นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม วงการธุรกิจไทยคึกคัก มีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ นั่นคือการเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยคนใหม่
ประเด็นสำคัญ
โดยพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รับบทบาทใหม่ วิศวกรหญิง ที่เติบโตจากครอบครัว “ลี้อิสสระนุกูล” ทำธุรกิจเกี่ยวกับชิ้นส่วนยานยนต์ สู่ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รับไม้ต่อจาก เกรียงไกร เธียรนุกุล ซึ่งครบวาระ โดยชุดใหม่ จะดำรงตำแหน่งในวาระปี 2569-2571
ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าจับตามอง ของภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ
บริบทโลกเปลี่ยน รับภารกิจแก้เกมอุตสาหกรรม
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง รวดเร็ว ทั้งในมิติของพลังงาน เทคโนโลยี การค้า และภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทาน และข้อกำหนดทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น
เปิด 5 ความท้าทายธุรกิจกำลังเผชิญ
ความท้าทายสำคัญที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญ ได้แก่ Energy Crisis ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ (Geo-Political Tension) ที่กระทบต่อการค้าและการลงทุน มาตรการทางการค้าที่เข้มงวดขึ้น (Trade Conditions) ความผันผวนของค่าเงิน (FX Volatility) และความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก (Global Economic Risk) ที่มีแนวโน้มชะลอตัว
ในขณะเดียวกัน แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้าคาดว่าจะขยายตัวในระดับจำกัด โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ในปี 2569 อยู่ในช่วงประมาณ 1.2-1.6% ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไทยให้สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลง และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

ประวัติการศึกษา
- ปริญญาโทบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการดำเนินงาน Drexel University, Philadelphia, USA
- ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอุตสาหการ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทบาทในองค์กรวิชาชีพและสภาอุตสาหกรรม
- รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
- ประธานสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
- กรรมการคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
- กรรมการ: เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียน
- ที่ปรึกษา: สมาคมวิศวกรหญิงไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
ผ่านหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงและสถาบันชั้นนำ
- หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (วปอ.) รุ่น 26 (ปรอ. 26) ปี 2556 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร
- หลักสตรผู้บริหารระดับสูง (วตท. รุ่นที่ 10) สถาบันวิทยาการตลาดทุน
- หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน. รุ่นที่ 11) สถาบันวิทยาการพลังงาน
- หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บจพ. รุ่นที่ 28) สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม
- หลักสูตร Board Essential Program (BEP รุ่นที่ 1) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาองค์กรภาครัฐ (RDP)
- หลักสูตรการปฏิรูปธุรกิจและสร้างเครือข่ายนวัตกรรม (BRAIN รุ่นที่ 1) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ผลงานโดดเด่น ในฐานะรองประธาน ส.อ.ท.
- วางระบบเมด อิน ไทยแลนด์ (MIT) พร้อมผลักดันร่างกฎกระทรวงสนับสนุนสินค้าไทยเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ พร้อมพัฒนาระบบ MIT เพื่อสร้างแต้มต่อ 5% เพิ่มโอกาสการแข่งขันให้สินค้าไทยอย่างเป็นรูปธรรม
- ก่อตั้งสถาบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์
- ผู้นำการประสานวัคซีนเพื่อภาคอุตสาหกรรม เจรจาและประสานความร่วมมือจนสามารถจัดหาวัคซีน เพื่อสนับสนุนภาค อุตสาหกรรมไทยในช่วงวิกฤตโควิด -19
ทั้งนี้ พิมพ์ใจ ได้ประกาศเจตนารมณ์ในการลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ หนึ่งในใจความสำคัญว่า “ภารกิจครั้งนี้มิใช่เพียงตำแหน่งหรือบทบาท หากแต่เป็นความรับผิดชอบ ต่อภาคอุตสาหกรรมไทย ผู้ประกอบการไทยทุกระดับ โดยเฉพาะ SMEs แรงงานไทยและอนาคตของประเทศ
เปิดวิสัยทัศน์วางรากฐานการเติบโตใหม่อุตสาหกรรมไทย
พิมพ์ใจ ระบุว่า ได้กำหนดแนวทางการขับเคลื่อนนโยบายในวาระปี 2569-2571 ภายใต้แนวคิด “The New Chapter of Thai Industry: Empowering Growth with 5I ” เพื่อวางรากฐานการเติบโตใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทย ดังนี้
1 : Intelligent Industry
เป้าหมาย: ยกระดับอุตสาหกรรมด้วยการใช้ AI & Automation เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และก้าวสู่ Smart Factory & Smart OEM
การขับเคลื่อนในมิตินี้มุ่งให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการผลิตได้จริง โดยเริ่มจากการประเมินศักยภาพของสถานประกอบการ เพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาให้เหมาะสมกับระดับความพร้อมของแต่ละโรงงาน
โดยจะมีการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือกับภาครัฐและสถาบันการเงิน เพื่อพัฒนาเครื่องมือทางการเงิน เช่น AI & Automation Transition Loan สำหรับสนับสนุนการลงทุนด้านเทคโนโลยีของผู้ประกอบการ
ในเชิงปฏิบัติ จะเน้นการนำระบบ Digital Technology, Artificial Intelligence (AI), Automation, Robotics และ Data Analytics มาใช้ โดยเฉพาะแนวทาง Data-driven Manufacturing เช่น การวิเคราะห์ข้อมูลการผลิตแบบ Real-time การควบคุมคุณภาพด้วยระบบอัตโนมัติ และการเชื่อมโยงข้อมูลตลอดสายการผลิต แนวทางดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ ลดความสูญเสีย และยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมของโรงงาน พร้อมทั้งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation อย่างเป็นรูปธรรม
2 : Innovation & Creative Industry
เป้าหมาย: สร้างความแตกต่าง พลิกโฉมอุตสาหกรรมไทยจากรับจ้างผลิต (OEM) สู่การสร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า (Brand & IP)
นโยบายนี้มุ่งปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจากรูปแบบที่พึ่งพาการผลิตตามคำสั่งซื้อ ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน Innovation และ Creativity โดยใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) เป็นเครื่องมือสำคัญโดยแนวทางหลักคือการผลักดันแนวคิด “อุตสาหกรรมกำหนดโจทย์งานวิจัย” (Industry-driven R&D) เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีตอบโจทย์การใช้งานจริงในเชิงพาณิชย์ ลดช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการนำไปใช้
การดำเนินงานจะเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรม สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และแหล่งทุน เพื่อพัฒนานวัตกรรมในลักษณะ Agenda-based Innovation และสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมการสร้างแบรนด์ไทย และพัฒนาอุตสาหกรรมศักยภาพใหม่ อาทิ Health & Wellness และอุตสาหกรรมระบบขนส่งทางราง เป็นต้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าและขยายตลาดในอนาคต
3 : International Alliance & Network
เป้าหมาย: ใช้ความเป็นกลางของไทย สร้างโอกาสเป็น Global Supply Chain HUB เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่
นโยบายนี้มุ่งใช้จุดแข็งของประเทศไทยในด้าน ความเป็นกลาง ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Neutrality) และเชิงภูมิศาสตร์ (Geographic Advantage) เพื่อสร้างบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก
การดำเนินงานจะมุ่งสร้าง Strategic Alliance กับประเทศคู่ค้าและนักลงทุน เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ พร้อมกันนี้ จะพัฒนาการเชื่อมโยง Supply Chain Integration ทั้งในประเทศและระดับภูมิภาค เพื่อให้ประเทศไทยสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิตและการกระจายสินค้า (Regional Industry HUB) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในด้านตลาด จะดำเนินนโยบายเชิงรุกด้าน Market Penetration Enhancement โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการเข้าถึงตลาดต่างประเทศ เพิ่มส่วนแบ่งตลาด และลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจข้ามประเทศ
4 : Industrial Infrastructure Reform
เป้าหมาย: ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมไทย ลดต้นทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับสู่เศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
นโยบายนี้มุ่งแก้ไขข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยครอบคลุมหลายมิติสำคัญ
ในด้านพลังงาน จะสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและเพิ่มทางเลือกในการเข้าถึงพลังงานต้นทุนเหมาะสม โดยเฉพาะ Direct PPA และ Green & Clean Energy เพื่อลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ
ในด้านกฎหมาย จะดำเนินการปรับปรุงกฎระเบียบที่ล้าสมัย ลดขั้นตอน และอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ผ่านแนวทาง Regulatory Guillotine และ Omnibus Law
ในด้านการค้า จะพัฒนามาตรการปกป้องอุตสาหกรรมไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ด้วย Trade Remedy Early Warning System เฝ้าระวังการทุ่มตลาดล่วงหน้าด้วย AI และเร่งรัดการดำเนินมาตรการ AD/CVD/SG อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเชิงรุก จะผลักดันนโยบาย MiT Plus (Made in Thailand) เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้สินค้าไทย และขยายตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมกันนี้ จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ โดยเน้น Upskill / Reskill, การทำงานร่วมกับ AI & Robotics, และการดึงดูด Global Talents เพื่อยกระดับศักยภาพแรงงานไทย
5 : Inclusive & Sustainable Growth
เป้าหมาย: ปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
นโยบายนี้มุ่งสร้างการเติบโตที่สมดุล ครอบคลุม และยั่งยืน โดยผสานมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน
ในระดับอุตสาหกรรม จะส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Transition) และการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในระดับองค์กร จะส่งเสริมการนำหลัก ESG มาใช้ในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความเชื่อมั่นในระยะยาว พร้อมทั้งพัฒนาระบบฐานข้อมูลและโครงสร้างองค์กรให้ทันสมัย (Modernized Database & Organization) เพื่อสนับสนุนสมาชิกได้อย่างตรงเป้าหมาย
สรุปแนวทาง 5I เป็นกรอบนโยบายที่เชื่อมโยงการพัฒนาอุตสาหกรรมในทุกมิติ ทั้งด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การค้า โครงสร้างพื้นฐาน และความยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถปรับตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวสู่การแข่งขันในระดับโลกได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

