×

เผิงไซว่ จุดกระแส #MeToo ลุกขึ้นสู้กับผู้ยิ่งใหญ่แดนมังกร

05.11.2021
  • LOADING...
เผิงไซว่

กระแส #MeToo ในวงการกีฬามีไม่น้อย แต่อาจกล่าวได้ว่าไม่มีครั้งใดที่จะสร้างความตกตะลึงได้มากเท่ากับกรณีของ เผิงไซว่ นักเทนนิสสาวชาวจีนอดีตมือ 1 ของโลก ประเภทคู่ ที่เคยพิชิตแชมป์แกรนด์สแลมในประเภทนี้มาทั้งที่วิมเบิลดันและเฟรนช์โอเพ่น

 

เพราะคู่กรณีของ เผิงไซว่ ที่เธอเปิดเผยออกมาไม่ใช่คนธรรมดา หากแต่เป็นบุคคลระดับสูงของประเทศจีนอย่าง จางเกาลี่ อดีตรองนายกรัฐมนตรีของประเทศจีน หนึ่งในกลุ่มชนชั้นนำที่ทรงอำนาจในแดนมังกรที่ใครก็แตะต้องไม่ได้

 

เกิดอะไรขึ้นกับ เผิงไซว่ และเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เธอตัดสินใจเปิดเผยเรื่องราวนี้ออกมา

 

ตกลงแล้วฉันยังเป็นคนอยู่ไหม?

โลกได้รับรู้เรื่องราวอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับ เผิงไซว่ จากการตัดสินใจที่จะเปิดเผยทุกอย่างของนักเทนนิสสาวดาวเด่นของประเทศ

 

นักเทนนิสวัย 35 ปี ตัดสินใจโพสต์ข้อความที่คล้ายเป็นจดหมายถึง จางเกาลี่ โดยตรง โดยเนื้อหาเปิดเผยความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งสองที่เธอไม่ได้เต็มใจ เพราะถูกอดีตรองนายกรัฐมนตรีบังคับให้ร่วมหลับนอนด้วยตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่เมืองเทียนจิน และมันไม่ใช่ครั้งแรกและครั้งเดียว

 

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งสิ่งที่เลวร้ายกว่าหากข้อความของเธอเป็นความจริงคือ การที่ คังเจี๋ย ภริยาของเกาลี่ ก็รู้เห็นเป็นใจด้วย โดยนักเทนนิสสาวเล่าว่า เธอได้รับคำเชิญให้ไปร่วมตีเทนนิสกับทั้งสองที่บ้าน ก่อนจะถูกบังคับให้ร่วมหลับนอนด้วยเหมือนเดิม

 

มันทำให้ฝันร้ายของ เผิงไซว่ ที่เคยเจอเมื่อสิบกว่าปีก่อนกลับมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้ภริยาของ จางเกาลี่ พยายามช่วยเกลี้ยกล่อมให้เธอยินยอม แม้จะพยายามต่อต้านด้วยน้ำตา แล้วสุดท้ายเธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการยอมรับชะตากรรมทั้งที่ไม่เต็มใจ

 

“ทำไมคุณถึงยังกลับมาหาฉัน มาพาตัวฉันไปที่บ้านของคุณเพื่อบังคับให้ฉันมีอะไรด้วย? ใช่ ฉันไม่มีหลักฐานหรอก และมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีหลักฐาน” ส่วนหนึ่งของข้อความที่มีความยาว 1,600 คำ ถูกโพสต์ขึ้นบน Weibo แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีนที่เหมือนกับ Twitter

 

เผิงไซว่ เขียนเล่าต่อว่า หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น เธอยอมจำนนต่อการเป็นชู้รักของ จางเกาลี่ แต่ต้องเจ็บปวดกับ ‘การตัดสินที่อยุติธรรมและการดูถูกเหยียดหยามมากมาย’ จนมีปากเสียงกันอย่างหนักเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และ จางเกาลี่ ปฏิเสธจะพบเธอก่อนจะหายตัวไป

 

“ฉันไม่สามารถบรรยายความรู้สึกขยะแขยงของฉันได้ มีไม่รู้กี่ครั้งที่ฉันต้องถามตัวเองว่าฉันยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า ฉันรู้สึกเหมือนซากศพที่เดินได้ ทุกครั้งที่ฉันแสดง ตัวจริงของฉันคือคนไหนกันแน่?”

 

ข้อความดังกล่าวถูกบันทึกหน้าจอเอาไว้โดยคนจำนวนมาก และถูกส่งต่อไปตามกลุ่มแชตส่วนบุคคลใน WeChat และ QQ อย่างรวดเร็ว

           

ปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ

อย่างไรก็ดี โพสต์ดังกล่าวของ เผิงไซว่ อันตรธานหายไปจากระบบของ Weibo ภายในระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมง ส่วนบัญชีของเธอนั้นแม้จะยังไม่ถูกลบ แต่ถูกห้ามไม่ให้คอมเมนต์หรือรีโพสต์

 

นอกจากนั้นการค้นหาชื่อของ เผิงไซว่ ที่มีจำนวนมากกว่า 700,000 ลิงก์ ถูกปิดกั้นจนทำให้เหลือเพียงแค่ 700 ลิงก์เท่านั้น และแน่นอนว่าไม่สามารถค้นหาข้อความที่เธอฝากถึง จางเกาลี่ ได้แม้แต่น้อย และการส่งรูปหรือข้อความเรื่องนี้ก็ถูกบล็อกบน WeChat และ QQ ในเวลาต่อมา

 

กระทั่งการค้นหาคำว่า ‘เทนนิส’ ก็ไม่สามารถทำได้

 

เรื่องนี้ไม่ได้เกินความคาดหมายมากนัก เพราะในประเทศจีนแล้วอำนาจการเซ็นเซอร์ของรัฐบาลยิ่งใหญ่คับแผ่นฟ้า การจะปิดกั้นอะไรก็ตามง่ายดายเหมือนใช้แค่ฝ่ามือ

 

ขณะที่สำนักข่าวต่างๆ จากตะวันตก ไม่ว่าจะเป็น Reuters หรือ CNN พยายามติดต่อสอบถามจากรัฐบาลจีนในเรื่องนี้ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคือสายลมที่ว่างเปล่า

 

ไม่ต่างอะไรจาก APG เอเจนซีใหญ่ที่เป็นตัวแทนของ เผิงไซว่ ก็ปิดปากเงียบ Weibo และ Tencent ก็ไม่ขอกล่าวถึงเรื่องนี้

 

และแน่นอนว่า เผิงไซว่ ที่ไม่มีใครได้ยินอะไรจากเธออีก

 

กำลังใจจากคนทั่วโลก

การออกมาเปิดโปงของ เผิงไซว่ ทำให้โลกกีฬาตกตะลึง เพราะไม่คิดว่านักเทนนิสดาวเด่นระดับโลก คนที่เคยเป็นขวัญใจของชาวจีน จะกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของผู้มีอำนาจได้

 

สิ่งที่ชาวเน็ตทั่วโลกทำได้คือการส่งกำลังใจให้แก่เธอ ผู้ที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอหลังจากนี้

 

“เธอจะต้องมีความตั้งใจแรงกล้าและรู้สึกสิ้นหวังแค่ไหนถึงเปิดเผยเรื่องนี้ออกมา” บล็อกเกอร์เทนนิสชื่อดังคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นถึงมังกรเทนนิสสาวผู้โชคร้าย “หวังว่าคุณจะปลอดภัยนะ”

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะพูดอะไรได้อีก ภาวนาให้เธอปลอดภัย เรายอมรับโดยจำใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้จะหายไปจากอินเทอร์เน็ต โพสต์นี้จะหายไป บัญชีผู้ใช้จะหายไป ความยุติธรรมก็จะหายไป สิ่งเดียวที่จะไม่หายไปคือบาดแผลความเจ็บปวดของคนที่ตกเป็นเหยื่อและความกลัวของคนที่อาจจะเป็นเหยื่อคนต่อไปที่จะไม่มีวันหายไป”

 

ในประเทศจีน ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศยังเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของสังคม แต่ก็เริ่มมีสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงจากการจุดกระแส #MeToo ตั้งแต่ปี 2018 หลังนักศึกษาในกรุงปักกิ่งรายหนึ่งออกมาเปิดเผยว่าถูกอาจารย์คุกคามทางเพศ

 

กรณีของ เผิงไซว่ นั้นน่าจับตามอง เพราะแม้จะดูเหมือนว่าส่วนหนึ่งเป็นปัญหาในความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเกาลี่ จนทำให้เธอตัดสินใจออกมาเปิดเผยความสัมพันธ์เร้นลับครั้งนี้

 

แต่สิ่งที่เป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมด โดยยึดตามการเปิดเผยของเธอคือ การที่เธอถูกบังคับให้ร่วมหลับนอนกับชายสูงวัยผู้ทรงอำนาจของประเทศตั้งแต่เมื่อสิบกว่าปีก่อน และยังตามมาหลอกหลอนถึงขั้นบังคับซ้ำเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ก่อนจะทำให้เธอต้องจำยอมรับความสัมพันธ์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

 

และการที่คู่กรณีของเธอคืออดีตรองนายกรัฐมนตรี (2013-2018) ทั้งยังเคยเป็นเลขาพรรคของมณฑลซานตง เป็นสมาชิกคณะกรรมการประจำกรมการเมืองในปี 2012-2017 ซึ่งถือเป็นองค์กรอำนาจสูงสุดของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ต่อให้เกษียณงานไปแล้วตั้งแต่ 3 ปีก่อน แต่สถานะของ จางเกาลี่ คือหนึ่งในบุคคลที่ทรงอำนาจที่สูงของประเทศ

 

งานนี้จะมีใครคิดที่จะลุกขึ้นยืนหยัดเคียงข้าง เผิงไซว่ เพื่อต่อสู้ในการค้นหาความจริงครั้งนี้หรือไม่

 

หรือเธอจะต้องอยู่อย่างเดียวดายและหวาดกลัวไปตลอดชีวิตที่เหลือ

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising