×

ภิญโญเขียนถึง รมว.อุดมศึกษาฯ ขออย่ากีดกันพลังเยาวชนหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย เราควรยื่นคบไฟให้พวกเขา

โดย THE STANDARD TEAM
08.03.2020
  • LOADING...

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา นักคิด นักเขียน และพิธีกรชื่อดัง ได้เขียนข้อความถึง สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยมีรายละเอียดระบุว่า

 

เรียนท่านอาจารย์สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษาฯ ที่รัก ผมขอขอบพระคุณอาจารย์ที่เมตตาช่วยแชร์บทความเรื่อง The Great Awakening-การตื่นรู้ครั้งใหญ่และโจทย์ใหม่ของประเทศไทย ไปเผยแพร่ในเพจส่วนตัวของอาจารย์ นับว่าเป็นการส่งสัญญาณที่สร้างสรรค์ยิ่งของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองไทย ที่จำนวนไม่น้อยยังคงความสามารถในการเป็นผู้ฟัง (Active Listener) ไว้ได้

 

แม้จะเข้าใจข้อจำกัดของการเมืองและการร่วมรัฐบาล หากสัญญาณนี้ได้ส่งไปถึงคณะรัฐมนตรี และนักการเมืองที่กุมอำนาจอยู่ในขณะนี้ สถานการณ์บ้านเมืองของเราคงลดทอนความร้อนแรงลงได้บ้าง

 

‘ไฟ’ อันเป็นพลังงานของวัยหนุ่มสาว ควรจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาและสร้างสรรค์อนาคตใหม่ๆ หาใช่เผาผลาญหักหาญอดีตเก่าๆ อันเป็นรากฐานของประเทศของเราทุกคน การดำรงอยู่ของอดีต (Past) และอนาคต (Future) ร่วมกันในปัจจุบัน (Present) คือโจทย์สำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันนำเสนอ เพื่อกำหนดทิศทางและสร้างยุทธศาสตร์ใหม่ให้กับประเทศ ดังหนังสือหลายเล่มที่อาจารย์ได้เคยเขียนไว้

 

ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลมหาวิทยาลัย ผมหวังว่าอาจารย์จะได้ให้นโยบายต่อผู้บริหารสถานอุดมศึกษาทั่วประเทศว่าอย่าได้กีดกัน ขัดขวาง อันจะเป็นการยั่วยุการชุมนุมของนักศึกษาให้บานปลาย และขยายตัวสู่นอกรั้วมหาวิทยาลัย

 

ในสถานการณ์เสี่ยงภัย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และโรคภัยมหาวิทยาลัยควรเป็นป้อมปราการทางปัญญาที่จะปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย เสรีภาพ และการแสดงออกของนักศึกษา ดังเช่นมหาวิทยาลัยในโลกนี้ได้ดำเนินนโยบายต่อเนื่องกันมา ได้เวลาที่ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษาไทย จะได้แสดงออกถึงคุณสมบัติสำคัญของสถาบันการศึกษา ทั้งความเปิดกว้าง (Openness) รับฟังความเห็นต่างอย่างสันติ (Tolerance) ความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ (Elastic) อันเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้มหาวิทยาลัยและผู้บริหารไม่ถูกทิ้งไว้ให้กลายเป็นสิ่งตกค้างทางประวัติศาสตร์

 

การตื่นรู้ทางการเมืองและความคิดนี้ แม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็มิใช่เรื่องง่ายและแน่นอน ย่อมมิใช่เส้นทางสายตรง ซึ่งตัดเข้าสู่ข้อเสนอที่นักศึกษาต้องการ หากแต่นี่คือห้องเรียนขนาดใหญ่ที่นักศึกษาทั้งหลายจะต้องเรียนรู้ร่วมกันในสถานการณ์จริง

ว่าจะผสานความร่วมมือกันเองภายใน และผสานความแตกต่างทางสังคมอย่างไรเพื่อให้เดินทางไปถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้

 

และนี่คือบทเรียนใหญ่ที่มหาวิทยาลัยและสังคม ควรมอบให้กับลูกหลานของเราเหล่านี้ได้

 

เราอาจจะคิดว่าบทเรียนของเราจบแล้ว เราได้ข้อสรุปแล้ว เรามีประสบการณ์และผ่านสถานการณ์เหล่านี้มาแล้ว และไม่อยากให้พวกเขาต้องมาเดินซ้ำรอยทางประวัติศาสตร์

 

หากแต่เป็นด้วยความกล้าหาญและสร้างสรรค์ ของพวกท่านในอดีตมิใช่หรือ  ที่ทำให้ประเทศไทยมีอนาคตที่สดใสได้ ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา

 

หากวันนี้เมื่อพวกเขาเล็งเห็นว่า อนาคตของเขามืดมนลงไปเขาก็มีความจำเป็นที่จะต้องช่วยกัน สร้างอนาคตใหม่ของพวกเขาขึ้นมาด้วยตัวเอง

 

จะผิด จะถูก จะพลาดพลั้ง เสียหาย ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่พวกเราทั้งหมด ล้วนต้องเคยผ่านมา เพื่อที่เราจะนำพาประเทศชาติมาถึงทุกวันนี้ได้

 

เมื่อไฟได้ถูกจุดติดขึ้น เราจึงควรเป็นผู้หยิบยื่นคบไฟให้พวกเขาชูขึ้นและเดินหน้าไป และพวกเราทั้งหมดร่วมเดินทางไปกับพวกเขาได้เหมือนเช่นที่เราส่งเสริม สนับสนุน ประคับประคอง ส่งต่อมรดก ปัญญา ความรัก ความปรารถนาดีให้กับลูกหลานของเราในชีวิตจริง

 

ผมเข้าใจว่าในชีวิตจริง อาจารย์คงต้องเผชิญหน้า กับแรงเสียดทาน ที่คงถาโถมเข้ามารอบด้านในช่วงนี้

 

แต่เราจะมีความกล้าหาญไว้เพื่ออะไร หากมิใช่เพื่อใช้มันในเวลาที่จำเป็นต้องใช้ และใช้มันเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่

 

ด้วยความเคารพรักเสมอมา

ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา

6 มีนาคม 2563

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories