×

เงินเยนเสี่ยงอ่อนค่าต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเพราะความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล

19.04.2024
  • LOADING...
เงินเยน

ในช่วงวันศุกร์ (19 เมษายน) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ (WTI Futures) พุ่งแตะ 84.31 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คิดเป็นการปรับตัวขึ้นมาถึง 25% นับจากจุดต่ำสุดในช่วงเดือนธันวาคมปีก่อน ซึ่งกำลังกลายเป็นความเสี่ยงต่อค่าเงินเยนที่มีโอกาสอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลักและทำให้การขาดดุลทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น

 

แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวมาค่อนข้างสูงแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก จากความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านที่กำลังเพิ่มมากขึ้น

 

Yujiro Goto หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ด้านค่าเงินของบริษัทหลักทรัพย์ Nomura ประเมินว่า ขาขึ้นของราคาน้ำมันถือว่าเป็นปัจจัยลบต่อค่าเงินเยน หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 10% จะทำให้ค่าเงินเยนอ่อนตัวลง 3-4 เยน เทียบกับเงินดอลลาร์

 

ซึ่งนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมานี้ ค่าเงินเยนถือได้ว่าเป็นค่าเงินที่ทำผลตอบแทนได้แย่ที่สุด ลงไปอยู่ที่บริเวณจุดต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ อ้างอิงกับเงินดอลลาร์ และคิดเป็นมูลค่าที่หายไปกว่า 25% นับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เริ่มใช้นโยบายตึงตัวทางการเงิน

 

ไม่เพียงเท่านั้นค่าเงินเยนยังโดนกดดันจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอื่นๆ อย่างสหรัฐฯ มากพอสมควร

 

ประกอบกับการคาดการณ์กันของนักวิเคราะห์ว่า ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพียงเล็กน้อย ในขณะที่สหรัฐฯ มีโอกาสชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป

 

Tsutomu Soma เทรดเดอร์ค่าเงินและพันธบัตรของ Monex Inc กล่าวว่า “ญี่ปุ่นพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ดังนั้นราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงขึ้นตาม จนนำไปสู่การอ่อนค่าของเงินเยน และแม้ว่าราคาน้ำมันจะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้น แต่ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังมีท่าทีว่าจะไม่เร่งรีบขึ้นดอกเบี้ยเช่นเดิม”

 

ทั้งนี้ ที่มาของการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศของญี่ปุ่นเกิดมาจากที่รัฐบาลได้ยุติการพึ่งพิงการผลิตพลังงานจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวนมากไปตั้งแต่ในช่วงปี 2011 หลังเกิดเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดที่ฟุกุชิมะ ซึ่งจากการคำนวณของ Bloomberg พบว่า อัตราค่าใช้จ่ายด้านพลังงานต่อค่าใช้จ่ายของญี่ปุ่นมีอัตราสูงสุด เมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจด้านเศรษฐกิจอื่นๆ

 

อัตราส่วนระหว่างการนำเข้าพลังงานสุทธิต่อการบริโภคน้ำมันทั้งหมดจากข้อมูลของ Bloomberg และ​ IEA

 

ญี่ปุ่น 85.3%

เบลเยียม 77.9%

เนเธอร์แลนด์ 65.8%

อิตาลี 58.5%

เยอรมนี 54.2%

ฝรั่งเศส 44.5%

สวิตเซอร์แลนด์ 38.2%

สหราชอาณาจักร 30.7%

สวีเดน 19.7%

สหรัฐฯ -3.7%

แคนาดา -84.5%

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising