Menu

ไปเรียนแลกเปลี่ยนภาษาจีน ที่เมืองไถจง, ไต้หวัน

HIGHLIGHTS:

 

Time index

01:35 แนะนำตัวเป็นภาษาจีน

02:00 การเป็นนักเรียนไทยรุ่นแรกๆ ที่ไปแลกเปลี่ยนที่ไต้หวัน

05:07 การปรับตัวที่ประเทศแห่งนี้

10:30 บรรยากาศการเรียนในมหาวิทยาลัยนานาชาติไถจง

16:15 อาหารการกินของคนไต้หวัน

23:38 สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำ

42:08 บทเรียนจากการไปเรียนที่ไต้หวัน

 

     พูดถึงไต้หวันเกือบทุกคนคงนึกถึงเมืองไทเปทันที แต่ ก้อย-พัณณ์ชิตา ธนวีร์กิตติโชติ กลับเลือกไปเรียนแลกเปลี่ยนที่เมืองไถจง ที่อยู่ทางตอนกลางของไต้หวันเป็นเวลา 1 เทอม

     ไปฟังการปรับตัวของนักเรียนไทยในประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกครึ่งระหว่างจีน-ญี่ปุ่น รวมถึงเรื่องช้อป เรื่องเที่ยว และที่สำคัญเลย เรื่องกิน! (แล้วเรื่องเรียนล่ะ ไปไหน…)

 


 

01:35

     “สวัสดีค่า สวัสดีทุกๆ คน ฉันชื่อ หลินลี่เสียน ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่ไต้หวันสนุกมาก อาหารที่ไต้หวันอร่อยมาก ข้าวหมูพะโล้ (หรู่โร่วฟั่น) อร่อยที่สุด มากินด้วยกันมั้ยค้าาา”

 

02:00

“นักเรียนไทยที่ไต้หวันก็ไม่ค่อยเยอะ”

  • ช่วงปี 2011 ที่ก้อยไปเรียนที่ไต้หวัน ประเทศนี้ดูยังไม่ค่อยฮิตในหมู่คนไทยสักเท่าไหร่
  • ที่ไต้หวันมีภาษาท้องถิ่นอยู่เหมือนกัน เป็นภาษาจีนไต้หวันที่มีสำเนียงประหลาดมาก แต่เวลาไปเรียนก็พูดภาษาจีนกลาง เหมือนจีนแผ่นดินใหญ่นี่แหละ
  • ที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่ก้อยเรียนอยู่มีหลักสูตรแลกเปลี่ยนว่าต้องไปเรียนที่จีนหรือไต้หวัน
  • ก้อยเลือกไปไต้หวันเพราะก่อนนี้เคยไปไต้หวันมารอบหนึ่งแล้ว ก็รู้สึกว่ามันไม่ได้จีนขนาดนั้น
  • ไต้หวันมันเหมือนญี่ปุ่นที่พูดภาษาจีน ห้องน้ำสะอาดสะอ้าน แม้ว่าจะจีนบ้างนิดหน่อย แต่ก็รับได้ ด้วยความที่ไต้หวันโดนญี่ปุ่นเข้ามาปกครองอยู่ประมาณ 50 ปี หนึ่งชั่วอายุคน เลยบรรยากาศเหมือนญี่ปุ่นที่พูดจีนได้

 

05:07

“พอไปเรียนไต้หวันจริงๆ ไม่เหมือนไปเที่ยวเนี่ย ต้องเริ่มต้นปรับตัวยังไง”

  • ช่วงแรกคือร้องไห้อาทิตย์นึงติดกันเลย เพราะเป็นคนติดบ้านมาก ขนาดตอนปี 1 ที่ไปเรียนมหาวิทยาลัยก็อยู่หอได้แค่ 3 วัน แล้วก็หนีกลับบ้านเลย เพราะบรรยากาศหอพักน่ากลัวมาก
  • ทีนี้พอไปอยู่ไต้หวันก็โฮมซิก กลางวันก็ไปเรียน แต่กลางคืนก็กลับมานอนกอดตุ๊กตาร้องไห้คนเดียว
  • โครงการแลกเปลี่ยนนี้มีนักเรียนไทยไปเรียนทั้งหมด 12 คน
  • ทางมหาวิทยาลัยที่ไต้หวันจัดคลาสให้นักเรียนไทยเรียนกันแค่ 12 คน
  • ซึ่งทำให้ไม่ได้เพื่อนชาวไต้หวันในห้องเรียนเลย แต่ไปได้เพื่อนไต้หวันที่หอพัก
  • ซึ่งแม้ว่าจะเรียนภาษาจีนมาตลอด แต่ก็พูดจีนกับคนที่ไต้หวันแทบไม่ได้ เพราะตำราเรียนจีนของไทยมันไม่ค่อยโอเค ไม่มีการอัพเดตเลย ภาษาที่ใช้ในแบบเรียนก็เก่า

 

08:44

“ตอนเจอรูมเมตเป็นยังไงบ้าง”

  • ตอนไปถึงเป็นไฟลต์ดึก รูมเมตก็นอนกันเกือบหมดแล้ว แบตมือถือก็จะหมด พอคิดว่าขอยืมรูมเมต ก็นึกได้ว่าตัวเองไม่รู้ว่าปลั๊กในภาษาจีนต้องพูดว่าอะไร ไม่มีสอน นั่งสักพักเพื่อนอีกคนที่ไปอาบน้ำกลับมาพอดี แล้วเค้าเรียนเอกอังกฤษ เลยพอคุยกันได้ หลังจากนั้นเลยสนิทกับคนนี้มากสุดในห้อง

 

10:30

“บรรยากาศในคลาสเรียนที่เมืองไถจงเป็นยังไง”

  • ไถจงเป็นเมืองทางตอนกลางของไต้หวัน เป็นเมืองใหญ่พอดู แต่ไม่เจริญมากเท่าไทเป ถ้าเทียบกับกรุงเทพฯ​ ก็เหมือนอยู่แถวรามคำแหง เมืองเงียบๆ ผู้คนใช้ชีวิตกันช้าๆ นิดนึง
  • คณะที่ถูกส่งไปคือ Business ที่ National Taichung University แต่ที่นี่ไม่ได้เน้นสอนธุรกิจอะไรเลย แต่เน้นให้นักเรียนแลกเปลี่ยนฝึกการใช้ภาษาเป็นส่วนใหญ่ มีกิจกรรมเช่นไปสอนภาษาไทยให้กับเด็กชาวไต้หวันที่จะถูกส่งมาแลกเปลี่ยนที่ไทย
  • ในคลาสเรียน ส่วนมากจะเรียนเป็นภาษาจีน แต่อาจารย์ก็จะพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย
  • พอถึงวันหยุด เหล่าซือ (อาจารย์) ก็จะสั่งให้ไปเที่ยว แล้วกลับมาพรีเซนต์
  • ส่วนนักเรียนที่นั่นก็ดูจริงจังและตั้งใจกว่านักเรียนไทยมาก ไม่มีใครหลับในห้องเรียนเลย ที่นั่นอาจารย์กับนักเรียนดูเป็นเพื่อนกันมากกว่า
  • การเป็นนักเรียนต่างชาติทำให้คนวัยเดียวกันมองแปลกๆ เหมือนกัน เพราะยุคนั้นคนไทยยังไม่ค่อยไปไต้หวัน คนที่ไปก็มีแต่ไปเป็นแรงงาน ซึ่งเวลาจับกลุ่มกันก็มักจะโวยวายเสียงดัง คนที่นั่นไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
  • ใช้เวลาปรับตัวอยู่ 1-2 อาทิตย์ เริ่มกล้าสั่งอาหารเอง

 

16:15

“คนไต้หวันเค้ากินอะไรกัน”

  • ไต้หวันเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมผสม มีหลายเชื้อชาติมาอยู่ด้วยกัน อาหารก็หลากหลายไปด้วย
  • คนที่นั่นชอบกินอาหารอิตาเลียนกันมาก แต่เป็นสไตล์ไต้หวัน มีความจืดๆ หน่อย
  • อาหารจานเด็ดคือข้าวผัด ซึ่งหอมมาก เป็นข้าวเม็ดกลมๆ เหมือนข้าวญี่ปุ่น แล้วก็ใส่ผัก จำพวกกะหล่ำปลีกรุบกรอบ แล้วก็เนื้อสัตว์ตามที่เราอยากได้ เป็นแฮมเบคอนหมูไก่เป็ดวัวแพะแกะ ฯลฯ
  • คนที่นี่กินเจกับกินมังสวิรัติเยอะมาก อาหารจะไม่ค่อยมันเท่าไหร่ ไม่เหมือนอาหารจีนแผ่นดินใหญ่
  • แต่ที่นี่กินเผ็ดกันน้อยมาก พริกจะเป็นสิ่งเดียวที่เด็กไทยโหยหามาก ร้านอาหารไต้หวันจะชอบเคลมว่าพริกที่นี่เผ็ดมาก แต่พอไปลองกินดูก็พบว่าเหมือนส้มตำใส่พริกครึ่งเม็ด

 

19:00

“ไถจงเนี่ย วัยรุ่นไปอยู่เบื่อมะ”

  • อาจจะเบื่อหน่อย เพราะที่นั่นไม่ค่อยมีที่เดินเที่ยวเท่าไหร่ ต้องนั่งรถไปช้อปที่ไทเป
  • ที่ไต้หวันจะนิยมเสื้อผ้าน่ารักกุ๊กกิ๊ก แล้วก็ไม่ค่อยแพง จะมีร้านเสื้อผ้าตามตรอกซอกซอย เปิดบ้านขายเสื้อผ้าทำเอง ไม่ค่อยนิยมแบรนด์เนมมาก ส่วนมากมีแต่นักท่องเที่ยวมาซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนม
  • กิจกรรมสุดฮิตของวัยรุ่นไต้หวันคือ ร้องคาราโอเกะ
  • และที่แปลกมากคือ วัยรุ่นที่นี่จะแฮงเอาต์ที่ร้านชา แต่งร้านเหมือนร้านเหล้าเลย แต่ขายชา ขายกับแกล้ม เปิดถึงราวๆ ตีหนึ่ง
  • ไต้หวันเป็นเมืองที่นอนเร็ว ตื่นสายมาก

 

23:38

“แนะนำที่เที่ยวหน่อย”

  • ที่ชอบที่สุดคือฟาร์มแกะชิงจิ้ง เป็นแบบเหมือนสวิตเซอร์แลนด์ของไต้หวัน หนาวมาก แต่ไม่ถึงกับหิมะตก ที่ไต้หวันมีหิมะตกแค่ที่ภูเขาอาลิซาน แกะที่นั่นก็ไม่เหม็น อากาศก็ดี
  • อีกที่คือ จิ่วเฟิ่น อากาศเหงาๆ หมอกๆ มีโคมแดง ความรู้สึกจีนๆ แต่น่ารัก อาหารอร่อย เป็นภูเขาลูกหนึ่งที่มีเหมืองเก่าอยู่ด้านบน บรรยากาศก็จะเก่าๆ ขลังๆ เป็นต้นแบบของหมู่บ้านในแอนิเมชัน Spirited Away
  • แห่งที่สามคือสวนสนุกจิ่วจู๋ อยู่ใกล้ๆ Sun Moon Lake ที่ทัวร์ชอบพาไป แต่ทัวร์จะไม่ค่อยพาไปสวนสนุก ของเล่นเค้าดีเลย ทันสมัย วิวสวย
  • แต่คนไต้หวันจะชอบเล่นสวนสนุกกันเงียบๆ จับราวแน่น ไม่กรี๊ด ไม่แสดงความรู้สึก
  • คนไหนที่กรี๊ด เดาได้เลยว่าเป็นชาวต่างชาติ

 

29:15

“ถ้าจะไปให้ถึงไต้หวันต้องกินอะไร”

  • อาหารไต้หวันจะใส่เครื่องเทศอะไรสักอย่าง ที่ใส่ลงไปปุ๊บแล้วจะรู้สึกถึงไต้หวันเลย
  • ส่วนตัวแล้วต้องกินข้าวหมูสับพะโล้ กินทุกรอบที่ไป ราคาไม่เกิน 35 บาท เป็นร้านข้างทาง
  • อยากแนะนำให้ทุกคนไปกินร้านข้างทาง ไม่อยากให้ไปกินร้านแมสๆ แบบติ่นไท่ฟง ต้องไปกินข้างทาง
  • อีกอย่างที่ต้องไปโดนคือชานมไข่มุกต้นตำรับ ร้านเด็ดคือร้านชุนสุ่ยถัง ไข่มุกจะเหนียวนุ่มหนึบ ไม่อืด ไม่บวมน้ำ หอมชา

 

32:54

“ผู้ชายไต้หวันเป็นยังไง”

  • ส่วนใหญ่จะสูงๆ ผอมๆ ดูไม่ค่อยแข็งแรง
  • รูมเมตที่พูดภาษาอังกฤษได้จะมาปรึกษาเรื่องปัญหาความรัก เราเองก็แฟนตามไปที่ไต้หวัน
  • ปัญหาหัวใจที่มาปรึกษาคือผู้ชายไต้หวันไม่ค่อยเทกแคร์ กลับเป็นฝ่ายผู้หญิงที่ต้องดูแลฝ่ายชาย
  • อีกคัลเจอร์ช็อกหนึ่งที่เจอตอนไปถึงไต้หวันคือ รูมเมตตากผ้าในห้อง ตากเยอะมาก ทั้งๆ ที่มีโซนตากผ้าอยู่ที่ระเบียง ก็ปรากฏว่าคนจะเอาเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซัก เช่น เล่นกีฬามาเหงื่อออก ก็เอามาตากในห้อง
  • อีกเหตุการณ์คือเคยอาบน้ำอยู่แล้วมีก้อนประจำเดือนของห้องข้างๆ ไหลมาโดนเท้า

 

42:08

“บทเรียนจากการได้ไปอยู่ไต้หวัน”

  • หลังจากไปไต้หวันกลับมา นิสัยก็เปลี่ยนไปมาก กล้ามากขึ้น เก็บตัวน้อยลง ด้วยความที่ต้องไปใช้ชีวิตคนเดียว ทำให้เวลาถามทางก็ต้องกล้าจะถาม เลยเป็นการเปิดใจตัวเองให้กล้าพูดคุยกับคนอื่นก่อน แม้บางทีเค้าอาจไม่อยากคุยกับเราก็ตาม
  • มีครั้งหนึ่งเคยจะไปฟาร์มสตรอว์เบอร์รี  ต้องนั่งรถบัสไป ก็ไปกับเพื่อนคนไทยอีก 3 คน เราก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็ไปถามคนไต้หวันแถวนั้นว่าจะไปกินสตรอว์เบอร์รี เค้าก็บอกให้ขึ้นรถเลย พอนั่งรถไปถึง ปรากฏว่ามันเป็นทุ่งกว้างโล่งมาก ไม่มีคนไม่มีสัตว์เลย มีกระท่อมเล็กๆ หลังหนึ่งตรงนั้น รถก็ไม่มีผ่านมาเลย สรุปว่า ก็ต้องทำใจกล้าๆ ถามชาวบ้านแถวนั้น เค้าก็บอกว่าเดี๋ยวมีรถมานะ อีก 2 ชั่วโมง
  • สุดท้าย พอรถมาก็นั่งไปถึงฟาร์ม ปรากฏว่าสตรอว์เบอร์รีโดนเก็บไปหมดแล้ว ต้องกินสตรอว์เบอร์รีอบแห้งแทน
  • แต่ก็เป็นความทรงจำดีๆ ที่ได้ไปเดินทางกับเพื่อนๆ ร่วมรุ่น

 

45:54

“อะ ฝากอะไรสักอย่างให้คนที่จะไปเรียนไต้หวันหน่อย”

“เที่ยวให้คุ้มค่ะ เอ๊ะ ไม่เกี่ยวกับเรียนเลย เพราะว่าเราต้องเรียนอยู่แล้ว วันหยุดอย่าอยู่แต่หอค่ะ ไปเที่ยวซะ”

 


 

Credits

 

The Host ธัชนนท์ จารุพัชนี

The Guest พัณณ์ชิตา ธนวีร์กิตติโชติ

 

Show Creator ภูมิชาย บุญสินสุข

Episode Producers ภูมิชาย บุญสินสุข

นทธัญ แสงไชย

อธิษฐาน กาญจนพงศ์

ปวริศา ตั้งตุลานนท์

Episode Editor นทธัญ แสงไชย

Sound Designer & Engineer ศุภณัฐ เดชะอำไพ

Coordinator & Admin อภิสิทธิ์​ หรรษาภิรมย์โชค

Art Director กริณ ลีราภิรมย์

Graphic Designer เทียนจรัส วงศ์พิเศษกุล

Photographer อธิษฐาน กาญจนพงศ์

Music Westonemusic.com

FYI
  • ดูหลักสูตรคณะภาษาและวัฒนธรรมจีน ที่จะได้ไปเรียนแลกเปลี่ยนที่จีนหรือไต้หวัน ของมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ได้ที่ www.hcu.ac.th/faculty-of-chinese-language-and-culture
  • ติดตามผลงานหนังสือแปลจากไต้หวันของก้อยและสำนักพิมพ์แมงมุมได้ที่ www.mmbooks.co
1,606 VIEWS

RELATED STORIES