วานนี้ (18 กันยายน) ที่อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี พรรคประชาชนเดินหน้ารณรงค์หาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีต่อเนื่องจากกิจกรรม ‘ส้ม CONVOY’ ในช่วงเช้า โดยช่วงเย็น พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมขึ้นรถแห่กับ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี หมายเลข 4 พรรคประชาชน พร้อมด้วย ปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน เพื่อหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 20 กันยายนนี้
ขบวนรถแห่เริ่มต้นที่ตลาด BB ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังตลาดบางใหญ่ ผ่านซอยแก้วอินทร์ ตลาดชุมพล ซอยกันตนา ตลาดพระปิ่น 3 และวนกลับมาที่ตลาด BB อีกครั้ง โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนให้ความสนใจ แวะทักทาย มอบอาหารและน้ำดื่ม ขอถ่ายรูป และให้กำลังใจทีมผู้สมัครอย่างต่อเนื่อง
ระหว่างการหาเสียง พิธากล่าวเชิญชวนประชาชนวางแผนเวลาเพื่อออกไปใช้สิทธิ โดยระบุว่าเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้ง พร้อมขอแรงสนับสนุนจากชาวบางใหญ่ให้กับเดชรัต ซึ่งมีส่วนร่วมในการจัดทำนโยบายของพรรคมาตั้งแต่ต้น โดยวันที่ 20 กันยายนนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างนนทบุรีโฉมใหม่ ผ่านนโยบายและการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
“งบประมาณของ อบจ.นนทบุรี มีมากกว่า 3,200 ล้านบาทต่อปี นนทบุรีต้องการนายก อบจ. และทีมบริหารที่สามารถนำงบประมาณดังกล่าวมาใช้พัฒนาพื้นที่ ซึ่งเดชรัตเป็นผู้ที่มีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการบริหาร อบจ.นนทบุรี การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นหนึ่งในโอกาสที่จะทำให้ความหวังและความเปลี่ยนแปลงใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด” พิธากล่าว
พิธากล่าวต่อว่า หากเดชรัตได้รับเลือกตั้งในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเปรียบเสมือน ‘โดมิโนตัวแรก’ หลังผู้สนับสนุนเผชิญความผิดหวังทางการเมืองจากการยุบพรรคก้าวไกล พร้อมกล่าวถึงตัวเลขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งคาดการณ์ว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิประมาณ 45% ว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำเกินไป โดยต้องการเห็นประชาชนชาวนนทบุรีออกมาใช้สิทธิมากกว่า 50% เพื่อแสดงพลังและรักษาสิทธิและเสียงของตนเอง พร้อมขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งหมดหวัง
ด้านเดชรัตกล่าวระหว่างการหาเสียงว่า เป้าหมายคือการพัฒนาจังหวัดให้เป็น ‘นนทบุรีที่น่าอยู่ นนทบุรีที่นำหน้า และนนทบุรีที่เป็นของทุกคน’ อย่างแท้จริง หากได้รับเลือกตั้ง งบประมาณองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีประมาณ 3,200 ล้านบาทต่อปีจะต้องถูกใช้อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอและจัดทำโครงการ
“เราเตรียมแผนงานสำหรับ 100 วันแรกไว้แล้ว ครอบคลุมการดูแลสุขภาพจิตของนักเรียน ครู และครอบครัว การเตรียมรับสถานการณ์น้ำเค็มหนุนสูง การกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในจังหวัด ตลอดจนมาตรการรับมือฝุ่น PM2.5 และการช่วยเหลือเกษตรกรลดการเผาโดยไม่เพิ่มต้นทุน นอกจากนี้ ตนยังมีแผนจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ครอบครัวสามารถฝากดูแลผู้สูงอายุในช่วงที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้ นโยบายเหล่านี้พร้อมดำเนินการได้ทันที หากได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหาร อบจ.นนทบุรี” เดชรัตกล่าวทิ้งท้าย







