พรรคประชาชนยังตรวจสอบกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 อย่างเกาะติด โดยเฉพาะ พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่หลังจากเผยแพร่คลิปวิดีโอวันเลือก สว. ระดับประเทศ ไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดได้ตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติม พร้อมตั้งคำถามตรงไปที่ มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน ว่าเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิป และกำลังยื่นเอกสารลักษณะคล้าย ‘โพย’ ให้แก่กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่
พริษฐ์ตั้งคำถามว่า มงคลมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดตั้งลงคะแนน หรือขบวนการ ‘ฮั้ว สว.’ หรือไม่ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนำไปสู่การตั้งคำถามจากสังคมต่อความโปร่งใสของประมุขแห่งสภานิติบัญญัติและการทำหน้าที่ของ กกต. ในการรับรองผลการเลือกตั้ง
“หากดูรายชื่อผู้สมัครดังกล่าวเรียงตามตัวเลข ผู้สมัครที่นั่งอยู่ด้านขวาของผู้สมัครหมายเลข 82 คงเป็นผู้สมัครที่มีหมายเลขถัดไปจาก 82 คือ หมายเลข 84 ซึ่งมีชื่อว่า ‘มงคล สุระสัจจะ’
“ผู้สมัครหมายเลข 84 ได้มีการยื่นเอกสารฉบับหนึ่งให้กับ กกต. ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ ที่มาเดินเรียกเก็บโพย จากการเปรียบเทียบสรีระของผู้สมัครหมายเลข 84 กับสรีะระของประธานวุฒิสภา และจากทำการเปรียบเทียบในลักษณะเดียวกันกับผู้สมัครหมายเลขอื่นๆในคลิป ผมเชื่อว่าบุคคลในภาพ คือ สว. มงคล สุระสัจจะ หรือประธานวุฒิสภาคนปัจจุบัน” พริษฐ์อ้าง
-
• สว. โต้พริษฐ์หวังดิสเครดิต จ่อยื่นสอบ ‘สว. เสียงข้างน้อย’ เหตุมีหลักฐานเปิดห้องคุยแลกคะแนน
กระทั่งวันนี้ (16 มิถุนายน) พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. พร้อมด้วย พล.ต.ต. สุนทร ขวัญเพ็ชร สว. ได้ร่วมกันแถลงข่าวตอบโต้พริษฐ์ โดยพิสิษฐ์ได้ตั้งคำถามกลับไปยังพริษฐ์ถึงที่มาของคลิปวิดีโอดังกล่าวว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และหากเป็นวัตถุพยานในสำนวนคดี ได้รับอนุญาตจากศาลหรือ กกต. ให้ทำการเผยแพร่ภายใต้อำนาจใด
พิสิษฐ์ระบุว่า หัวใจหลักของเรื่องนี้คือศาลคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้เคยมีคำพิพากษาไว้แล้วว่าการนำโพย หรือเอกสารแนะนำตัวผู้สมัคร (สว.3) เข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง ตลอดจนการทำเครื่องหมายหรือจดหมายเลขผู้สมัครที่ตนเองสนใจลงในเอกสารเพื่อกันลืม ไม่ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
พิสิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ในคลิปไม่ปรากฏประโยคหรือพฤติการณ์ใดที่ชี้ชัดว่าเป็นการทุจริตเลือกตั้ง และการที่ กกต. ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของ สว. ทั้ง 200 คน ย่อมสะท้อนว่ากระบวนการทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาแล้วอย่างครบถ้วน การนำคลิปมาเผยแพร่ในช่วงนี้จึงอาจเป็นการมุ่งสร้างคอนเทนต์เพื่อยอดความนิยมในสื่อสังคมออนไลน์และเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า พริษฐ์ไม่ได้เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหรือเป็นผู้สมัครรับเลือก สว. แต่อยู่ในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนกรณีที่ มงคล สุระสัจจะ จะต้องแสดงสปิริตชี้แจงหรือลาออกตามที่บางฝ่ายเรียกร้องหรือไม่นั้น ตนเองไม่สามารถตอบแทนได้ แต่หากมีการกระทำความผิดจริง กกต. คงไม่ปล่อยให้กระบวนการสำเร็จมาจนถึงปัจจุบัน
ด้าน พล.ต.ต. สุนทรแถลงชี้แจงเพิ่มเติมโดยเรียกร้องให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบผู้สมัคร สว. ฝ่ายขั้วประชาธิปไตย หรือกลุ่ม สว. เสียงข้างน้อยในปัจจุบันด้วยเช่นกัน เนื่องจากพบพยานหลักฐานจากรายงานข่าวของสื่อมวลชนว่า ผู้สมัครกลุ่มดังกล่าวมีการจัดประชุมนัดหมายกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเมืองทองธานีเพื่อตกลงแลกเปลี่ยนคะแนนเสียง และปรากฏหลักฐานโพยรายชื่อกลุ่ม 2-20 ผ่านสถานีโทรทัศน์ รวมถึงมีบทสัมภาษณ์ของผู้สมัคร สว. ที่สอบตกในกลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ยอมรับถึงกระบวนการตกลงร่วมมือกันลงคะแนน
พล.ต.ต. สุนทรย้ำว่า การพกพาโพยแนะนำตัวไม่ผิดกฎหมายเพราะไม่มีข้อห้าม และผู้สมัครทุกฝ่ายต่างก็มีโพยในการเลือกตั้งระดับประเทศเนื่องจากไม่สามารถจดจำรายชื่อและหมายเลขของผู้สมัครจำนวนมากได้
แต่ในกรณีของกลุ่ม สว. เสียงข้างน้อยนั้นมีพฤติการณ์เปิดประชุมและตกลงแลกคะแนน ซึ่งตามแนวทางคำพิพากษาถือว่าการตกลงแลกคะแนนเป็นสิ่งที่กระทำไม่ได้และผิดกฎหมาย ตนเองในฐานะอดีตพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและคลิปวิดีโอทั้งหมดไว้แล้ว และพร้อมที่จะส่งมอบให้ กกต. นำไปตรวจสอบเพื่อความจำนนต่อข้อเท็จจริง
“ที่ผมพูดไม่ใช่ต้องการบอกว่า หากผมผิด คุณต้องผิด หรือ หากผมเลว คุณต้องเลว ไม่ต้องการแบบนั้น แต่ต้องการทำความจริงให้ปรากฎถึงกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา และต้องให้ความเป็นธรรมกับ สว. ทั้ง 2 ฝั่งด้วย” พล.ต.ต. สุนทรกล่าว


