วันนี้ (6 กรกฎาคม) ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเส้นทางการเงิน รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีการลงทุน Forex โดยเจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมแสดงหลักฐานที่มาของเงินจำนวน 28 ล้านบาท ว่าไม่ได้มาจากการกระทำที่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด
ภาวุธ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบพนักงานสอบสวนว่า การชี้แจงในวันนี้สามารถตอบคำถามของเจ้าหน้าที่ได้ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องที่มาของเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 28 ล้านบาท ซึ่งตนมีหลักฐานรองรับอย่างครบถ้วน แม้จะไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกได้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี
แต่ขอยืนยันว่าเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเทรดที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องราว 1-2 ปี โดยมีรายได้เข้ามาเป็นช่วงๆ อย่างไรก็ตาม ภาวุธยอมรับว่า โดยสรุปแล้วตนเองไม่ได้ประสบความสำเร็จจากการลงทุนดังกล่าว และท้ายที่สุดต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนจากการเทรด
ทั้งนี้ เนื่องจากการเข้าพบในวันนี้ถือเป็นครั้งแรก ทาง DSI ยังมีข้อซักถามเพิ่มเติมในประเด็นที่พาดพิงถึงบุคคลที่สาม ทำให้ตนต้องกลับไปเตรียมเอกสารและรวบรวมข้อมูล เพื่อกลับมาชี้แจงเพิ่มเติมในภายหลัง
สำหรับกรณีที่มีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริษัทที่ทาง DSI กำลังตรวจสอบนั้น ภาวุธชี้แจงว่า ปัจจุบันตนไม่ได้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารในบริษัทดังกล่าวแล้ว และบางบริษัทที่ถูกกล่าวถึง ตนเองก็ไม่มีความรู้จักแต่อย่างใด จึงจำเป็นต้องกลับไปตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลหรือบริษัทที่เกี่ยวข้อง
ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการเดินทางไปประเทศฝรั่งเศสร่วมกับกลุ่มโบรกเกอร์นั้น ภาวุธชี้แจงข้อเท็จจริงว่า เป็นเพียงการใช้คะแนนสะสมจากการซื้อสินค้าเพื่อแลกรับรางวัลการเดินทาง ไม่ใช่การเดินทางในฐานะผู้บริหาร หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท โดยผู้ร่วมเดินทางส่วนหนึ่งเป็นเพียงทีมงานของโบรกเกอร์ที่ตนใช้บริการอยู่เท่านั้น
นอกจากนี้ ภาวุธยังได้ชี้แจงถึงกรณีคลิปวิดีโอที่ถูกนำมาเผยแพร่ โดยยืนยันว่าไม่เคยมีพฤติกรรมชักชวนประชาชนให้มาร่วมลงทุนหรือเทรด Forex เนื้อหาในคลิปเป็นเพียงการบอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวด้านการลงทุน ไม่ใช่การโฆษณาชี้ชวน และตนไม่เคยได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากบริษัทโบรกเกอร์
ภาวุธ กล่าวทิ้งท้ายว่า ภายหลังการเข้าชี้แจงตนรู้สึกสบายใจมากขึ้น เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะเข้าพบ DSI ตั้งแต่แรก แต่ติดภารกิจการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ จึงต้องเลื่อนมาเป็นวันนี้ พร้อมเน้นย้ำสถานะทางคดีว่า ตนเป็นเพียง พยาน ไม่ใช่ผู้ต้องหา
“ผมไม่มีอะไรต้องปิดบัง พร้อมให้ข้อมูลทุกอย่างกับเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงความโปร่งใส เงินที่เข้ามาไม่ได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย และผมไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการแชร์ลูกโซ่หรือสแกมเมอร์แต่อย่างใด” ภาวุธ กล่าว


