×

เกาะติดสถานการณ์เรือล่มภูเก็ต

09.07.2018
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

1 Mins. Read
  • เกิดเหตุเรือล่มภูเก็ต 3 จุด ได้แก่
  1. เรือฟินิกซ์ไดเวอร์ ล่มบริเวณหน้าเกาะเฮ มีผู้โดยสารรวม 105 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยว 93 คน ลูกเรือและไกด์ 12 คน
  2. เรือยอชต์ เซเนริก้า ล่มบริเวณระหว่างเกาะไม้ท่อน-เกาะเฮ มีผู้โดยสารรวม 42 แบ่งเป็นนักท่องเที่ยว 35 คน ลูกเรือ 5 คน ไกด์ 1 คน ช่างภาพ 1 คน
  3. เรือเจ็ตสกี ขับขี่ออกจากเกาะราชาไม่ทราบที่หมาย โดยคู่สามีภรรยาชาวรัสเซีย
  • วันนี้ (6 ก.ค.) เวลาประมาณ 11.30 น. พบผู้เสียชีวิตรวม 8 ราย เหลือสูญหายอีก 48 ราย ที่เหลือช่วยเหลือได้ทั้งหมด ขณะนี้กำลังบูรณาการค้นหาแบบปูพรมทั้งทางอากาศและระดับผิวน้ำ

 

ภาพประกอบ: Nisakorn R.

 


16 กรกฎาคม 2561

นายกฯ ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกู้ร่างผู้เสียชีวิตเรือล่มภูเก็ตสำเร็จ ยืนยันช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่

 

 

หลังใช้เวลาหลายวัน ในที่สุดปฏิบัติการกู้ภัยเพื่อกู้ร่างผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีนจากเหตุเรือล่มกลางทะเลภูเก็ตก็สามารถปฏิบัติการได้สำเร็จเมื่อวานนี้

 

ล่าสุด พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งไทยและจีนที่ร่วมกันปฏิบัติการกู้ร่างผู้เสียชีวิตรายสุดท้ายที่ติดอยู่ใต้ท้องเรือฟีนิกซ์กลางทะเลภูเก็ตได้สำเร็จหลังจากพยายามมาหลายวัน โดยที่ผ่านมารัฐบาลได้สนับสนุนการปฏิบัติงานทุกด้าน ทั้งการส่งเจ้าหน้าที่ประดาน้ำกองทัพเรือและหน่วยต่างๆ รวมทั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยและลำเลียงศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหรือส่งกลับประเทศ

 

สำหรับการจัดการศพผู้เสียชีวิต 46 ศพที่พบก่อนหน้านี้นั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดูแลทุกขั้นตอนอย่างดีที่สุด โดยขณะนี้ได้ตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด พร้อมกับดำเนินการฌาปนกิจแล้ว 39 ศพ และส่งกลับประเทศจีนทั้งหมด 7 ราย ส่วนการให้ความช่วยเหลือเยียวยานั้น บริษัทประกัน 2 แห่งจะจ่ายเงินชดเชยแก่ญาติของผู้เสียชีวิตรายละ 1.1 ล้านบาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติของรัฐบาลจ่ายสมทบอีกรายละ 1 ล้านบาท

 

ส่วนผู้บาดเจ็บจากเรือฟีนิกซ์และเรือเซเรนาต้าล่มนั้น บริษัทประกันจ่ายเงินชดเชยค่ารักษาพยาบาลรวมแล้วไม่เกินรายละ 515,000 บาท และกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจ่ายสมทบอีกไม่เกินรายละ 5 แสนบาท

 

นายกฯ เน้นย้ำว่าเงินกองทุนที่รัฐบาลช่วยสมทบให้นั้นขอให้มองถึงอกเขาอกเรา เพราะเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังประเทศไทย เราต้องร่วมรับผิดชอบตามหลักมนุษยธรรม และหากเกิดขึ้นกับญาติของเราบ้าง เงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจทดแทนชีวิตที่สูญเสียไปได้

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกฝ่ายถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การบังคับใช้กฎหมายเรื่องการตรวจเรือ มาตรฐานความปลอดภัยของเรือ ผู้ขับขี่เรือ ฯลฯ โดยจะต้องทำทุกอย่างอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงหลังเกิดเหตุเท่านั้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวทุกประเทศเกิดความเชื่อมั่น

 

นายกฯ ระบุว่าวันนี้ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อให้เกิดความประทับใจและอุ่นใจ แต่ในระยะยาวนั้นธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภทจะต้องมีความปลอดภัยจริงๆ ทั้งเรือ เครื่องบิน รถบัส รถตู้ รถแท็กซี่ เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวที่ดีและมีมาตรฐานอย่างครบวงจร

 

ทั้งนี้ข้อมูลจากสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบไปยังโรงแรมต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่เป็นสมาชิกของสมาคมกว่า 180 โรงแรม มี 19 โรงแรมที่แจ้งกลับมาแล้วว่านักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่ที่ได้จองห้องพักไว้ล่วงหน้าในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมได้แจ้งยกเลิกไปแล้วกว่า 7,300 ห้อง เหลือโรงแรมอีกจำนวนมากที่ไม่แจ้งกลับมา ถือว่าผลกระทบในครั้งนี้เป็นวงกว้างกว่าที่ได้คาดการณ์ไว้ และคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องประมาณ 3 เดือนหลังจากนี้

 


11 กรกฎาคม 2561

 

เหตุเรือล่มภูเก็ตพบศพเพิ่มอีก 1 ราย ตัวเลขเสียชีวิตรวม 46 ราย

 

 

เมื่อเวลา 17.00 น ที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการค้นหาผู้สูญหายว่า เมื่อเวลา 14.00 น ที่ผ่านมาได้พบศพจำนวน 1 ศพใกล้กับเกาะพีพี จากการตรวจเช็กสภาพศพพบว่าเป็นเพศชาย ซึ่งในกระเป๋ามีเงินหยวนของจีน บริเวณใกล้เคียงพบเสื้อชูชีพ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือฟีนิกซ์ล่ม อย่างไรก็ตามจะต้องทำการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลต่อไป

 

ทำให้วันนี้ (11 ก.ค.) สามารถสรุปจำนวนผู้ประสบภัยเรือฟีนิกซ์ล่มได้ว่ามีจำนวนผู้ประสบภัยทั้งหมด 89 คน รอดชีวิต 42 คน เสียชีวิต 46 คน สูญหาย 1 คน (ติดอยู่ใต้ซากเรือ) รักษาอยู่ที่โรงพยาบาลองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต 6 คน โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 1 คน เดินทางกลับประเทศแล้ว 10 คน ยังอยู่ในประเทศไทย 25 คน ซึ่งจากจำนวน 46 ศพ สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลได้แล้ว 43 คน 2 คนกำลังรอดีเอ็นเอ อีก 1 ศพกำลังลำเลียงไปโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

 

พลเรือตรี เจริญพล คุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่าการดำเนินการค้นหาศพได้ใช้แบบจำลองจากกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ซึ่งสามารถติดตามได้จากทิศทางของน้ำ และค่อนข้างที่จะมั่นใจว่าร่างผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นร่างที่เกิดอุบัติเหตุจากเรือฟีนิกซ์ สำหรับร่างผู้เสียชีวิตที่โดนเรือทับอยู่นั้น วันนี้กองทัพเรือไทยร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากจีนลงไปตรวจสอบสภาพเรือแล้วและได้ทำการผูกเชือกนำ แต่สภาพอากาศแปรปรวน ไม่สามารถกระทำการได้ เลยตกลงยุติการปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งศพที่ติดอยู่ใต้ซากเรือนั้นเป็นเพศชาย ใส่กางเกงยีนส์สามส่วน สภาพร่างค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ 90% เมื่อเวลา 16.00 น. มีการประชุมการวางแผนที่จากการกู้ร่างดังกล่าวขึ้นมาให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้

 

ขณะที่การจัดการศพสามารถออกใบมรณบัตรไปแล้ว 38 คน อยู่ในขั้นตอนยังไม่แล้วเสร็จ 7 คน ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาไปแล้ว 16 คน ญาติได้นำร่างกลับประเทศแล้วจำนวน 5 คน

 

อ้างอิง:

  • ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม กรมประชาสัมพันธ์

 


 

10 กรกฎาคม 2561

 

พบผู้ประสบเหตุอีก 5 คน กลับประเทศแล้ว 3 คน รอกลับอีก 2 คน ส่วน 3 ศพที่พบกำลังพิสูจน์ว่าเป็นผู้ประสบเหตุหรือไม่

 

 

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต แถลงยืนยันขณะนี้ว่าพบตัวผู้ที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้ประสบเหตุเรือล่มเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 จำนวน 5 คน เดินทางกลับประเทศแล้ว 3 คน รอเดินทางกลับอีก 2 คน

 

ทำให้เหลือผู้สูญหาย 6 คน ในจำนวนนี้พบเพิ่มอีก 3 ศพ โดย 2 ศพพบเมื่อวาน และนำร่างส่งพิสูจน์ยืนยันว่าเป็นผู้ประสบเหตุหรือไม่ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตแล้ว ส่วนอีกศพพบเกยหาดบนเกาะพีพีเมื่อเช้า ทางทัพเรือภาค 3 ได้ส่งเรือหลวงล่องลมไปรับศพแล้ว

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่ทั้ง 3 ศพจะเป็นผู้ประสบเหตุ เนื่องจากจุดที่พบอยู่ในพื้นที่เป้าหมายการค้นหาตามโปรแกรมวิเคราะห์ของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ

 


9 กรกฎาคม 2561

 

นายกฯ ย้ำอำนวยความสะดวกญาติกรณีเรือล่มภูเก็ตเต็มที่ เตรียมลงโทษเด็ดขาดหากเป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ

 

 

วันนี้ (9 ก.ค.) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่ศูนย์บัญชาการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต เพื่อรับรายงานความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยภายหลังการประชุมติดตามปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย ทางศูนย์บัญชาการฯ เปิดเผยข้อมูลว่า หลังจากนี้จะมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกพิธีกรรมทางศาสนา ณ วัดโฆษิต จังหวัดภูเก็ต ทำหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งเรื่องเอกสารและพิธีกรรมจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และเดินทางกลับพร้อมอัฐิ โดยจะส่งต่อให้ศูนย์ประสานงานที่สนามบินดูแลอำนวยความสะดวกต่อไป โดยมีวัฒนธรรมจังหวัดเป็นหน่วยประสานงานหลัก บูรณาการเจ้าหน้าที่จากกรมการศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มูลนิธิกุศลธรรม ศูนย์แก้ไขปัญหาการหลอกลวงและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว และกระทรวงการต่างประเทศ

 

นอกจากนี้ เทศบาลนครภูเก็ตจะจัดทีมทะเบียนราษฎร์ไปให้บริการออกใบมรณบัตรที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตและที่วัด ซึ่งวัดที่ใช้ประกอบพิธีฌาปนกิจมีทั้งหมด 15 แห่ง จัดพิธีได้สูงสุดวัดละ 2 ศพ/วัน และวัดม่าหนิกเผาได้ 4 ศพ/วัน

 

หากเป็นพิธีทางศาสนาคริสต์ หากญาติประสงค์จะฝัง สามารถฝังได้ที่สุสานคริสเตียน แต่ถ้าเผาจะต้องเผาที่วัดเช่นกัน และมีศิษยาภิบาลคอยอำนวยความสะดวกทำพิธีให้ ส่วนพิธีทางศาสนาอิสลามจะมีมัสยิดทั้งหมด 58 แห่ง โดยมีโต๊ะอิหม่ามประจำมัสยิดดูแลทำพิธีให้ และกรณีนำศพกลับประเทศ บริษัท สกายเทรดเซอร์วิสเซส ซึ่งบริการด้านการขนส่งคาโก้จะช่วยขนส่งศพกลับประเทศ โดยจะให้บริการครบวงจรตั้งแต่แพ็กหีบห่อ และเรื่องเอกสารทั้งต้นทางและปลายทาง

 

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการแปลเอกสารและรับรองทุกชนิด ส่วนค่าธรรมเนียมการต่ออายุวีซ่า ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ประสบภัยทุกกรณี

 

โดยนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลจะสืบสวนค้นหาความเป็นจริงถึงสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ หากมีความเกี่ยวข้องกับทัวร์ศูนย์เหรียญจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด โดยเชื่อมั่นว่า ทางการจีนจะร่วมมือกับไทยในการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันอย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาทัวร์ศูนย์เหรียญส่งผลกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ตัวนักท่องเที่ยวเอง และอีกหลายด้าน พร้อมทั้งกำชับให้ตรวจสอบด้วยว่ามีหน่วยงานใดของไทยที่รู้เห็นเป็นใจ หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้ด้วยหรือไม่

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เดินทางไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้ประสบภัยที่โรงพยาบาล อบจ. ภูเก็ต และโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พร้อมมอบกระเช้าดอกไม้ กระเช้าผลไม้ให้กับผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วย และแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมให้กำลังใจและสอบถามผู้ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่า รัฐบาลพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ เพราะเข้าใจถึงความรู้สึกของทุกคนที่ได้รับความสูญเสีย เพราะตนเองก็เคยสูญเสียมาก่อน อีกทั้งชาวจีนและชาวไทยถือเป็นพี่น้องและครอบครัวเดียวกัน

 

นายกรัฐมนตรียังได้กำชับเจ้าหน้าที่และแพทย์ให้ดูแลผู้ป่วยทุกคนอย่างดีที่สุด ส่วนการส่งศพของผู้เสียชีวิตกลับประเทศ รัฐบาลพร้อมช่วยเหลือดำเนินการให้หลังจากตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลเรียบร้อยแล้วจะดำเนินการส่งกลับให้ทันที โดยเครื่องบิน C130

 

อ้างอิง: ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม กรมประชาสัมพันธ์

 

 


ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ เรียกประชุมกองทุนฯ ด่วน! เร่งเยียวยานักท่องเที่ยวเรือล่มภูเก็ตเต็มที่ เสียชีวิตจ่าย 1 ล้าน

 

 

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า คณะกรรมการฯ ได้กำหนดให้มีการประชุมเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วน เพื่อพิจารณาเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ กรณีประสบอุบัติเหตุเรือล่ม ณ จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบโดยตรงของกระทรวงฯ และคณะกรรมการชุดนี้ ที่จะต้องพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการช่วยเหลือเยียวยาให้เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่กำหนด

 

ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติว่า ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยที่เกิดความสูญเสียหรือเสียหายใดๆ ทั้งในภาวะปกติหรือภาวะวิกฤต โดยมิได้เกิดจากความประมาท เจตนา หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของนักท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ส่งผลต่อการสร้างรายได้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ

 

โดยคณะกรรมการกองทุนฯ จะมีหน้าที่พิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาตาม ‘ระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจ่ายเงินกองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ พ.ศ. 2558’

 

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรงที่จังหวัดภูเก็ต เป็นเหตุให้เรือนักท่องเที่ยวล่มจำนวน 3 ลำ บริเวณเกาะเฮ เกาะราชา และเกาะไม้ท่อน ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ได้แก่ เรือฟีนิกซ์ เรือเซเรนาต้า และเรือเจ็ตสกี แม้จะมีประกาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตกฉบับที่ 3 (17/2561) เรื่องฝนตกหนักและคลื่นลมแรงแจ้งให้ประชาชนทราบว่ามีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันภาคใต้ฝั่งตะวันตก แต่เรือที่เกิดเหตุนั้นได้ออกมาจากเกาะเฮและเกาะราชาแล้ว และมาประสบเหตุภัยพิบัติในขณะเดินทางกลับมาที่ท่าเรือฉลอง

 

ซึ่งคณะกรรมการกองทุนฯ ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงประกอบกับประกาศดังกล่าว พิจารณาได้ว่า ความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นภัยธรรมชาติ มิได้เกิดจากความประมาท เจตนา หรือการกระทำที่ผิดกฎหมายของนักท่องเที่ยว ตามข้อ 8 (2) แห่งระเบียบฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ จึงสามารถพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ตามข้อ 8 (2) แห่งระเบียบฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ ดังนี้

 

1. กรณีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยารายละ 1,000,000 บาท ตามข้อ 9 (1) แห่งระเบียบฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ

 

2. กรณีนักท่องเที่ยวเข้ารับการรักษาพยาบาลจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาไม่เกินรายละ 500,000 บาท ตามที่จ่ายจริง ตามข้อ 9 (2) แห่งระเบียบฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ

 

3. กรณีฟื้นฟูสภาพจิตใจ จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยารายละ 20,000 บาท ตามข้อ 9 (4) แห่งระเบียบฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ฯ ข้อ 8 (1), (2) และ (4)

 

4. กรณีหยุดชะงักของการเดินทาง รายละไม่เกิน 20,000 บาท

 

ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นอุบัติเหตุและเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น จึงอยากขอย้ำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีการระวัง ป้องกัน และปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ประการสำคัญต้องไม่ตั้งอยู่บนความประมาท

 

สำหรับครั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็มีหน้าที่ต้องดูแลช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ที่สูญเสียอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานกฎเกณฑ์

 


 

  • 14.58 น. ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวฯ เรียกประชุมกองทุนฯด่วน! เร่งเยียวยา นักท่องเที่ยวเรือล่มภูเก็ตเต็มที่ เสียชีวิตจ่าย1ล้าน ย้ำ ต้องดูแลช่วยเหลือเยียวยา แก่ผู้ที่สูญเสียอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานกฎเกณฑ์

 

 

คืบหน้าเหตุเรือล่มภูเก็ต เสียชีวิต 41 คน สูญหาย 11 คน เบื้องต้นพบ 5 คนยังมีชีวิตอยู่

ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่มจังหวัดภูเก็ต แถลงความคืบหน้าล่าสุดเวลา 09.30 น.​ โดย นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยข้อมูลล่าสุดว่านักท่องเที่ยวบนเรือฟีนิกซ์ พีซี ไดวิง มีทั้งหมด 89 คน ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 41 คน สูญหาย 11 คน ซึ่งใน 11 คนที่สูญหายเบื้องต้นพบตัวแล้ว 5 คน แต่ต้องมีการยืนยันกับทางกงสุลจีนและตำรวจตรวจคนเข้าเมืองก่อนจะสรุปข้อมูลอีกครั้ง เท่ากับว่าตอนนี้ยังมีผู้สูญหายหลงเหลืออยู่อีก 6 คน ซึ่งยังไม่พบตัว

 

ด้านการค้นหาผู้ประสบภัย พล.ร.ท.สมนึก เปรมปราโมทย์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เปิดเผยว่าขณะนี้ยังคงมีการจัดเรือและอากาศยานในการค้นหาผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง โดยได้ขยายพื้นที่การค้นหาและบูรณาการร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างครอบคลุม และเตรียมกู้ซากเรือฟีนิกซ์โดยใช้เรือหลวงปันหยี ซึ่งขณะนี้เตรียมเครื่องมือไว้เรียบร้อยแล้ว และจะดำเนินการโดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

 

ด้าน พลตำรวจตรี ธีระพล ทิพย์เจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินคดีว่าเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหากับกัปตันเรือทั้ง 2 ลำ คือเรือฟีนิกซ์ พีซี ไดวิง และเซเนลิก้าเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าการสอบสวนจะไม่หยุดแค่กัปตันเรือ แต่จะรวมไปถึงความรับผิดชอบของบริษัททัวร์และเจ้าของเรือ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาในการดำเนินการ โดยเน้นย้ำว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และจะทำให้ความจริงปรากฏเร็วที่สุดเพื่อยกระดับมาตรฐานในการท่องเที่ยวทางเรือต่อไป

 

สำหรับการชันสูตรพลิกศพและพิสูจน์อัตลักษณ์ ขณะนี้ได้ทำการชันสูตรครบทั้ง 41 ร่างแล้ว ส่วนการพิสูจน์อัตลักษณ์ได้ดำเนินการไปแล้ว 37 ร่าง ยังไม่ยืนยันอีก 4 ร่าง กำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งกรณีที่มีญาติมายืนยันตัวตนแล้วจะส่งมอบร่างให้ญาติไปทำพิธีตามศาสนาต่อไป นอกจากนี้ทางจังหวัดภูเก็ตยังได้เตรียมห้องพักในโรงแรมต่างๆ จำนวน 500 ห้องใน 50 โรงแรมของภูเก็ตเพื่อใช้รองรับญาติของผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย


7 กรกฎาคม 2561

 

 

  • 19.45 น. ตั้ง บก. กลางทะเล บัญชาการกู้ภัยเหตุเรือนักท่องเที่ยวล่มกลางทะเลภูเก็ต กองทัพเรือภาคที่ 3 ใช้ เรือหลวงเจ้าพระยา เป็น ‘ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์’ ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว 105 คน

 


 

ผู้ว่าฯ ภูเก็ตเผย จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เรือล่มเพิ่มเป็น 38 ราย สูญหาย 18 ราย

นรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงตัวเลขการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์เรือล่ม โดยพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 5 ราย ทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 38 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 18 ราย

นอกจากนั้น กองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลผู้เสียชีวิตแล้วเสร็จ 17 ราย พร้อมส่งให้ญาติและครอบครัวรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ขณะที่ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต ตั้งศูนย์ประสานงาน 2 จุด ที่ฝั่งขาเข้าในประเทศ และขาเข้าต่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต โดยมีล่ามแปลภาษา ประกบหนึ่งต่อหนึ่ง

 

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยังคาดการณ์ว่า จากนี้เมื่อการค้นหาใต้น้ำดำเนินการครบทุกซอกทุกมุมของเรือแล้ว พื้นที่ค้นหาจะแคบลง และสามารถกำหนดพื้นที่ค้นหาได้ชัดเจน เนื่องจากปัจจัยลมตะวันตกเฉียงใต้พัดมาทิศทางเดียว คือพัดเข้าฝั่ง จ.ภูเก็ต และอ่าวกระบี่ ซึ่งได้ขอความร่วมมือไปยัง จ.พังงา และ จ.กระบี่ รวมถึง ศร.ชล.เขต 3 และเครือข่ายตาสับปะรด ปูพรมค้นหาอย่างเข้มข้น เพื่อให้พบผู้สูญหายครบตามจำนวน

พล.ร.ต. เจริญพล คุ้มราษี รอง ผบ.ทร.ภาค 3 กล่าวถึงการปฏิบัติงานค้นหาในวันนี้ ประกอบด้วย

 

  1. จัดเฮลิคอปเตอร์ 5 ลำ หมุนเวียนขึ้นบินค้นหาผู้ประสบเหตุตามบริเวณชายฝั่งและทะเล และเครื่องบินดอร์เนียร์ 228 บินขยายพื้นที่ไปถึงเกาะพีพี และเกาะลันตาของจังหวัดกระบี่
    2. การค้นหาใต้น้ำบริเวณเรือจม จนถึงขณะนี้ ดำเนินการไป 2 เที่ยวแล้ว และเที่ยวที่ 3 กำลังจะลงไปค้นหาบริเวณห้องเครื่อง และห้องโถง ซึ่งเป็นชั้นล่างสุดของเรือฟินิกซ์ โดยจะค้นทุกซอกทุกมุม มีทีมนักประดาน้ำจากจีน 17 นาย สนับสนุนการทำงานด้วย ถือว่าในวันนี้การปฏิบัติงานใต้น้ำ สามารถดำเนินงานได้นานขึ้น เนื่องจากได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์จากกรมสรรพาวุธทหารเรือ คาดว่า วันนี้จะสามารถปิดสถานการณ์การค้นหาใต้น้ำได้ และจะเพิ่มความถี่การค้นหาบริเวณผิวน้ำให้มากขึ้น
    3. การค้นหาบริเวณผิวน้ำ ใช้เรือลาดตระเวน 13 ลำค้นหา กรณีมีศพลอยขึ้นมา

    ส่วน พล.ต. อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.ที่ 41 กล่าวว่า กองทัพบก สนับสนุนภารกิจการค้นหา โดยจัดตั้งกองอำนวยการร่วมบรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาค 4 ประกอบด้วย กองอำนวยการ ชุดแพทย์ พยาบาล จากค่ายวิภาวดี และค่ายเทพสตรีศรีสุนทร จัดตั้งครัวทหารและชุดปฏิบัติการตามภารกิจที่จังหวัดร้องขอด้วย

 


 

12.00 น. ทูตจีนกล่าวชื่นชมและขอบคุณรัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับการกู้ภัยกรณีเรือล่มกลางทะเลภูเก็ต

วานนี้ (6 กรกฎาคม 2561) เวลา 22.45 น. ที่ห้องประชุมท่าอากาศยานภูเก็ต นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้การต้อนรับและประชุมร่วมกับนายหลู่ว เจี้ยน (Mr.Lyo Jian) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย ในโอกาสเดินทางมาติดตาม ให้กำลังใจนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ประสบภัยจากเหตุการณ์เรือล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก (ยอดผู้เสียชีวิต 33 คน ผู้สูญหาย 23 คน ข้อมูล ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 เวลา 20.45 น.) โดยการประชุมได้มีการหารือร่วมกันเพื่อวางแนวทางการอำนวยความสะดวกและค้นหาผู้รอดชีวิต รวมถึงพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิต ที่จะเดินทางมารับศพที่จังหวัดภูเก็ต

 

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวแสดงความรู้สึกในฐานะรัฐบาลไทยว่า ในนามของรัฐบาลไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยรัฐบาลไทยจะพยายามอย่างสุดความสามารถในการช่วยเหลือดูแล และค้นหาผู้ที่ประสบภัยจากเหตุการณ์ดังกล่าว

 

ขณะนี้มีทีมที่เกี่ยวข้องในการกู้ชีพกู้ภัยรวมทั้งหมดกว่า 800 คน และในวันนี้ (7 กรกฎาคม 2561) จะมีทีมเสริมกู้ชีพกู้ภัยลงไปในพื้นที่อีกเป็นจำนวนมาก เพื่อค้นหาผู้ประสบภัยที่อาจจะยังติดอยู่ในเรือ ส่วนของการดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิด จังหวัดภูเก็ตได้ตั้งคณะทำงาน 7 ฝ่าย เพื่อลงไปดูแลในเรื่องนี้เป็นพิเศษ ขณะนี้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและผู้ที่ถูกช่วยเหลือขึ้นมาส่วนหนึ่งอยู่ในความดูแลของแพทย์และพยาบาล โดยมีกงสุลจีนเข้าไปเยี่ยมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้แพทย์และพยาบาลได้ให้การดูแลเป็นอย่างดี โดยมีล่ามเข้าไปให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัย และดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร โทรศัพท์มือถือ อำนวยความสะดวก บริการแก่ผู้ประสบภัย และญาติของผู้เสียชีวิตฟรี เพื่อให้สามารถสื่อสารกลับไปประเทศจีนได้

 

และตามที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ออกแถลงการณ์เนื้อหาสำคัญ คือขอให้กระบวนการค้นหาผู้รอดชีวิตดำเนินการต่อไปอย่างเต็มที่ ซึ่งทางการไทยจะยังคงใช้ทุกโอกาสในการออกค้นหาต่อเนื่อง สม่ำเสมอ โดยรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับความจริงใจในการค้นหาผู้รอดชีวิต และดูแลผู้ประสบภัยอย่างดีที่สุด จะกระทำอย่างระมัดระวังและเรียบร้อยที่สุด โดยได้ระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้รอดชีวิต และผู้ประสบภัย

 

ด้านนายหลู่ว เจี้ยน (Mr.Lyo Jian) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อต้องการที่จะมาช่วยร่วมมือแก้ปัญหาจากการเกิดอุบัติเหตุเรือล่ม จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้กับรัฐบาลจีนเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้สูญเสียเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้สื่อมวลชนทั้งไทยและจีนได้มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนี้เป็นจำนวนมาก ทำให้ได้เห็นถึงการทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี โดยทางประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของประเทศจีนได้กล่าวถึงกรณีนี้โดยให้กระทรวงการต่างประเทศและกงสุลจีนได้เข้ามาดำเนินการแก้ไขอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และช่วยกันเร่งหาผู้สูญหายให้ครบโดยเร็วที่สุด

 

ทั้งนี้รัฐบาลจีนขอขอบคุณและขอชื่นชมที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญในการค้นหาผู้ประสบภัยเป็นอย่างดี สำหรับไทยและจีนมีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยว ดังนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จีนและไทยจะต้องมีความร่วมมือในการจัดการจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้ดีที่สุด เพื่อร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยว ด้วยการปฏิบัติการทั้งนี้จะต้องเน้นใน 3 ด้าน คือการเริ่มค้นหาผู้สูญหาย หาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

 

โดยจากเหตุการณ์ในครั้งนี้รัฐบาลจีนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลไทยจะตั้งศูนย์อำนวยการคอยอำนวยความสะดวกให้กับญาติของผู้ประสบภัยหรือผู้เสียชีวิต เนื่องจากจะมีญาติของผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

 

และสิ่งที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ คือการรายงานข้อมูลข่าวสารให้สื่อมวลชนทั้งไทยและจีนได้นำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างกว้างขวาง

 

อ้างอิง:

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต/ข่าว/ภาพ

 


 

 

11.30 น. นายกฯ แสดงความเสียใจกรณีเรือล่มกลางทะเลภูเก็ต ขอสื่อมวลชนงดเสนอภาพผู้เสียชีวิต

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เรือล่มกลางทะเลภูเก็ตอย่างสุดซึ้ง โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอย่างดีที่สุด ทั้งการอำนวยความสะดวกแก่ญาติและจัดการเรื่องศพให้เรียบร้อย พร้อมทั้งได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศออกหนังสือแสดงความเสียใจไปยังประเทศบ้านเกิดของผู้เสียชีวิตด้วยแล้ว

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้ดูแลผู้บาดเจ็บทุกราย และระดมสรรพกำลังความร่วมมือทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อค้นหาผู้สูญหายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และจังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ จึงขอให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบสาเหตุของอุบัติเหตุว่าเกิดจากอะไร และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบบ้าง

 

สำหรับแนวทางการปฏิบัตินับจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จังหวัดภูเก็ตจัดตั้งศูนย์อำนวยการประสานงานค้นหาผู้สูญหายและประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร โดยขอให้แบ่งสัดส่วนพื้นที่การทำงานของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชนให้ชัดเจน และจัดให้มีการแถลงข่าวเป็นวงรอบโดยให้ ผวจ.ภูเก็ต เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการเพื่อให้ข้อมูลข่าวสารมีความเป็นเอกภาพ เช่น ตัวเลขผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ หรือสูญหาย และการช่วยเหลือของภาครัฐ และบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น

 

“นายกฯ ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกแขนง ไม่นำเสนอภาพผู้เสียชีวิต เพื่อให้เป็นไปตามหลักสากลและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและหน่วยกู้ภัยที่เข้าปฏิบัติงาน งดเว้นการถ่ายรูปผู้เสียชีวิตด้วยกล้องโทรศัพท์มือถือแล้วส่งให้คนรู้จัก เพราะท้ายที่สุดภาพดังกล่าวอาจหลุดรอดเผยแพร่ออกไป โดยไม่ทันระวัง ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประเทศไทย”

 

ด้านนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเรือล่ม จังหวัดภูเก็ต ว่าได้นำคำขอบคุณและกำลังใจจากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ถึงเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่ได้ระดมกำลังอย่างเต็มที่ในการค้นหาผู้รอดชีวิต

 

สำหรับเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นเชื่อว่าเป็นเหตุสุดวิสัยที่ทำให้เกิดภัยธรรมชาติขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนสาเหตุที่แท้จริง พนักงานสอบสวนจะได้ดำเนินการต่อไป

 

ด้านประธานาธิบดีจีน ได้ออกแถลงการณ์เนื้อหาสำคัญ คือขอให้กระบวนการค้นหาผู้รอดชีวิตดำเนินการต่อไปอย่างเต็มที่ ซึ่งทางการไทยจะยังคงใช้ทุกโอกาสในการออกค้นหาต่อเนื่อง สม่ำเสมอ และจะดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในอนาคต ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ในอนาคตจะนำเสนอรัฐบาลเพื่อพิจารณาแนวทางการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่เน้นปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องดูแลเชิงคุณภาพด้วย

 

นอกจากนี้ยังได้ประสานความร่วมมือไปยังค่ายโทรศัพท์ให้ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสาร โทรศัพท์มือถือ อำนวยความสะดวก บริการแก่ผู้ประสบภัยและญาติของผู้เสียชีวิตให้สามารถสื่อสารกลับไปประเทศจีนได้ รวมทั้งประสานทางสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ขอสนับสนุนล่ามภาษาจีนเพื่อสื่อสารกับผู้ประสบภัย และครอบครัวของผู้เสียชีวิต ย้ำว่า การค้นหาผู้รอดชีวิตและดูแลผู้ประสบภัย จะกระทำอย่างระมัดระวังและเรียบร้อยที่สุด

 

ทั้งนี้นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยพลเรือตรี เจริญพลคุ้มราษี รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว ว่าขณะนี้ (6 ก.ค. เวลา 20.45 น.) พบผู้เสียชีวิตรวม 33 ราย ยังคงมีผู้สูญหายอีก 23 ราย โดยทางจังหวัดจะได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่องต่อไป

 

ขณะเดียวกันได้มีการเตรียมการเรื่องการกู้เรือ ที่จะเร่งดำเนินการควบคู่ไปกับการค้นหา ซึ่งจะประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีเรือหลวงปันหยีมาลากจูง พร้อมเรือประมง มาร่วมสนับสนุน 2 ลำ ยกพยุงซากเรือ ทั้งนี้มอบหมายให้ทางทัพเรือภาคที่ 3 เป็นเจ้าภาพหลักในการวางแผนการกู้เรือในครั้งนี้

 

อ้างอิง:

  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต

 


6 กรกฎาคม 2561

พล.ต.อ. ศรีวราห์ ลงพื้นที่ติดตามเหตุเรือล่มที่ภูเก็ต สั่งเอาผิดคนขับเรือ ส่ง ฮ. ตำรวจน้ำช่วยค้นหา

 

 

พล.ต.อ. ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางไปยังจังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามสถานการณ์การกู้ภัย เหตุเรือท่องเที่ยวล่มกลางทะเล โดยได้เปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบเรื่องให้ได้ความชัดเจนว่าจะต้องแจ้งข้อกล่าวหาใครบ้าง ซึ่งได้เรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้ปากคำแล้ว และเบื้องต้นได้สั่งการให้ดำเนินคดีกับผู้ขับขี่เรือในเรื่องการกระทำโดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอันตรายทั้งต่อกายและจิตใจ หรือได้รับอันตรายสาหัส รวมทั้งถึงแก่ความตาย แล้วแต่พฤติการณ์ของคดี

 

ได้นำเฮลิคอปเตอร์จำนวนสามลำจากมนุษย์กบของตำรวจน้ำมาช่วยสนับสนุนการค้นหา และขณะนี้ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องที่ยว และตำรวจทางหลวง มาบูรณาการในการดูแลช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

 

ส่วนใบอนุญาตเรือต่างๆ อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวมทั้งเจ้าของเรือ หากสอบสวนไปถึงใครร่วมบ้าง ก็จะต้องมีความผิดเช่นเดียวกัน ตอนนี้รับเลขคดีไว้ก่อน ว่าไปตามหลักการ เพราะเชื่อว่าผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นชาวต่างประเทศ จะต้องไปเบิกค่าสินไหมทดแทนจากประเทศเขา เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมายแพ่ง

 


 

 

  • 15.42 น. คืบหน้า ที่ภูเก็ต ล่าสุดเวลา 15.13 น. สำหรับเรือฟินิกซ์พบผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 21 ราย สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและลูกเรือได้จำนวน 49 ราย และสูญหายจำนวน 35 ราย ยังคงลาดตระเวนค้นหาในรัศมี 10 กิโลเมตร ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก จนกว่าจะพบผู้สูญหายทั้งหมด

 

 

  • 15.38 น. ปชส. จังหวัดภูเก็ต ประกาศขอความช่วยเหลือ ขออาสาสมัครเป็นล่ามภาษาจีน ใครสนใจให้ไปรายงานตัวที่สถานีตำรวจท่องเที่ยว ติดต่อ ร.ต.ต. เจษฎา วิเชียร โทร. 08 2287 4559

 


15.00 น. สรุปความคืบหน้ากรณีเรือล่ม จ.ภูเก็ต เสียชีวิตสะสม 16 ราย ยังสูญหายอีก 40 ราย

 

 

จากกรณีเรือล่ม 3 จุดในจังหวัดภูเก็ตเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุด (13.25 น.) ทีมกู้ชีพกู้ภัยยังคงระดมผู้สูญหายอย่างต่อเนื่อง พบยอดผู้เสียชีวิตสะสม 16 ราย และยังสูญหายอีก 40 ราย แบ่งเป็น

 

  1. เรือเจ็ตสกีล่มบริเวณเกาะราชา ผู้ประสบภัยเป็นชาวรัสเซีย 2 คน สามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยแล้ว

  2. เรือยอชต์เซเนริก้าล่มบริเวณเกาะเฮ-เกาะไม้ท่อน มีผู้โดยสารและลูกเรือรวม 41 คน สามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยทั้งหมด

  3. เรือฟินิกซ์ไดเวอร์ล่มบริเวณเกาะเฮ มีผู้โดยสารรวมลูกเรือ 105 คน ช่วยเหลือได้แล้ว 49 คน เสียชีวิต 16 คน โดยผู้เสียชีวิตแบ่งเป็นชาย 8 คน หญิง 8 คน ยังเหลือที่สูญหายอีก 40 คน

 

ทั้งนี้หน่วยกู้ชีพกู้ภัยของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ยังคงทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งทีมค้นหาออกเป็นเฮลิคอปเตอร์ของทัพเรือภาคที่ 3, ทีมตำรวจน้ำภูเก็ต, มูลนิธิกุศลธรรม, ภูเก็ตร่วมใจ, ป่อเต็กตึ๊ง, มนุษย์กบทัพเรือภาคที่ 3 โดยออกลาดตระเวนทั้งในจุดที่เรือล่มและรัศมีโดยรอบที่คาดว่าผู้ประสบภัยจะลอยไปถึง

 

ด้าน พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เปิดเผยว่าสถานีตำรวจภูธรฉลอง จังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินคดีกับคนขับเรือและนายท้ายเรือฟินิกซ์และเรือเซเนริก้า ฐานกระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตแล้ว และช่วงบ่ายที่ผ่านมาได้เรียกเจ้าของเรือมาพูดคุยเรื่องการเยียวยาผู้เสียหาย พร้อมเชิญทูตจากประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย ลงพื้นที่เพื่อทราบสถานการณ์จริงและติดตามการช่วยเหลือชาวต่างชาติที่ประสบเหตุทั้งหมด

 

นอกจากนี้ยังเตรียมประสานกับกรมเจ้าท่าและกรมการท่องเที่ยวให้มีการเพิกถอนหรือพักใบอนุญาตประกอบธุรกิจท่องเที่ยวกับบริษัทเรือที่ฝ่าฝืนต่อไป

 

ด้านสำนักงานทะเบียนได้ตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าเรือฟินิกซ์มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวในนามของ บริษัท ทีซี บลู ดรีม จำกัด เลขที่ใบอนุญาต 34/01799

มีประกันอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวกับ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) กรณีเสียชีวิต 1 ล้านบาท และรักษาพยาบาล 5 แสนบาท

 

Photo: เฟซบุ๊ก ปชส. จังหวัดภูเก็ต

 


 

  • 14.10 น. คืบหน้า ที่ภูเก็ต ล่าสุดเวลา 13.25 น. สำหรับเรือฟินิกซ์พบผู้เสียชีวิตสะสมแล้ว 16 ราย เป็นชาย 8 คน หญิง 8 คน ผู้รอดชีวิต 49 คน สูญหายอีก 40 คน ยังคงลาดตระเวนหาผู้ประสบภัยในจุดที่เรือล่มและรัศมีโดยรอบอย่างต่อเนื่อง

 

  • 11.30 น. พบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 7 ราย และช่วยเหลือได้เพิ่มอีก 1 ราย รวมมีผู้เสียชีวิตแล้ว 8 ราย เหลือสูญหายอีก 48 ราย ขณะนี้กำลังบูรณาการค้นหาแบบปูพรมทั้งทางอากาศและระดับผิวน้ำ

 


 

ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์เรือล่มที่ภูเก็ต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 ราย และสูญหายรวม 56 คน ขณะนี้ทีมค้นหายังระดมกำลังบูรณาการค้นหาอย่างต่อเนื่อง

 

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าวสรุปสถานการณ์ล่าสุดจากเหตุการณ์เรือล่ม เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมาโดยได้รับรายงานผลการสืบสวนสอบสวนจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตว่าได้รับข้อมูล ดังนี้

 

ผู้เสียชีวิตเป็นชายชาวจีน 1 ราย บาดเจ็บ 11 ราย สาหัส 2 ราย บาดเจ็บเล็กน้อย 9 ราย และมีผู้สูญหาย 56 ราย ยังระดมทีมค้นหาอย่างต่อเนื่อง

 

 

เรือเจ็ตสกี นักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 คน มีเรือประมงช่วยเหลือได้ปลอดภัยแล้ว

 

เรือเซเนริก้า มีนักท่องเที่ยว 35 คน ลูกเรือ 5 คน ไกด์ 1 คน ช่างภาพ 1 คน รวม 42 คน ที่ประสบเหตุพลัดตกเรือ โดยสามารถช่วยเหลือลูกเรือและนักท่องเที่ยวได้ 40 คนยังคงสูญหายอีก 2 คน คือนายอรุณ ฮาซันบิน ช่างเครื่อง และนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 คน ชื่อนายซันหัวฟาง อายุ 30 ปี

 

ส่วนเรือฟินิกซ์ ซึ่งมีผู้โดยสารรวม 105 คน แบ่งเป็นนักท่องเที่ยว 93 คน ลูกเรือและไกด์ 12 คน ข้อมูลการช่วยเหลือสามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวได้จำนวน 36 คน และช่วยเหลือลูกเรือได้ 12 คน รวมเป็น 48 คน โดยมีรายงานพบผู้เสียชีวิตสวมเสื้อชูชีพ TC diving จำนวน 1 ราย พบศพบริเวณเกาะแอล ซึ่งอยู่ใกล้ๆ เกาะโหลน เขต อ.เมืองภูเก็ต

 

สรุปยังคงเหลือนักท่องเที่ยวที่ยังไม่พบอีกจำนวน 56 คน

 

 

ทั้งนี้ทางจังหวัดยังคงบูรณาการกับทัพเรือภาคที่ 3 ตำรวจน้ำ และเรือประมง เพื่อดำเนินการค้นหาผู้สูญหายต่อไป โดยในขณะนี้การค้นหายังระดมเจ้าหน้าที่ดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง และในเช้าวันนี้ได้มีการนำเฮลิคอปเตอร์ของทัพเรือภาคที่ 3 ออกค้นหานักท่องเที่ยวที่ยังคงสูญหายอีก 58 คนต่อไป

 

พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตได้พูดคุยและขอความร่วมมือจาก นางสาววรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล เจ้าของเรือฟินิกซ์ ให้ช่วยค้นหาผู้สูญหายที่ยังอยู่ในท้องทะเล

 

 

ในส่วนของการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บและผู้เสียชีวิต จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยนางสาววรลักษณ์ เจ้าของเรือฟินิกซ์บอกว่า ทางบริษัทยินดีที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่ประสบภัยทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลค่ารักษาพยาบาล หรือการชดเชยค่าประกันภัยจากการบาดเจ็บและเสียชีวิต พร้อมกันนี้หากญาติของผู้เสียชีวิตมีความประสงค์จะนำศพผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด ทางบริษัทก็จะดำเนินการให้อย่างเต็มที่

 

 

ทั้งนี้ในส่วนของกองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ได้สนับสนุนเรือหลวงหัวหิน เรือ ต.992 เรือ ต.232 เรือหลวงล่องลม ซึ่งเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุด สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบที่ 4 ขึ้นค้นหาผู้ประสบภัย ชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนการค้นหาผู้ประสบภัยที่คาดว่าจะติดอยู่ในเรือ รวมทั้งหน่วยรักษาความปลอดภัยของทัพเรือภาคที่ 3

 

Photo: AFP

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories