แกนนำพรรคประชาชนลงพื้นที่ช่วย ‘เดชรัต สุขกำเนิด’ หาเสียงนายก อบจ.นนทบุรี หมายเลข 4 ชูนโยบาย ‘4 ส.’ ครอบคลุมการศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ด้าน ‘เท้ง-พิธา’ ปลุกประชาชนออกมาใช้สิทธิวันที่ 20 กันยายน ตั้งเป้าเพิ่มผู้มาใช้สิทธิจาก 40% เป็น 50-60%**
ประเด็นสำคัญ
วานนี้ (30 สิงหาคม) ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ และตลาดนกฮูก อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี แกนนำ ผู้ช่วยหาเสียง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชน ทั้ง 8 เขต ร่วมกิจกรรมหาเสียงและเปิดเวทีปราศรัยสำหรับการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 20 กันยายน 2569 โดยพรรคประชาชนส่ง เดชรัต สุขกำเนิด เป็นผู้สมัครหมายเลข 4
กิจกรรมเริ่มต้นในช่วงเย็นที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ โดยเดชรัต พร้อมด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ร่วมพบปะประชาชน ก่อนเดินทางไปสมทบกับ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ ที่ตลาดนกฮูก และขึ้นเวทีปราศรัยในช่วงค่ำ
‘เท้ง’ ย้ำไม่ผูกขาดการเมือง ชวนสร้าง ‘นิวนนท์’
ณัฐพงษ์กล่าวว่า การส่งเดชรัตลงสมัครนายก อบจ.นนทบุรี ไม่ได้เกิดจากความต้องการผูกขาดการเมืองในจังหวัด แม้พรรคจะได้รับความไว้วางใจในการเลือกตั้งระดับประเทศจนมี สส. ครบทั้ง 8 เขต รวมถึงมีนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาท้องถิ่นจากพรรคจำนวนมาก แต่พรรคมองเห็นโอกาสพัฒนาจังหวัดภายใต้แนวคิด ‘นิวนนท์’ เพื่อสร้างนนทบุรีให้เป็นเมืองน่าอยู่ นำหน้า และเป็นของทุกคน
ด้านการศึกษา งบประมาณปีละประมาณ 1,600 ล้านบาทจะยังได้รับการสนับสนุนต่อเนื่อง ไม่มีการปรับลด และพร้อมเพิ่มงบประมาณในส่วนที่จำเป็น ควบคู่กับการสร้างพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้ฝึกทักษะผ่านการลงมือทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่อินเทอร์เน็ตหรือ AI ไม่สามารถทดแทนได้
ขณะที่เป้าหมาย ‘นนท์ของทุกคน’ จะเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการบริหารงบประมาณโดยตรง ผ่านโครงการ ‘นายกสัญจร’ ซึ่งนายก อบจ. จะลงพื้นที่พบประชาชนในชุมชนต่างๆ ทุกเดือน เพื่อรับฟังปัญหาและนำข้อเสนอไปจัดทำเป็นโครงการในงบประมาณประจำปี
ณัฐพงษ์ระบุว่า สิ่งที่ต้องการให้ชาวนนทบุรีพิจารณาคือ จุดยืนและอุดมการณ์ของพรรค ความรู้ความสามารถและความเข้าใจปัญหาของเดชรัต ตลอดจนวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม หากเดชรัตได้รับเลือก จะสามารถทำงานร่วมกับ สส.นนทบุรีทั้ง 8 เขต ตัวแทนพรรคในระดับท้องถิ่น และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญของพรรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงความสำคัญของจำนวนผู้มาใช้สิทธิว่า การเลือกตั้งระดับประเทศครั้งที่ผ่านมามีชาวนนทบุรีออกมาใช้สิทธิประมาณ 70% ขณะที่การเลือกตั้งนายก อบจ. ครั้งล่าสุดมีผู้มาใช้สิทธิเพียงประมาณ 40% พรรคจึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนผู้มาใช้สิทธิเป็น 50-60%
“ต่อให้พรรคหรือผู้สมัครหาเสียงมากเพียงใด คนที่สามารถตัดสินผลการเลือกตั้งได้ก็คือประชาชน หากมีผู้ออกมาใช้สิทธิถึง 50% เราก็มีลุ้นชนะอย่างแน่นอน” ณัฐพงษ์กล่าว
‘เดชรัต’ ชู 4 ส. ศึกษา-สุขภาพ-สิ่งแวดล้อม-เศรษฐกิจ
ด้านเดชรัตนำเสนอแนวทางบริหารนนทบุรีผ่านนโยบาย ‘4 ส.’ ได้แก่ การศึกษา สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ โดยระบุว่า ต้องการนำประสบการณ์จากการเป็นอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นเวลา 30 ปี รวมถึงการทำหน้าที่ผู้อำนวยการนโยบายของพรรคก้าวไกลและพรรคประชาชน มาผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริงในจังหวัดนนทบุรี
ส. แรก การศึกษา** เดชรัตยืนยันว่าจะรักษางบประมาณด้านการศึกษาประมาณ 1,600 ล้านบาท ทั้งในส่วนการจ้างครูและการลงทุนด้านโรงเรียน พร้อมเติมเต็มสิ่งที่ยังขาด โดยหนึ่งในภารกิจแรกคือการจัดทำระบบดูแลสุขภาพจิตในโรงเรียนให้ครอบคลุมนักเรียน ครู และผู้ปกครอง ภายใน 30 วัน เพื่อให้ทันภาคการศึกษาถัดไป
นอกจากนี้จะสร้าง ‘นนทบุรี Learning Space’ ด้วยการปรับปรุงพื้นที่เดิมให้เป็น Co-working Space ห้องสมุด และพื้นที่ทำกิจกรรม รวมถึงโครงการ ‘บ้านนิทาน ลานของเล่น’ พร้อมลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียนขนาดใหญ่กับโรงเรียนขนาดเล็ก
ส. ที่สอง สุขภาพ จะผลักดันให้ประชาชนเข้าถึงบริการแบบ ‘ใกล้บ้าน ใกล้ใจ’ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ แต่จะเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยบริการตั้งแต่ระดับตำบล อำเภอ จังหวัด ไปจนถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ พร้อมพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะสำหรับการเดินทางไปสถานพยาบาล เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
ส. ที่สาม สิ่งแวดล้อม จะเร่งแก้ปัญหาบ่อขยะไทรน้อย ซึ่งรองรับขยะจากทั่วจังหวัดประมาณ 1,800 ตันต่อวัน โดยเริ่มดำเนินการภายใน 100 วันแรก ทั้งการลดระยะเวลารอคิวของรถขยะ ลดปริมาณน้ำฝนที่ไหลเข้าไปผสมกับน้ำชะขยะ และเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมตรวจสอบการดำเนินงาน
ขณะเดียวกันจะดูแลแม่น้ำลำคลองและป้องกันน้ำเค็มรุกแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอาจกระทบต่อสวนทุเรียนนนท์ ผ่านการนำระบบพยากรณ์มาใช้ ประสานกรมชลประทานบริหารน้ำจืดเพื่อผลักดันน้ำเค็ม และให้ อบจ. ทำหน้าที่เป็นแกนกลางประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในลุ่มคลองเดียวกัน
ส. ที่สี่ เศรษฐกิจ จะมุ่งสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อฟื้นฟูพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะท่าน้ำนนท์ ให้กลับมาคึกคักในบทบาทใหม่ ทั้งในฐานะพื้นที่เรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ และการพัฒนาศาลากลางหลังเก่าให้เป็นพื้นที่แห่งความภาคภูมิใจของคนในจังหวัด
ส่วนเกาะเกร็ดจะเพิ่มกิจกรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นทุกวัน ไม่จำกัดเฉพาะตลาดวันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตลอดจนพัฒนาบางกรวย บางใหญ่ และไทรน้อย ให้เป็นย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์
สำหรับภาคการเกษตร เดชรัตเสนอเชื่อมโยงเกษตรกรในจังหวัดเข้ากับระบบอาหารของโรงเรียน สนับสนุนให้เกษตรกรผลิตวัตถุดิบสำหรับอาหารกลางวันของนักเรียน เพื่อสร้างตลาดที่แน่นอนให้แก่เกษตรกร และยกระดับโภชนาการของเด็กในโรงเรียนขนาดเล็กไปพร้อมกัน
“การศึกษาต้องสานต่อและเสริมเติมแต่งให้ครบถ้วน เรื่องสุขภาพต้องดูแลใกล้บ้านใกล้ใจ เรื่องสิ่งแวดล้อม แม่น้ำลำคลอง ขยะ และฝุ่นละอองขนาดเล็ก ต้องจัดการให้เมืองนนท์น่าอยู่ และเรื่องสุดท้ายคือเศรษฐกิจ ที่ต้องมุ่งเน้นการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์” เดชรัตกล่าว
‘พิธา’ ชูนนทบุรี 4 เด้ง เลือกคนเดียวได้ทั้งทีม
พิธาขึ้นปราศรัยเป็นคนสุดท้าย โดยระบุว่า ณัฐพงษ์ได้อธิบายแล้วว่าเหตุใดประชาชนต้องออกไปเลือกตั้ง ขณะที่เดชรัตนำเสนอว่าจะทำอะไรหากได้รับเลือก ส่วนตนจะอธิบายว่าจะทำอย่างไรให้นโยบายเหล่านั้นกลายเป็นความจริง
พิธากล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างเดชรัตกับพรรคประชาชนสะท้อนผ่านแนวคิด ‘นนทบุรี 4 เด้ง’
เด้งแรก ชาวนนทบุรีจะได้ผู้บริหารที่เป็น “ตัวจริงเสียงจริง” ด้านนโยบาย โดยพิธาระบุว่าได้ทำงานร่วมกับเดชรัตมาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล จึงมั่นใจในความสามารถด้านการพัฒนาและออกแบบนโยบาย
เด้งที่สอง คือการทำงานอย่างไร้รอยต่อกับ สส.พรรคประชาชนทั้ง 8 เขต เชื่อมโยงการทำงานระหว่างระดับประเทศกับผู้บริหารท้องถิ่นที่รับผิดชอบงบประมาณของจังหวัด
เด้งที่สาม คือการได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรของพรรคที่มีความเชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา เศรษฐกิจ และสาธารณสุข ซึ่งพร้อมนำองค์ความรู้มาสนับสนุนนโยบาย ‘4 ส.’
และเด้งที่สี่ คือการมีทีมบุคลากรของพรรคช่วยสนับสนุนการบริหารท้องถิ่น เปรียบเสมือน “ซื้อหนึ่งแถมสี่” เพราะการเลือกเดชรัตไม่ได้หมายถึงการเลือกผู้สมัครเพียงคนเดียว แต่ยังได้ทีมงานของพรรคประชาชนเข้ามาร่วมขับเคลื่อนจังหวัด
พิธากล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือประชาชนที่เคยออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งระดับประเทศจะไม่ออกมาใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่น หากจำนวนผู้ใช้สิทธิลดลงจากประมาณ 8 แสนคนเหลือ 4 แสนคน ต่อให้ผู้สมัครหรือพรรคหาเสียงอย่างเต็มที่ก็ยากที่จะคว้าชัยชนะ
“การเลือกตั้งครั้งนี้เดิมพันสูงมาก และคนที่จะกำหนดชะตาชีวิตของชาวนนทบุรีได้ก็คือพี่น้องชาวนนทบุรี จงออกไปใช้สิทธิใช้เสียงกันอย่างถล่มทลายในวันที่ 20 กันยายนนี้ ใครที่ตั้งใจจะไปเลือกตั้งอยู่แล้ว ขอให้ช่วยชักชวนคนรอบตัวอีกคนละ 4 คนให้ออกมาใช้สิทธิ และขอคะแนนให้เดชรัต หมายเลข 4 ได้เป็นนายก อบจ.นนทบุรี คนต่อไป” พิธากล่าว


