วันนี้ (20 พฤษภาคม) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 4 นาย และพลเรือน 1 นาย ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือชาวจีนจำนวน 5 ราย จากบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ระบุว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มีข้อสั่งการด่วนให้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายที่กระทำความผิด ให้ดำเนินการทางวินัยขั้นสูงสุด เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นความผิดร้ายแรงและขัดต่อกฎหมายอย่างชัดเจน สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดโดยไม่มีการละเว้น ควบคู่ไปกับการขยายผลการสืบสวนสอบสวนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติ
ในส่วนของการดำเนินคดีทางอาญา พนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นาย ในความผิดฐาน ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น, เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบ, ข่มขืนใจเรียกรับทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
ขณะที่พลเรือนอีก 1 ราย ถูกแจ้งข้อกล่าวหาในฐานะผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังต่อศาลจังหวัดสระแก้วเป็นผัดแรกแล้วตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ภายใต้การกำกับการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดโดย พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว
สำหรับการดำเนินการทางวินัยนั้น ต้นสังกัดได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นผู้ต้องหาทั้ง 4 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน ในทันที เพื่อให้กระบวนการสอบสวนเป็นไปอย่างโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังมีรายงานข้อมูลพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 นาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนขยายผล หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจริง จะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาดเช่นเดียวกัน
“การกระทำลักษณะดังกล่าวเป็นเรื่องร้ายแรงที่ขัดต่อกฎหมาย วินัย และจริยธรรมของข้าราชการตำรวจอย่างสิ้นเชิง แม้ผู้ถูกควบคุมตัวอาจมีพฤติการณ์กระทำผิดกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็ไม่มีสิทธิใช้อำนาจนอกกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายชัดเจนในการขจัดตำรวจที่ทำผิดกฎหมายเสียเอง พร้อมกำชับทุกหน่วยให้ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด” โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวย้ำ
นอกจากประเด็นการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ จากการสืบสวนสอบสวนกลุ่มชาวต่างชาติทั้ง 5 รายเบื้องต้น พบว่าเป็นบุคคลที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และมีพฤติการณ์ลักลอบข้ามพรมแดนไทย-กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเชื่อมโยงว่าบุคคลกลุ่มนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ หรือเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ (แก๊งคอลเซ็นเตอร์) หรือไม่
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยมีมาตรการที่เข้มงวดในการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนรวมถึงนักท่องเที่ยวทุกสัญชาติ และขอยืนยันว่าประเทศไทยมีความปลอดภัย โดยรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่ยอมให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นฐานที่มั่น หรือแม้แต่เป็นทางผ่านของขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในทุกรูปแบบ


