วันนี้ (6 ตุลาคม) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การเมืองในลักษณะ ‘บันเทิงธิปไตย’ โดยระบุว่า พรรคพร้อมรับฟังและนำข้อวิจารณ์มาปรับใช้ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าข้อความดังกล่าวพุ่งเป้าไปที่ รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยยืนยันว่าพรรคจำเป็นต้องมีความหลากหลายในการสื่อสาร และยังคงยึดมั่นในอุดมการณ์ของการเป็นพรรคมวลชน
ยินดีฟังคำวิจารณ์-ชี้พรรคต้องมีผู้เล่นหลากหลาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ปิยบุตรสามารถแสดงความคิดเห็นและวิพากษ์วิจารณ์พรรคได้อย่างเต็มที่ ซึ่งตนเชื่อว่าความคิดเห็นดังกล่าวเป็นประโยชน์ที่พรรคจะนำมาปรับใช้ในส่วนที่อาจยังทำได้ไม่ดีพอ ถือเป็นเรื่องปกติและเป็นความสวยงามของการมีความฝันร่วมกันในการสร้างพรรคมวลชนที่สมาชิกทุกคนเป็นเจ้าของ แม้ปัจจุบันปิยบุตรจะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว แต่ก็ถือเป็นผู้ร่วมก่อตั้งอุดมการณ์มาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ความเห็นของปิยบุตรจึงยังคงมีคุณค่าและสามารถวิพากษ์วิจารณ์กันได้เสมอ
เมื่อสื่อมวลชนสอบถามถึงกรณีที่มีการเชื่อมโยงเนื้อหาในโพสต์ของปิยบุตร ที่มีการยกประโยคคำถามว่า “สามีทำอาชีพอะไร” ว่าอาจมุ่งเป้าโจมตี รักชนก ศรีนอก ซึ่งเคยพูดประโยคดังกล่าว ณัฐพงษ์มองว่าข้อความของปิยบุตรเป็นเพียงการคอมเมนต์ในภาพรวม ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
ณัฐพงษ์กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า หากมองในมุมของการทำหน้าที่ของพรรคประชาชน พรรคจำเป็นต้องมีบุคลากรทางการเมืองที่มีความหลากหลาย ทั้ง รักชนก ศรีนอก หรือ รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ ที่อาจมีวิธีการสื่อสารที่เข้าถึงประชาชนได้มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าการทำงานการเมืองของพรรคจะมุ่งเน้นเพียงการทำคอนเทนต์เพียงอย่างเดียว เพราะพรรคยังมีบุคลากรอีกหลายคนที่ทำหน้าที่ในเชิงลึกหรือดูแลเนื้อหาทางวิชาการได้เป็นอย่างดี
รูปแบบสื่อสารปรับตามยุคสมัย ไม่กลบหลักการพรรค
ส่วนประเด็นที่ว่าการเน้นทำคอนเทนต์อาจจะไปกลบหลักการของพรรคนั้น ณัฐพงษ์ยืนยันว่าไม่เป็นการกลบหลักการ และเชื่อว่าตัวแทนของพรรคทุกคนยังคงยึดมั่นและยืนตรงในหลักการของพรรคประชาชนอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ กรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า สส. ที่ออกมาสื่อสารบนพื้นที่ออนไลน์มีลักษณะคล้ายอินฟลูเอนเซอร์และอาจทำให้ไม่ต้องรับผิดชอบในแบบนักการเมือง ณัฐพงษ์ให้ความเห็นว่า วิธีการสื่อสารของนักการเมืองจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย พรรคการเมืองควรมีความหลากหลายและมีผู้เล่นในหลายรูปแบบเพื่อให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้มากที่สุด พร้อมย้ำจุดยืนในช่วงท้ายว่า พรรคประชาชนยังคงเป็นพรรคมวลชนเช่นเดิม


