×

ทำไมบริษัทต้องมีบอร์ด พวกเขาคือใคร ทำอะไร สำคัญอย่างไร

21.05.2020
  • LOADING...

ในบริบทของบริษัท ถ้าซีอีโอหรือระดับ Management เปรียบเสมือน ‘สมอง’ บอร์ดก็เปรียบเสมือน ‘สติ’ 

 

The Secret Sauce: Boardroom Wisdom ซีรีส์ที่จะพาไปพูดคุยกับบอร์ดของบริษัทใหญ่ๆ ในประเทศไทยว่าเขาทำงานร่วมกับระดับ Management อย่างไร หน้าที่ในยุคปัจจุบันเปลี่ยนไปแค่ไหน 

 

เริ่มตอนแรกด้วยบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญ ทำงานเกี่ยวกับด้านบอร์ดโดยตรง และให้คำปรึกษา คำแนะนำโดยตรงกับบอร์ดในประเทศไทย

 

เคน นครินทร์ คุยกับ บอย-กุลเวช เจนวัฒนวิทย์ กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD)

 

 

สวัสดีครับพี่บอย ขอบคุณที่ให้ The Secret Sauce มาทำงานร่วมกับ IOD เราคงมีซีรีส์นี้ไปอีกหลายตอน 

ยินดีครับ จริงๆ แล้วพี่เชื่อว่าบทบาทของบอร์ดจากนี้ไปจะสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นพี่อยากจะให้หลายๆ คนได้เข้ามารู้ว่าบอร์ดทำอะไร เพราะสิ่งที่บอร์ดพูดกันคือพูดในห้องปิด คนจะเข้าไปฟังก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องให้บอร์ดออกมาเล่าให้ฟัง และบริษัทต่างๆ เราในฐานะคนที่ติดตามสินค้าต่างๆ ก็เห็นตัวสินค้า แต่เราไม่เห็นว่าก่อนหน้านั้นกลยุทธ์และแผนธุรกิจต่างๆ มาจากไหน ตรงนั้นคือทีเด็ด เป็น Secret of the Secret Sauce

 

ปกติเราจะได้ยินแต่คำแถลงของซีอีโอหรือระดับ Management แต่ส่วนใหญ่บอร์ดจะเก็บตัวและอยู่เบื้องหลัง ทำไมบอร์ดไม่ออกมาพูด ไม่ค่อยออกมาเปิดเผย เป็นความลับหรือเปล่า

ไม่ใช่ความลับ แต่เรียกว่าเป็นคนละบทบาทกันมากกว่า บอร์ดทำหน้าที่เป็นสติอย่างที่บอก แต่คนที่ออกมาแถลงจะเห็นว่ามี 2 คน หนึ่งคือ Chairman สองคือซีอีโอ แต่ซีอีโอจะทำบ่อยกว่า เพราะคนที่เป็นเจ้าของแผนธุรกิจก็คือระดับ Management แต่เบื้องหลังกว่าจะกลั่นออกมาเป็นแผนธุรกิจนี่สิ น่าสนใจ

 

อยากให้พี่บอยเล่าให้ฟังว่าบอร์ดคืออะไร และทำหน้าที่อะไร

คำถามแรกคือทำไมต้องบอร์ดหรือกรรมการ บอร์ดเป็นกลุ่มคนที่สำคัญมาก เพราะมาทำให้สมองหรือคนที่เป็น Management คิดได้รอบคอบขึ้น เพราะฉะนั้นอาวุธของบอร์ดคือคำถาม แต่ก็จะมีคำถามว่าบริษัทเล็กๆ ต้องมีบอร์ดหรือเปล่า เป้าหมายของบอร์ดคือความยั่งยืนขององค์กร ในขณะที่ Management มักจะถูก KPI มาเป็นกรอบ 

 

ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสติมาช่วยมองอะไรให้ไกลขึ้นและกว้างขึ้น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นใครบ้าง ตรงนั้นคือความบาลานซ์ระหว่างสติกับสมอง เพื่อที่สมองจะได้ไปสั่งการให้กล้ามเนื้อหรือพนักงานไปทำงานได้ ดังนั้นไม่ว่าบริษัทเล็กหรือใหญ่ก็ควรจะต้องมีบอร์ด และยิ่งเป็นบริษัทเล็กจะยิ่งถูกดิสรัปชันได้ง่ายมาก ถ้าไม่มีสติดีๆ มาคอยเตือน

 

องค์ประกอบของบอร์ดต้องมีอะไรบ้าง 

ปกติในบริษัททั่วไป เจ้าของจะเป็นคนก่อตั้งขึ้นมาอยู่แล้ว โดยที่ตัวเองเป็นบอร์ดเองด้วย แต่เมื่อบริษัทขยายตัวไปเรื่อยๆ เริ่มมี Management ที่มืออาชีพเข้ามา มีลูกค้าที่เยอะขึ้น หรือมีการไปกู้ธนาคาร บอร์ดก็จะเริ่มเปลี่ยนหน้าตาจากบอร์ดที่เป็นเจ้าของ มาเป็นบอร์ดที่เป็นอิสระ คำว่าอิสระคือไม่ใช่คนในครอบครัว ผู้บริหารไม่ถือหุ้นในบริษัทเพื่อที่จะมาเป็นสติให้กับเจ้าของกิจการ ดังนั้นกรรมการจะมีกรรมการเฉยๆ กับกรรมการอีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นกรรมการอิสระ ไม่ว่าจะเป็นกรรมการอะไรก็แล้วแต่ เมื่อไปอยู่ในห้องเย็นห้องนั้น หน้าที่ของทุกคนเท่ากัน นั่นคือต้องมองความยั่งยืนขององค์กรเป็นหลัก

 

องค์ประกอบของบอร์ดโดยพื้นฐานต้องมีกี่คน ต้องประกอบด้วยคนที่ทำงานแบบไหนบ้าง

โดยพื้นฐานถ้าเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์อย่างน้อยต้องมี 5 คน แต่ไม่มีกำหนดว่าสูงสุดถึงเท่าไร แต่เท่าที่สังเกตบริษัทเล็กๆ ที่เข้าตลาดหลักทรัพย์จะมีบอร์ดที่ขนาดกะทัดรัด ไม่กี่คน แต่ถ้าสถาบันการเงิน ขนาดจะใหญ่ แต่ที่เห็นเยอะๆ คือ 8-12 คน โดยหลักแล้วกรรมการอิสระยิ่งเยอะยิ่งดี แต่มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย จุดบอดของการมีกรรมการอิสระเยอะๆ คืออาจจะมีความอิสระจนไม่ได้รู้สึกเป็นเจ้าของก็ได้ ส่วนกรรมการที่มีความเป็นเจ้าของมากเกินไปมันก็มีจุดบอด เพราะอาจจะคิดถึงเรื่องที่เข้าบริษัทมากเกินไปหรือไม่กล้าขยายหรือลงทุนเพิ่ม เรื่องนี้เป็นการบาลานซ์ระหว่างกรรมการอิสระกับกรรมการที่เป็นเจ้าของ ยกตัวอย่าง บริษัท Apple มีบอร์ด 8 คน แต่เขามีธุรกิจทั่วโลกขนาดนี้ ความถนัดของบอร์ดแต่ละคนส่วนใหญ่จะเป็นซีอีโอของบริษัทอื่น ส่วน Walt Disney มีบอร์ด 10 คน มีบอร์ดที่เป็นแชร์แมนที่มาจาก General Motors, P&G และ Nike ดังนั้นมันไม่ใช่เรื่องของขนาดอย่างเดียว แต่มันเป็นเรื่องส่วนประกอบของบอร์ดด้วย บอร์ดของแต่ละที่ผลึกความเป็นตัวตนจริงๆ แล้วไม่เหมือนกัน

 

กรรมการอิสระมีการคัดเลือกอย่างไร

การคัดกรองบอร์ดจะดูจากความสามารถ ต้องไม่มีประวัติที่ไม่ดี แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีความถนัดที่บริษัทนั้นๆ ต้องการ คนที่คัดกรองก็คือ Nomination Committee ซึ่งเป็นคณะกรรมการชุดย่อยภายในบอร์ด คนกลุ่มนี้จะดูว่าสกิลที่ยังขาดในบริษัทคืออะไร เขาจะไปหาบอร์ดที่มีคุณสมบัติและมีสกิลนั้นเข้ามาเติม โดยให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้อนุมัติ 

 

คนที่มาเป็นกรรมการอิสระได้จะต้องผ่านการเรียนอะไรมาบ้าง

กรรมการอิสระไม่ได้มีการกำหนดว่าต้องผ่านการสอบใบอะไรเหมือนวิชาชีพต่างๆ แต่ควรที่จะผ่านหลักสูตรการอบรมว่าการที่คุณเป็นกรรมการ หน้าที่ของคุณคืออะไรบ้าง และต้องรับรู้ว่าคุณมีความเสี่ยงทางกฎหมาย คุณจำเป็นต้องรู้ว่าการทำงานแบบมีประสิทธิภาพของกรรมการคืออะไร เพราะครบองค์แล้วต้องครบเครื่องด้วย คือมีคนครบและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ บอร์ดต้องสามารถดึงเอาความเก่งของบอร์ดแต่ละคนมาประกบและทำให้เกิดบาลานซ์ เพื่อให้เกิดผลึกความยั่งยืนขององค์กร ดังนั้นบอร์ดจะดีไม่ดีขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

 

ถ้าต้องการสร้างบอร์ดในฝันขึ้นมา องค์ประกอบที่อยากจะเลือกมีอะไรบ้าง

ต้องถามก่อนว่าบริษัทเราคือใคร ทำเพื่อใคร ต้องการเข้าใจใคร ผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเราเป็นใครบ้าง จากนั้นเราก็ดูว่าอยากให้คนที่อยู่ตรงกลางที่จะทำหน้าที่คอยบาลานซ์บอร์ดทุกคนเป็นใคร เราก็ไปหาคนนั้นที่เป็นแรงดึงที่เหมาะสมกับเรา 

 

บอร์ดจำเป็นต้องมีอายุมากไหม

โดยทั่วไปคนจะจินตนาการว่าบอร์ดต้องเป็นผู้อาวุโส ความรู้เยอะๆ แต่ทุกวันนี้มีบอร์ดอายุน้อยลงเยอะมาก อย่างเมื่อก่อนที่ IOD เพิ่งเปิดมีคนมาเรียนอายุประมาณ 70 ปี ตอนนี้อายุ 48 ปีก็มีแล้ว บอร์ดทุกวันนี้อายุน้อยลง ความหลากหลายมากขึ้น

 

แต่ละวันบอร์ดทำอะไรบ้าง

ต้องบอกว่าบอร์ดทุกวันนี้ทำงานเชิงรุก คือไม่ใช่แค่เข้ามานั่งประชุม แต่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ต้องเตรียมตัวก่อนที่จะเข้ามาประชุม เมื่อเข้ามาประชุมต้องสามารถตั้งคำถามได้ ดังนั้นบอร์ดทุกวันนี้กับบอร์ด 20 ปีที่แล้วบทบาทต่างกันเยอะ เมื่อก่อนบอร์ดจะดูเหมือนเป็นผู้คุมกฎ และไม่ได้ทำงานเชิงรุกอย่างทุกวันนี้ หน้าที่ของบอร์ดเมื่อก่อนจะประมาณว่า พอถึงปลายปีก็จะคุยเรื่องแผนปีหน้าว่าจะเป็นอะไร และแต่ละไตรมาสผลประกอบการเป็นอย่างไร การบริหารความเสี่ยง เรื่องเกี่ยวกับพนักงาน ลูกค้า หรือตลาด แต่ถ้าเป็นยุคนี้จะเน้นคุยเรื่องความยั่งยืน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น จะเห็นว่าสิ่งที่ต้องรู้และต้องคุยมันเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก จึงต้องมีความเก่งของบอร์ดที่หลากหลายมากขึ้น

 


 

สามารถฟังพอดแคสต์ The Secret Sauce
ผ่านแอปพลิเคชันต่างๆ ที่คุณสะดวกหรือใช้อยู่แล้วได้เลย

 


 

Credits

 

Show Creator นครินทร์ วนกิจไพบูลย์
Show Producer ปวริศา ตั้งตุลานนท์
Show Co-Producer เชษฐพงศ์ ชูประดิษฐ์
Creative ภัทร จารุอริยานนท์

Sound Editor เดชาณัฏฐ์ ธีรดุริยสฤษฏ์
Sound Designer & Engineer กฤตพล จียะเกียรติ

Art Director อนงค์นาฏ วิวัฒนานนท์
Proofreader ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

Webmaster ไชยพร ศิริกลการ

Music westonemusic.com

 

  • LOADING...

READ MORE

MOST POPULAR