วันนี้ (29 กรกฎาคม) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีรายงานความคืบหน้ากรณีที่แพทยสภามีมติชี้มูลความผิดทางจริยธรรม พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ อดีตนายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ จากกรณีที่เกี่ยวข้องกับการพักรักษาตัวของผู้ป่วยบริเวณชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
จากกรณีดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เคยลงนามในคำสั่งให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) ชั้น 20 โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดทางให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปด้วยความโปร่งใส
ต่อมาในเดือนมีนาคม 2569 ได้มีคำสั่งขยายระยะเวลาช่วยราชการออกไปอีก 3 เดือน เนื่องจาก พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ได้มีการยื่นเอกสารชี้แจงเพิ่มเติมมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดได้มีการยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ โดยระบุให้มีผลในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 นี้
ล่าสุด มีรายงานว่า พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการและมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำความผิดทางจริยธรรมตามที่แพทยสภาได้มีคำสั่งลงโทษจริง จึงได้เสนอเรื่องไปยังกองวินัย เพื่อประมวลเรื่องเสนอต่อ ผบ.ตร. ให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง โดยเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผบ.ตร. ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งให้ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงในกรณีนี้
สำหรับการยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการของ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ ที่จะมีผลในวันที่ 1 สิงหาคมนี้นั้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติได้บัญญัติไว้อย่างชัดเจนว่า ข้าราชการตำรวจรายใดที่อยู่ระหว่างถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง จะไม่สามารถได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการได้ ดังนั้นกระบวนการลาออกจึงต้องถูกระงับไว้ก่อน
ทั้งนี้ หากผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงมีมติชี้มูลความผิดทางจริยธรรมตามข้อกล่าวหา บทลงโทษทางวินัยที่จะเกิดขึ้นจะมีเพียง 2 สถานเท่านั้น คือ ปลดออก หรือ ไล่ออก จากราชการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการพิจารณาจะต้องรอผลสรุปจากคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงชุดของ พล.ต.อ.อิทธิพล ต่อไป ในขณะที่ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ มีกำหนดจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้


