×

เพนตากอนประเมิน สงครามอิหร่านผลาญงบ 8.2 แสนล้านบาท เดโมแครตทักท้วงตัวเลขต่ำเกินจริง?

30.04.2026
  • LOADING...
แฟ้มภาพเครื่องบินและกำลังพลของกองทัพสหรัฐฯ ในปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับสงครามอิหร่าน

เมื่อวานนี้ (29 เมษายน) กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาประเมินตัวเลขอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า สงครามในอิหร่านผลาญงบประมาณไปแล้วกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 8.2 แสนล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าอาวุธยุทโธปกรณ์ และเทียบเท่ากับงบประมาณของ NASA ทั้งปี

 

 

ทำไมตัวเลขประเมินอาจ ‘ต่ำเกินจริง’

 

ตัวเลข 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่กระทรวงกลาโหมประเมินนั้นถูกมองว่า ‘เป็นตัวเลขที่ต่ำเกินจริง’ โดยแหล่งข่าว CNN ระบุว่าค่าใช้จ่ายจริงอาจสูงถึง 40,000-50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างและการทดแทนทรัพย์สินที่ถูกทำลาย

 

งบ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นั้นไม่ได้รวมความเสียหายจากการที่อิหร่านโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 9 แห่งในอ่าวเปอร์เซีย ทั้งในบาห์เรน คูเวต อิรัก ยูเออี และกาตาร์ ภายในเวลาเพียง 48 ชั่วโมง การโจมตียังทำลายระบบเรดาร์สำคัญๆ เช่น ระบบเรดาร์ THAAD ในจอร์แดน เรดาร์ในยูเออี และเครื่องบินล่วงหน้า E-3 Sentry ในซาอุดีอาระเบีย

 

ทางด้าน โร คานนา สส. สหรัฐฯ พรรคเดโมแครต จารณ์ว่าตัวเลข 25,000 ล้านดอลลาร์นั้น ‘ผิดเพี้ยนไปมาก’ เพราะเพนตากอนเคยประเมินว่าค่าใช้จ่ายใน 6 วันแรกของสงครามก็สูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.7 แสนล้านบาท) แล้ว นอกจากนี้ เพนตากอนยังเพิ่งร้องขอให้ทำเนียบขาวอนุมัติการของบสนับสนุนทางทหารเพิ่มเติมจากสภาคองเกรสอีกกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.55. ล้านล้านบาท) สำหรับสงครามที่กำลังดำเนินอยู่

 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ของบประมาณสูงถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 49 ล้านล้านบาท) สำหรับปีงบประมาณ 2027 (เพิ่มขึ้นถึง 42%) แต่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมฐานทัพในต่างประเทศที่เสียหาย เนื่องจากทางกระทรวงยังไม่มีตัวเลขสรุปที่ชัดเจน และกำลังประเมินว่าจะสร้างใหม่ในรูปแบบใด รวมถึงกำลังรอดูว่าประเทศพันธมิตรจะช่วยร่วมจ่ายค่าก่อสร้างเหล่านี้ด้วยหรือไม่

 

ภาพรวมการสูญเสียทางทหารและผลกระทบทางเศรษฐกิจ

 

ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิต 13 นาย และได้รับบาดเจ็บอีกหลายร้อยนาย แม้ปัจจุบันจะอยู่ในช่วงหยุดยิงที่เปราะบาง แต่กระทรวงกลาโหมก็ยังคงเพิ่มกำลังทหารอีกหลายหมื่นนาย รวมถึงวางกำลังเรือบรรทุกเครื่องบิน 3 ลำในตะวันออกกลาง

 

สงครามทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติติดขัด ส่งผลต่อเนื่องให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี และยังทำให้สินค้าเกษตรอย่างปุ๋ยมีราคาแพงขึ้น ซ้ำเติมปัญหาเงินเฟ้อให้รุนแรงยิ่งขึ้น

 

ค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากสงครามนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่พรรคเดโมแครตนำมาโจมตีพรรครีพับลิกันก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกัน ความนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ตกลงอย่างมาก โดยชาวอเมริกันที่เห็นด้วยกับสงครามนี้ลดลงเหลือเพียง 34%

 

ทางด้าน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้ออกมาปกป้องการทำสงครามกับอิหร่านอย่างดุเดือด โดยระบุว่า เป็นค่าใช้จ่าย ‘ที่คุ้มค่า’ เพื่อแลกกับการรับประกันว่า อิหร่านจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมทั้งตำหนิพรรคเดโมแครตที่วิจารณ์สงครามครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่พ่ายแพ้และขาดความรับผิดชอบ

 

แฟ้มภาพ: U.S. Navy / Handout via Reuters

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising