×

คดีทุจริตสอบท้องถิ่น ปกรณ์เผยพบข้อมูลน่าตกใจ ผบ.ตร.เร่งสอบครบทุกกระบวนการ

โดย THE STANDARD TEAM
14.07.2026
  • LOADING...
ปกรณ์ นิลประพันธ์ และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แถลงข่าวหลังการประชุมคดีทุจริตสอบท้องถิ่น

วันนี้ (14 กรกฎาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ครั้งที่ 2/2569

 

โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และเลขาธิการสำนักงานพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เข้าร่วม

 

ปกรณ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการประชุมครั้งที่ 2 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เป็นผู้สรุปรายงานความคืบหน้าของการรวบรวมข้อมูล และกำหนดแนวทางการดำเนินการ ทั้งการดำเนินการที่ผ่านมาและการดำเนินงานในอนาคต สำหรับผลการประชุมในวันนี้ มีการรับทราบกรอบแนวทางและข้อมูลเบื้องต้นที่คณะทำงานได้ดำเนินการมา ซึ่งยังไม่ขอลงลึกในรายละเอียด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการในอนาคต

 

ปกรณ์ กล่าวว่า หน้าที่หลักของคณะกรรมการชุดนี้ คือการตรวจสอบว่ากระบวนการทั้งหมดมีข้อบกพร่องในจุดใดบ้าง และมีหน่วยงานหรือผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนอย่างไร โดยจะไม่ลงลึกไปถึงตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง แต่จะระบุเฉพาะผู้รับผิดชอบในแต่ละกระบวนการ ส่วนเรื่องการลงโทษหรือการดำเนินคดีอาญา เป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป

 

“เราจะไม่ระบุว่าตัวบุคคลนั้นเกี่ยวข้องหรือไม่ แต่จะไปดูว่ากระบวนการมีข้อบกพร่องอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของ IT Risk ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเกี่ยวข้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่ไม่น่าเกิดขึ้น เราเห็นข้อมูลที่น่าตกใจหลายอย่างที่นายกรัฐมนตรีเคยเปิดเผยไปแล้ว ผลชุดหนึ่งไม่ตรงกับอีกชุดหนึ่ง ถือเป็นเรื่องที่รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ตนคิดว่าบุคคลหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะเข้ามารับราชการไม่ว่าตำแหน่งใด เพราะตั้งใจจะมาโกงเสียตั้งแต่แรก ประเทศนี้คงไปต่อไม่ได้ ซึ่งคณะกรรมการทุกคนเห็นพ้องต้องกันด้วยความสลดหดหู่ว่า มันแย่จริงๆ”

 

ปกรณ์ กล่าวว่า ผลการหารือในวันนี้จะรายงานต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง แต่ยังไม่ขอเปิดเผยต่อสื่อมวลชน เพราะจะต้องรายงานทุก 10 วัน เหตุผลที่ยังไม่เปิดเผย เพราะยังมีประเด็นที่ต้องดำเนินการต่อ และเกรงว่าข้อมูลอาจรั่วไหล อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้อง และมหาวิทยาลัย ทุกฝ่ายมุ่งหวังที่จะ “ล้างบางมันสักที” ให้เรื่องนี้ยุติลง

 

ขณะที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) แถลงภายหลังการประชุมว่า คณะกรรมการตรวจสอบได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น โดยมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้มีการประชุมครั้งแรกและวางหลักคิดรวมถึงกรอบแนวคิดในการดำเนินงาน จากข้อมูลที่ปรากฏทั้งในสื่อและการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม

 

“ขอย้ำว่า สิ่งที่พูดเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้น แต่หน้าที่ของคณะกรรมการและคณะทำงานชุดนี้ คือการทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏว่าข้อมูลเหล่านั้นเป็นอย่างไรกันแน่”

 

ผบ.ตร. กล่าวว่า คณะทำงานได้วางกรอบการตรวจสอบไว้ 3 ขั้นตอน ได้แก่

 

ขั้นตอนแรก คือ การเตรียมการสอบ ว่าเกิดอะไรขึ้นในกระบวนการ มีข้อเท็จจริงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า TOR ถูกต้องหรือไม่ การรับสมัครถูกต้องหรือไม่ การออกข้อสอบ การเก็บข้อสอบ และการรักษาความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้ที่จะทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ

 

ขั้นตอนที่ 2 คือ ระหว่างการสอบ ทั้งการแบ่งกลุ่ม การจัดสถานที่ การแจกข้อสอบ การทำข้อสอบ และการคุมสอบ ว่ามีข้อเท็จจริงเกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนอย่างไร

 

ขั้นตอนสุดท้าย คือ หลังการสอบ ทั้งการประมวลผล การตรวจข้อสอบ รวมถึงประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการแก้ไขคำตอบและคะแนนสอบ ซึ่งคณะทำงานจะนำข้อมูลต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณา

 

“ในขั้นตอนก่อนและหลังการสอบ นอกจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว จะต้องตรวจสอบว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับแต่ละขั้นตอน รวมถึงกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 10-13 กรกฎาคม พวกเราทำงานกันอย่างหนัก โดยมีหนังสือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งสถาบันการศึกษาและสถาบันการเงิน เพื่อขอเอกสาร ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์และแยกแยะข้อมูล”

 

ผบ.ตร. กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดเชิงลึก ยังต้องรอคณะทำงานรวบรวมข้อมูลก่อน ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด เพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์และสรุปผล ก่อนรายงานต่อคณะกรรมการที่มีปกรณ์เป็นประธาน และเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ทั้งในประเด็นข้อเท็จจริง เรื่องวินัยและจริยธรรม รวมถึงข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ทั้งในเชิงระบบและเชิงนโยบาย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

 

“เหลือเวลาอีกไม่ถึง 1 เดือน เพราะคำสั่งกำหนดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 30 วัน เราจะพยายามตรวจสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลา โดยนายปกรณ์ได้เน้นย้ำว่า ถึงเวลาที่ต้องจัดระเบียบบ้านเมืองให้ดี แล้วจะนำข้อเท็จจริงมานำเสนออย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง”

 

เมื่อถามว่า ขณะนี้ตำรวจได้รับข้อมูลครบถ้วนเพียงพอสำหรับการสอบสวนแล้วหรือไม่ ผบ.ตร. ยอมรับว่า ได้รับข้อมูลมาพอสมควร แต่ยังไม่ครบถ้วน เพราะยังมีประเด็นข้อเท็จจริงทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการสอบอีกหลายเรื่อง ที่ต้องเรียกเอกสารและสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ทั้งนี้ ในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้ จะเร่งรัดดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยจากการได้รับเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) กระทรวงมหาดไทย และโดยเฉพาะมาตรฐานการสอบของสำนักงาน ก.พ. ซึ่งมีข้อปฏิบัติกว่า 10 ข้อ คณะทำงานจะนำมาใช้เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบ แม้หลักเกณฑ์จะเปรียบเทียบได้ไม่ยาก แต่มีรายละเอียดจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

อย่างไรก็ตาม หากเปิดเผยรายละเอียดในเวลานี้ อาจส่งผลกระทบต่อแนวทางการตรวจสอบ โดยตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคม คณะทำงานได้กำหนดประเด็นการตรวจสอบไว้แล้ว และได้รวบรวมเอกสารเพื่อวิเคราะห์ในเบื้องต้น ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก ใครเกี่ยวข้องกับกระบวนการใดก็จะถูกตรวจสอบ พร้อมทั้งพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน ก่อนจัดทำข้อเสนอแนะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี

 

เมื่อถามถึงข้อสังเกตว่า อาจมีการเชื่อมโยงไปถึงระดับพรรคการเมือง นายกรัฐมนตรีได้กำชับอะไรหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับเพียงอย่างเดียว คือให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมา ส่วนจะเชื่อมโยงถึงใครหรือไม่นั้น ขอให้รอข้อเท็จจริงปรากฏก่อน จึงจะเห็นภาพชัดเจน

 

เมื่อถามว่า ได้รายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วหรือไม่ ผบ.ตร. ยอมรับว่า ได้รับข้อมูลแล้ว ตั้งแต่ผู้สมัครสอบจำนวนหลายแสนคน ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ โดยแบ่งผู้เกี่ยวข้องออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มขั้นเตรียมการ ตั้งแต่คณะกรรมการจัดทำ TOR กระบวนการกำหนดตำแหน่ง การรับสมัครสอบ การพิจารณาคุณสมบัติ และการประกาศผล จึงต้องตรวจสอบว่าในแต่ละขั้นตอนมีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง

 

ผบ.ตร. ยอมรับว่า การตรวจสอบทุจริตการสอบครั้งนี้ ตนเป็นผู้รับผิดชอบหลัก โดยมี พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมเป็นคณะทำงานด้วย

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising