×

PLAYER Profile: เอสที-วารีรยา สุขเกษม จาก ‘เด็กหญิง’ สู่ ‘นางสาว’ เติบโตผ่านทุกการล้ม บนเส้นทางสเกตบอร์ด

28.08.2026
  • LOADING...
ภาพ เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเกตบอร์ดหญิงทีมชาติไทย

หากมองจากสายตาคนภายนอก ภาพของ เอสที-วารีรยา สุขเกษม คือสาวน้อยมหัศจรรย์ผู้สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการสเกตบอร์ดไทย ผ่านการแข่งขันระดับโลกทั้งโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์ตั้งแต่อายุยังน้อย

 

 
 

แต่ภายใต้ภาพของนักกีฬาดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จ เธอก็เป็นเพียงเด็กสาวคนหนึ่งที่กำลังเรียนรู้การเติบโต ผ่านทั้งชัยชนะ ความผิดหวัง ความกดดัน และบาดแผลจากการเล่นกีฬา

 

วันนี้ เอสทีเติบโตขึ้นทั้งในฐานะนักกีฬาและในฐานะคนคนหนึ่ง ความเจ็บปวดที่ผ่านมาไม่ได้เพียงทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกาย แต่ยังเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองที่เธอมีต่อการใช้ชีวิต

 

ก่อนเข้าสู่เอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น THE STANDARD SPORT ชวนอ่านเส้นทางของเด็กสาววัย 15 ปี ผ่านบทสนทนาที่ไม่ได้มีเพียงเรื่องชัยชนะหรือเหรียญรางวัล แต่คือเรื่องราวของการล้ม การลุกขึ้น และการเติบโตไปพร้อมกัน

 

ท้าทายความเสี่ยงเพื่อเหรียญรางวัล

 

“เป้าหมายในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้คือการทำ PERFECT RUN ให้ได้ครบทุกท่า หนูตั้งใจจะใช้ท่า Backflip เป็นท่าเปิดมานานแล้ว แต่ที่ผ่านมายังไม่ได้เอามาเล่นสักที เพราะมันเป็นท่าที่ต้องชัวร์มากๆ ถ้าล้มตั้งแต่ท่าแรก รันนั้นคือพังเลย”

 

ประโยคแรกของเอสทีสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งของเธอได้ชัดเจน นั่นคือการกล้าที่จะตัดสินใจมากขึ้นกับการลุยเอเชียนเกมส์ 2026

 

สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในโลกของสเกตบอร์ด การเลือกใช้ Backflip เป็นท่าเปิดการแข่งขันอาจดูเป็นเพียงท่าที่หวือหวา แต่สำหรับนักกีฬา นี่คือการเลือกเดินบนเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง เพราะความผิดพลาดตั้งแต่ท่าแรกอาจหมายถึงการเสียทั้งรัน

 

หลังจบการแข่งขัน World Skate ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี เอสทีให้ความสำคัญกับการฝึก Backflip มากขึ้น โดยเตรียมนำมาคอมโบกับท่า Giffy Backside เพื่อเพิ่มความยากและโอกาสในการทำคะแนน

 

“ถ้าทำได้ตามเป้า ก็หวังว่าจะติด 1 ใน 3 เพื่อคว้าเหรียญรางวัล เพราะครั้งนี้ก็เป็นการแข่งเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 2 ของหนู คิดว่าตัวเองจะทำได้ดี และด้วยสภาพร่างกายที่ดีขึ้น ไม่มีการบาดเจ็บอะไรเพิ่มเติม”

 

สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่เพียงท่าที่เอสทีเลือกเล่น แต่คือวิธีคิดของเธอ

 

จากเด็กที่อาจมองการแข่งขันผ่านความกล้าและความตื่นเต้น วันนี้เธอเริ่มเข้าใจมากขึ้นว่าความเสี่ยงแบบไหนที่ควรรับ และต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ตัวเองพร้อมรับผลของการตัดสินใจนั้น

 

บาดแผลที่เปลี่ยนความคิด

 

ท่าทางผาดโผน สวยงาม ที่แฟนกีฬามองเห็นบนสนาม ล้วนแลกมาด้วยความเจ็บปวดที่นักกีฬาต้องเผชิญ และสำหรับเอสที หนึ่งในบาดแผลที่เธอจำได้ดีที่สุดเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเส้นทางนักกีฬา

 

“เจ็บและจำที่สุดก็คือ ตอนแรกที่หนูล้มแล้วเอ็นไขว้หลังขาขวาขาด อันนั้นเหมือนเส้นทางชีวิตหนูขาดไปได้เลย เหมือนหนูมาซ้อมแล้วไม่ได้ยืดเส้นให้ดี ถ้าเห็นในคลิปวิดีโอก็อาจจะดูเหมือนล้มไถลไปเฉยๆ แต่จริงๆ เอ็นไขว้หลังมันขาดไปแล้ว”

 

สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์นั้นหนักหนากว่าอาการบาดเจ็บ คือมันเกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกของการเก็บตัวทีมชาติ และทำให้เธอต้องพักการแข่งและการฝึกซ้อมนานประมาณ 6-7 เดือน

 

ช่วงเวลานั้นอาจทำให้เส้นทางของเด็กสาวคนหนึ่งหยุดชะงัก แต่เมื่อกลับมายืนบนบอร์ดได้อีกครั้ง เอสทีก็ค่อยๆ สะสมประสบการณ์ผ่านเวทีระดับนานาชาติ จนกลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาสเกตบอร์ดหญิงที่น่าจับตามองของไทย

 

แต่บาดแผลไม่ได้จบลงเพียงวันที่ร่างกายหายดี

 

ในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศไทย เมื่อปลายปี 2025 เอสทีต้องรับมือกับความกดดันที่แตกต่างออกไป

 

“ตอนซีเกมส์ หนูตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นกว่าโอลิมปิกที่ปารีส ตื่นเต้นกว่าเอเชียนเกมส์ที่หางโจวอีก ได้เล่นในบ้านแล้วความคาดหวังสูง แต่หนูมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้ากับหัวเข่าพร้อมกันด้วย ช่วงนั้นใจแป้วง่าย ซ้อมได้ไม่เต็มที่ เพราะติดเรื่องเรียนด้วย”

 

ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอเริ่มเข้าใจว่า การเป็นนักกีฬาไม่ได้หมายถึงการผลักตัวเองให้ไปได้ไกลที่สุดในทุกวัน แต่คือการรู้ว่าเมื่อไรควรผลัก เมื่อไรควรหยุด และเมื่อไรต้องดูแลตัวเอง

 

“พอมาถึงเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ หนูไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิม พยายามดูแลร่างกายให้ดีที่สุด ซ้อมก็ให้อยู่ในเวทที่เราไหว แต่ให้ท่าที่ซ้อมแน่นที่สุด”

 

บาดแผลอาจพรากเวลาไปจากเธอหลายเดือน แต่สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือบทเรียนที่ไม่มีสนามซ้อมไหนสอนได้

 

เอสทีไม่ได้เรียนรู้เพียงวิธีล้มให้ปลอดภัยขึ้น แต่ยังเรียนรู้ว่าการดูแลตัวเอง การเตรียมตัว และการรู้จักข้อจำกัดของร่างกาย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเป็นนักกีฬาไม่แพ้การฝึกท่าที่ยากที่สุด

 

ชีวิตนักกีฬาต้องเดินคู่ไปกับวัยรุ่น

 

แม้ชื่อของเอสทีจะมาพร้อมคำว่า “นักกีฬาทีมชาติไทย” แต่ในอีกด้านหนึ่ง เธอก็ยังเป็นเด็กสาววัย 15 ปีที่กำลังเรียนรู้โลกเหมือนกับเพื่อนวัยเดียวกัน

 

เมื่อโลกของเธอกว้างขึ้น มีเพื่อนมากขึ้น มีความอยากใช้ชีวิต และเริ่มสัมผัสชีวิตวัยรุ่นมากขึ้น แต่การมีสองบทบาทในเวลาเดียวกันไม่ใช่เรื่องง่าย

 

“ช่วงที่ขึ้น ม. 1 หนูได้เจอเพื่อนเยอะขึ้น เริ่มเป็นวัยรุ่น เริ่มอยากไปเที่ยวกับเพื่อน มีบางครั้งที่เคยหนีซ้อมแต่ไม่บ่อย แต่หนูยังยกให้สเกตบอร์ดเป็นที่หนึ่งเหมือนเดิม”

 

“แต่หนูก็ยังซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียน บางครั้งมันก็รู้สึกเหนื่อยมากๆ เพราะต้องซ้อมแล้วก็ต้องเรียนด้วย ยิ่งช่วงที่มีการแข่งขันไม่ได้ไปโรงเรียนเลย จนเพื่อนนึกว่าลาออกไปแล้ว”

 

เช้าคือเวลาเรียน บ่ายคือเวลาซ้อม ส่วนวันที่มีการแข่งขัน โรงเรียนกลายเป็นสิ่งที่ต้องพักไว้ชั่วคราว

 

ขณะที่เพื่อนวัยเดียวกันกำลังใช้ชีวิตตามแบบของตัวเอง เอสทีก็ต้องเรียนรู้การแบ่งเวลาและรับผิดชอบกับสิ่งที่เลือกเดินไปพร้อมกัน

 

“หนูอยู่กับคำว่าเด็กหญิงมา 15 ปีแล้ว และทุกคนก็จำชื่อของเด็กหญิงวารีรยาที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไปแล้ว แต่พอเปลี่ยนเป็นนางสาวก็ต้องยอมรับ”

 

จากเด็กหญิงที่เคยสร้างประวัติศาสตร์ในโอลิมปิก สู่เด็กสาวที่กำลังเติบโตขึ้นพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากกว่าเดิม สิ่งที่เปลี่ยนไปจึงไม่ใช่แค่ตัวเลขอายุหรือคำนำหน้าชื่อ แต่เป็นความคิดที่ค่อยๆ เติบโตตามประสบการณ์

 

และบางทีการเติบโตของนักกีฬาอาจไม่ได้วัดจากจำนวนเหรียญที่เพิ่มขึ้นในตู้โชว์เพียงอย่างเดียว

 

แต่อาจวัดจากวันที่พวกเขาล้มลงแล้วรู้ว่าจะลุกขึ้นอย่างไร

 

สำหรับ เอสที-วารีรยา สุขเกษม ทุกบาดแผลที่เคยเกิดขึ้นบนเส้นทางสายนี้ กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดที่เติบโตขึ้นตามวัย

 

คู่แข่งสำคัญ

 

ในการประเดิมเอเชียนเกมส์ครั้งแรกเมื่อปี 2023 เอสที-วารีรยา สุขเกษม ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จบอันดับ 5 ในประเภทสตรีทหญิง เป็นนักกีฬาไทยที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในรายการนี้ และเป็นรองเพียงนักกีฬาจากญี่ปุ่นและจีน 2 ชาติชั้นนำของวงการสเกตบอร์ดโลก

 

กลับมาครั้งนี้ ญี่ปุ่นยังคงเป็นชาติที่น่าจับตามองในประเภทสตรีทหญิง เพราะเต็มไปด้วยบรรดานักสเกตบอร์ดดาวรุ่งฝีมือระดับโลก โดยในท็อป 7 ของโลก มีนักกีฬาญี่ปุ่นอยู่ถึง 5 คน นำโดย Ibuki Matsumoto มือ 1 ของโลกวัย 14 ปี ตามด้วย Yumeka Oda มือ 4 ของโลกวัย 19 ปี, Nanami Onishi มือ 5 ของโลกวัย 16 ปี, Coco Yoshizawa มือ 6 ของโลกวัย 16 ปี และ Funa Nakayama มือ 7 ของโลกวัย 21 ปี

 

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ส่วนจีนก็น่ากลัวไม่แพ้กัน เพราะมี Cui Chenxi แชมป์เก่าจากเอเชียนเกมส์ 2023 วัย 16 ปี ซึ่งปัจจุบันรั้งมือ 3 ของโลก รวมถึง Zeng Wenhui รองแชมป์เก่า และ Yuanling Zhu มือ 11 ของโลกวัย 15 ปี ที่ต่างพร้อมขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงเหรียญทองได้เช่นกัน

 

จีนก็เป็นอีกชาติที่ประมาทไม่ได้ โดยมี Cui Chenxi แชมป์เก่าจากเอเชียนเกมส์ 2023 วัย 16 ปี ปัจจุบันรั้งมือ 3 ของโลก ขณะที่ Zeng Wenhui รองแชมป์เก่า และ Yuanling Zhu มือ 11 ของโลกวัย 15 ปี ต่างมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นไปคว้าเหรียญทองได้เช่นกัน

 

เมื่อมองดูคู่แข่งรอบตัวแล้ว เอเชียนเกมส์ครั้งนี้จึงไม่ใช่งานง่ายสำหรับเอสทีเหมือนเคย แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่ก็เป็นโอกาสสำคัญที่จะได้วัดตัวเองกับนักกีฬาระดับแถวหน้าของเอเชียอีกครั้ง

 

จากอันดับ 5 ในครั้งแรก สู่การคว้าเหรียญทองแดงในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2026 ผลงานที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นของเอสที น่าจะช่วยเติมความมั่นใจให้เธอไม่น้อย และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวไปไกลกว่าเดิมในเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 2 ของเธอ

 

สเกตบอร์ด แข่งที่ไหน ชิงกี่เหรียญทอง

 

สเกตบอร์ด ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ชิง 4 เหรียญทอง แบ่งเป็น ประเภทสตรีทชาย-หญิง และ พาร์คชาย-หญิง แข่งขันที่ไอจิ สกาย เอ็กซ์โป หรือ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติไอจิ ในเมืองโทโกนาเมะ จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน

 

สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ส่งนักกีฬาสเกตบอร์ด ลงแข่ง 7 คน ตั้งเป้าคว้า 2 เหรียญทองแดงจากทั้งกีฬาสเกตบอร์ดและจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ 2 ชนิดกีฬาที่อยู่ภายใต้การดูแลของสมาคมฯ

 

สำหรับรายชื่อนักกีฬาสเกตบอร์ด ประกอบด้วย

 

ประเภทสตรีทหญิง: วารีรยา สุขเกษม, ณัฏฐิยาภรณ์ นวกิจวงศ์

 

ประเภทพาร์คหญิง: เฟรย่า-ศริยา บราวน์

 

ประเภทสตรีทชาย: ฟิราส-คีริน เพชรคีรี, ชัย-ธวัชชัย เซี่ยงอึ่ง

 

ประเภทพาร์คชาย: กรวิทย์ เกตุแก้ว, ไบรอัน แวน อุปพงษ์ เป็นตัวแทนทีมชาติ

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising