×

ครม. เงา พรรคประชาชนชี้เป้า พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน ไม่คุ้ม-ส่อทุจริต ก่อนถกจริงในการประชุมสภาฯ นัดแรกพรุ่งนี้

โดย THE STANDARD TEAM
25.08.2026
  • LOADING...
สมาชิกพรรคประชาชนแถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท

พรรคประชาชนเดินหน้าตรวจสอบงบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่า ความเสี่ยงขัดวินัยการเงินการคลัง และช่องโหว่ที่อาจเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาในเครือข่าย ‘สีน้ำเงิน’ ก่อนพรุ่งนี้ (26 สิงหาคม) วาระดังกล่าวจะเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกของสมัยประชุม

 

วันนี้ (25 สิงหาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม. เงา) ว่า ในวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระที่ 2 และ 3 ระหว่างวันที่ 7 ถึง 9 กันยายน 2569 พรรคฝ่ายค้านจะนำข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต การใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า และปัญหาที่พบในชั้นกรรมาธิการทั้งหมด มานำเสนอต่อที่ประชุมสภาฯ

 

ศิริกัญญา ตันสกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ระบุถึงความคืบหน้าของ พ.ร.ก.เงินกู้ ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาให้ความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยด้วยเสียงข้างมากว่าการออก พ.ร.ก. ในส่วนเงิน 2 แสนล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นการออกโดยไม่ชอบ

 

รัฐบาลได้ชะลอการนำเรื่องเข้าสภาเพื่อรอคำวินิจฉัยฉบับเต็มซึ่งออกมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว ข้อมูลจากคำวินิจฉัยฉบับเต็มระบุถึงคำชี้แจงของพยานผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการคลังและการคลังจำนวน 4 คน ซึ่งมีความเห็นว่า โครงการดังกล่าวไม่ปรากฏแผนงานที่เป็นรูปธรรมในการลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน การเปลี่ยนผ่านพลังงานเป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างที่ต้องใช้ระยะเวลากลางและยาว ไม่ได้สัดส่วนกับความจำเป็นในการออก พ.ร.ก. และอาจส่งผลกระทบต่อสัดส่วนหนี้สาธารณะอันเป็นการขัดต่อวินัยการเงินการคลัง

 

คำชี้แจงนี้สอดคล้องกับคำร้องของพรรคฝ่ายค้านและคำวินิจฉัยส่วนตนของตุลาการเสียงข้างน้อย ซึ่งพรรคประชาชนจะนำข้อมูลไปอภิปรายในสภาฯ นอกจากนี้ยังพบข้อสังเกตว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอาจมีการกำหนดแคตตาล็อกสินค้าเพื่อล็อกสเปกการจัดซื้อจัดจ้างให้ผู้ประกอบการบางราย

 

ศุภโชติ ไชยสัจ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า โครงการภายใต้วงเงิน 2 แสนล้านบาทเป็นการนำแผนงานเดิมมาเสนอขอรับงบประมาณผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง รัฐบาลไม่สามารถระบุตัวชี้วัดด้านสัดส่วนพลังงานสะอาดหรือประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานได้ โครงการจำนวนมากมีรายละเอียดไม่ตรงกับที่ประกาศไว้

 

ตัวอย่างเช่น โครงการสินเชื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 ล้านครัวเรือน ที่ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ประกาศ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยชี้แจงต่อกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจว่าไม่สามารถดำเนินการได้ในปัจจุบันเนื่องจากข้อจำกัดทางเทคนิคและศักยภาพของโครงข่ายไฟฟ้า

 

รายละเอียดโครงการไม่มีความชัดเจน ทั้งกำลังการผลิตติดตั้งขั้นต่ำที่อาจปรับจาก 5 กิโลวัตต์ เป็น 3 กิโลวัตต์ เงินอุดหนุนจากรัฐที่อาจลดลงจาก 50,000 บาท เหลือ 30,000 บาทต่อราย และการผ่อนชำระผ่านบิลค่าไฟที่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากการไฟฟ้าไม่สามารถนำเงินส่งให้ธนาคารโดยตรง

 

ศุภโชติเสนอว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานจะเกิดประโยชน์ในระยะยาวมากกว่า สำหรับโครงการเปลี่ยนรถสาธารณะเป็นรถอีวีของกระทรวงคมนาคม วงเงิน 24,000 ล้านบาท ที่ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตั้งเป้าหมาย 80,000 คัน ในรถ 7 ประเภท พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่าอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการคลัง กรมการขนส่งทางบกชี้แจงต่อกรรมาธิการว่าอาจเหลือเพียงรถแท็กซี่ประเภทเดียวที่มีกระบวนการจัดการง่ายที่สุด ส่วนรถโดยสารประจำทาง ขสมก. จะกลับไปใช้งบประมาณแผ่นดิน และรถบรรทุกอีวียังขาดโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

 

โครงการที่ขาดรายละเอียดชัดเจนประกอบด้วย โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 20,000 ล้านบาท ที่พบว่าเป็นการจัดซื้อปั๊มน้ำติดตั้งโซลาร์เซลล์ และโครงการสนับสนุนสินเชื่อเปลี่ยนผ่านสู่การทำสวนยางแบบคาร์บอนต่ำของการยางแห่งประเทศไทย วงเงิน 10,000 ล้านบาท ที่อ้างว่าเพื่อรองรับมาตรการภาษีคาร์บอนของยุโรป แต่ข้อมูลจากภูมิภาคยุโรประบุว่ามาตรการ EUTR เป็นการตรวจสอบเรื่องการตัดไม้ทำลายป่า ไม่ใช่เรื่องพลังงานสะอาด ศุภโชติสรุปว่าการใช้ชื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอาจเป็นช่องโหว่สู่การทุจริตผ่านการจัดซื้อจัดจ้าง

 

ด้าน รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ระบุว่า คณะกรรมาธิการไม่ได้จัดการประชุมมา 1 ถึง 2 เดือนนับตั้งแต่ประธานแจ้งให้รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ต้องนำประเด็นไปพิจารณาในคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจแทน

 

รักชนกตั้งข้อสังเกตถึงการใช้คำว่าโซลาร์เซลล์ในโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน รวมถึงงบกลาง 6,500 ล้านบาทของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่ใช้คำว่าโซลาร์ปั๊ม โครงการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่าสูงต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าจากผู้รับเหมา จึงตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมาหรือ สส. ในเครือข่ายการเมืองสีน้ำเงินหรือไม่ ข้าราชการมีความกังวลเรื่องความรับผิดชอบทางกฎหมาย เนื่องจากมีการขอรับงบประมาณจากท้องถิ่นตามรูปแบบโครงการแล้ว แต่ยังไม่มีหลักเกณฑ์รองรับความชัดเจน

 

คณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณได้ขอข้อมูลใบอนุญาต มอก. เพื่อตรวจสอบว่ามีการผูกขาดโดยผู้ประกอบการรายเดิม หรือมีการเร่งกระบวนการออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการรายใหม่ในช่วงที่มีการอนุมัติงบประมาณ พ.ร.ก.กู้เงิน หรือไม่

 

สมาชิกพรรคประชาชนแถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 1สมาชิกพรรคประชาชนแถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 2สมาชิกพรรคประชาชนแถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 3สมาชิกพรรคประชาชนแถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 4สมาชิกพรรคประชาชนแถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 5สมาชิกพรรคประชาชนแถลงข่าวประเด็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท 6

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising