เบื้องต้น หลังการแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและปล่อยตัวผู้ต้องหาชั่วคราว พร้อมเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อสรุปสำนวนส่งอัยการต่อไป

 

ปัจจุบันคดีนี้มีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วรวม 4 ราย เป็นชาวจีน 3 ราย และชาวไทย 1 ราย ซึ่งเชื่อมโยงกันถึง 2 ครอบครัว กองกำกับการสืบสวนสอบสวน บก.ตม.3 จะเดินหน้าขยายผลกวาดล้างผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสวมสิทธิในลักษณะนี้ทุกรายอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องระบบทะเบียนราษฎรและรักษาความมั่นคงของประเทศ

 

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising