วันนี้ (18 กันยายน) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ส่งสัญญาณเตรียมความพร้อมสำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจวาระประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดย พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อความสั่งการถึงผู้บัญชาการทั่วประเทศ เพื่อกำหนดกรอบเวลาและหลักเกณฑ์การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับรองผู้บังคับการ (รอง ผบก.) ลงมาถึงสารวัตร (สว.)
ตามระเบียบกฎ ก.ตร. ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567 กำหนดให้การพิจารณาแต่งตั้งวาระประจำปี 2569 เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และต้องออกคำสั่งแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569
สาระสำคัญในการเตรียมการครั้งนี้ เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งจัดทำบัญชีลำดับอาวุโส และเปิดโอกาสให้ข้าราชการตำรวจตรวจสอบความถูกต้อง หากพบข้อผิดพลาดสามารถยื่นทบทวนได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันประกาศลำดับอาวุโส
ขณะที่การขอย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียน ทั้งแบบจับคู่และขอย้ายข้ามหน่วย ให้ยื่นคำร้องผ่านผู้บังคับบัญชาภายใน 30 วัน อย่างไรก็ตาม หนังสือสั่งการระบุชัดเจนว่า คำร้องดังกล่าวเป็นเพียงข้อมูลประกอบความสมัครใจ มิได้ผูกพันว่าผู้มีอำนาจต้องอนุมัติตามนั้น แต่จะยึดประโยชน์ของทางราชการและสถานภาพกำลังพลเป็นหลัก
ในส่วนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้ออกประกาศลำดับอาวุโส ครั้งที่ 1 พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดตรวจสอบประวัติและผลการปฏิบัติงานของตำรวจระดับรอง ผบก. ถึง สว. ทุกรายอย่างละเอียด โดยให้รวบรวมส่ง บช.น. ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2569
ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบครอบคลุมทั้งผลงานดีเด่น ประวัติการถูกร้องเรียน การตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย และการรวบรวมรายชื่อผู้ที่อยู่ในตำแหน่งหัวหน้าสถานีตำรวจระดับ ผกก. ครบ 4 ปีติดต่อกัน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ
ทั้ง ตร. และ บช.น. ต่างเน้นย้ำถึงเกณฑ์การพิจารณาเลื่อนตำแหน่ง โดยผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนต้องจัดทำผลการปฏิบัติงานที่เป็นรูปธรรม เกิดจากการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง และสรุปความยาวไม่เกิน 3 หน้ากระดาษ A4 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
นอกจากนี้ พล.ต.ท.สยาม ยังได้กำชับทุกหน่วยในสังกัดนครบาล ให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการอย่างเคร่งครัด เนื่องจากเอกสารประกอบการแต่งตั้งล้วนเป็นข้อมูลประวัติส่วนบุคคลและผลการปฏิบัติงานเชิงลึก เพื่อให้กระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้เป็นไปอย่างรัดกุม โปร่งใส และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อองค์กร


