×

ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง

26.03.2026
  • LOADING...
ภาพกราฟิก 'ไอ้โม่ง' ตัวการใหญ่กักตุนน้ำมัน ในประเด็นที่ สส. อภิปรายในสภา

 

ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง

 

‘ไอ้โม่ง’ มีโอกาสเป็นใครได้บ้าง

 

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางผู้อภิปรายมากหน้าหลายตาจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เนื้อในภาพรวมสอดคล้องไปในทางเดียวกัน คือนอกจากสะท้อนความทุกข์ร้อนของประชาชน และข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแล้ว สส. หลายคนพุ่งเป้าไปยังเจ้าของฉายา ‘ไอ้โม่ง’ ซึ่งเป็นถ้อยคำแทนบุคคลหรือคณะบุคคลที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนในการกักตุนน้ำมัน เป็นเหตุให้เกิดความขาดแคลนน้ำมันหน้าปั๊มช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า จนกระทั่งมีการประกาศลอยตัวราคาน้ำมันในยามวิกาลคืนก่อน

 

ชื่อของ ‘ไอ้โม่ง’ ล่องลอยอยู่ในความรับรู้ของประชาชนมานับสัปดาห์ ตั้งแต่ช่วงขาดแคลนน้ำมันหลังการปิดช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งต่อมาชื่อนี้กลายเป็นโจทย์ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมาสืบเสาะหา เตรียมใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรเปิดโปงเรื่องดังกล่าวหลังการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ หากแต่ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งปิดประชุมไปเสียก่อน ทำให้ญัตติดังกล่าวถูกเลื่อนมาเป็นวันที่ 25 มีนาคม

 

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง

 

วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะเจ้าของญัตติด่วนเรื่องพลังงาน เอ่ยชื่อ ‘ไอ้โม่ง’ ออกมาเคียงข้างกับคนสำคัญในรัฐบาลหลักๆ 2 คน คือ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ระหว่างกำลังเรียกร้องการบริหาร ‘แบบเปิด’ จากรัฐบาล

 

“เป็นเรื่องที่สังคมยังคลางแคลงสงสัยอยู่ เพราะวันที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้อยู่ประเทศไทย คุณพิพัฒน์ออกมาประกาศเองว่าจะจับไอ้โม่งที่กักตุนน้ำมัน แต่พอนายกรัฐมนตรีกลับมา ทุกอย่างก็เข้าสู่ระบบการเมืองแบบเดิม มีการปิดห้องคุยแล้วออกมาแถลงว่าไม่มีอะไร” วีระยุทธกล่าวในช่วงหนึ่ง

 

“ไอ้โม่งคือโรงกลั่น” ส่วนต่างราคา จูงใจให้กักตุน

 

จากนั้นไม่นาน กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และปัจจุบันได้อภิปรายในฐานะ สส. จากพรรคร่วมฝ่ายค้าน สรุปรวบยอดว่า วิกฤตขณะนี้มาจาก ‘ความล้มเหลวในการบริหาร’

 

กรณ์ชี้ว่า ความล้มเหลวประการแรกคือ รัฐบาลมีข้อมูลว่าโรงกลั่นผลิตน้ำมันเท่าใด แต่กลับปล่อยให้โรงกลั่นส่งน้ำมันไม่ครบตามจำนวนให้แก่ปั๊มน้ำมัน การที่รัฐบาลต้องหันมาขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสหา ‘ไอ้โม่ง’ ทั้งที่ข้อมูลควรอยู่ในมือรัฐ สะท้อนถึงการบริหารที่ล้มเหลว และยิ่งตอกย้ำว่าขบวนการกักตุนมีอยู่จริง

 

“หากรัฐบาลไม่จัดการเรื่องไอ้โม่งอย่างจริงจัง ประชาชนอาจคิดไปไกลว่า รัฐบาลกับขบวนการเหล่านี้เป็นพวกเดียวกัน” กรณ์กล่าว

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

สอดคล้องกับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งอดีตเคยเป็น ‘มือขวา’ ของกรณ์ ในตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อครั้งเป็น สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้อภิปรายในญัตตินี้ พร้อมชี้ชัดว่า “ไม่ต้องไปตามหาไอ้โม่งที่ไหนหรอกครับ ไอ้โม่งคือโรงกลั่นครับ”

 

เขาตั้งคำถามล้อไปกับคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรี ที่เรียกร้องให้ประชาชนเลิกกักตุนน้ำมัน โดยอรรถวิชช์ถามกลับว่า ประชาชนจะมีภาชนะไปกักตุนน้ำมันได้เพียงพอหรือ ต้องถามโรงกลั่น 6 แห่ง และเครือข่ายของเขา ว่าน้ำมันหายไปไหน

 

อรรถวิชช์ฉายภาพเบื้องหลังคำตอบ “ไอ้โม่งคือโรงกลั่น” ให้เห็นกลไก 2 ราคาที่บิดเบี้ยว คือราคาหน้าปั๊ม (Retail) ที่รัฐบาลตรึงไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ชดเชยด้วยกองทุนน้ำมัน และราคาค้าส่ง (Jobber) พุ่งไปถึง 50 บาทต่อลิตร ตามราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลก

 

ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

เขาวิเคราะห์ว่า ในมุมมองของโรงกลั่น เมื่อมีลูกค้าสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งให้ราคา 30 อีกกลุ่มให้ 50 โรงกลั่นย่อมเลือกส่งน้ำมันให้ตลาดขายส่งที่ได้กำไรมากกว่า ส่งผลให้ปั๊มน้ำมันรายย่อยและระบบแฟรนไชส์ถูกตัดโควตาจนน้ำมันขาดแคลน นี่คือการแสวงหากำไรส่วนต่างในภาวะวิกฤตที่รัฐบาลปล่อยให้ราคาต่างกันเกินไป จนเกิดแรงจูงใจให้กักตุน

 

รองหัวหน้ารวมไทยสร้างชาติทิ้งท้ายด้วยข้อเสนอให้รัฐบาลใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 เพื่อมากำหนดราคาเดียวตายตัวโดยไม่ชดเชย เพื่อหยุดกลไก 2 ราคา และหากโรงกลั่นต้องการชดเชย ให้ตั้งคณะกรรมการกองทุนมารับเรื่อง แทนการชดเชยอัตโนมัติอย่างปัจจุบัน

 

เปิด 5 จุดบอด ‘รังไอ้โม่ง’ ทำน้ำมันรั่วไหล

 

เวลาล่วงเลยถึงช่วงค่ำ การอภิปรายยังคงดำเนินต่อไป ศุภโชติ ไชยสัจ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นอภิปรายโดยพุ่งเป้าไปที่ ‘ไอ้โม่ง’ โดยเฉพาะเจาะจง เขากางแผนผังให้เห็นเครือข่ายที่เขาเรียกว่า ‘รังของไอ้โม่ง’ หรือ 5 จุดบอดที่ทำให้น้ำมันรั่วไหลจนเกิดสภาวะขาดแคลน ประกอบด้วย

 

จุดที่ 1 โรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งรัฐบาลต้องตอบสังคมให้ชัดเจนว่ามีการจงใจชะลอหรือลดปริมาณการปล่อยน้ำมันออกสู่ตลาดหรือไม่ เพราะเพียงแค่ลดการปล่อยน้ำมันลงแค่วันเดียวก็สามารถฟันกำไรส่วนต่างได้อย่างมหาศาล

 

แม้รัฐบาลจะอ้างว่าตรวจสอบแล้วไม่พบการกักตุน แต่กลับไม่เคยนำตัวเลขปริมาณการผลิตและการปล่อยน้ำมันของโรงกลั่นแต่ละแห่งมากางให้ประชาชนดู หากรัฐบาลมั่นใจในความบริสุทธิ์ของโรงกลั่น ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องปิดบังตัวเลขเหล่านี้

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

จุดที่ 2 คลังน้ำมันและพ่อค้าคนกลาง คือกลุ่มต้องสงสัยถัดมาที่มีพฤติกรรมกักตุนน้ำมันเพื่อรอเก็งกำไรในช่วงที่ราคาพุ่งสูง ศุภโชติยกกรณีที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีการบุกยึดน้ำมันกักตุนกว่า 300,000 ลิตร เป็นหลักฐาน แต่จนถึงขณะนี้ รัฐบาลก็ยังไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ

 

จุดที่ 3 รถขนส่งน้ำมัน แม้รัฐบาลจะสั่งเพิ่มรอบการขนส่ง แต่จากการลงพื้นที่จริง กลับพบรถบรรทุกน้ำมันนับร้อยคันจอดทิ้งไว้เฉยๆ รัฐบาลมีอำนาจตามกฎหมายที่จะเรียกดูข้อมูลการเดินรถและตรวจสอบได้ทันทีว่ารถเหล่านี้เป็นรถเปล่าที่รอรับน้ำมัน หรือเป็นที่ซ่อนน้ำมันเถื่อนของไอ้โม่ง แต่กลับบ่ายเบี่ยงและไม่แสดงความพยายามที่จะหาความจริง

 

จุดที่ 4 ขบวนการลักลอบค้าน้ำมันข้ามแดน จากอดีตที่เคยลักลอบนำเข้าน้ำมันเถื่อนราคาถูก ปัจจุบันเมื่อรัฐบาลไทยตรึงราคาน้ำมันจนต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ขบวนการเหล่านี้จึงพลิกแพลงด้วยการลักลอบนำน้ำมันไทยออกไปขายต่างประเทศเพื่อฟันกำไรส่วนต่างเกือบเท่าตัว ข่าวการจับกุมรถขนน้ำมันเถื่อนที่ชายแดน ซึ่งยึดได้ 20,000 ลิตรในวันก่อน และอีก 200,000 ลิตรในวันต่อมา เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง

 

และ จุดที่ 5 การกักตุนน้ำมันไบโอดีเซล (B100) นโยบายของรัฐบาลที่ปรับสูตรน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 และมีแผนจะขยับไปสู่ B10 หรือ B20 ทำให้ความต้องการ B100 พุ่งสูงขึ้น เขาตั้งข้อสังเกตว่า ประเทศไทยอาจไม่ได้ขาดแคลนน้ำมันดิบ แต่อาจมีไอ้โม่งกักตุน B100 ไว้เก็งกำไร จนทำให้ไม่สามารถผลิตดีเซลออกสู่ตลาดได้เพียงพอ รัฐบาลจึงต้องกางข้อมูลสต็อก B100 ออกมาให้ชัดเจนว่ามีการกักตุนอยู่ที่ใด และใครคือผู้รับประโยชน์ตัวจริงจากนโยบายนี้

 

“ถ้าถามว่าใครคือไอ้โม่งที่มีส่วนรู้เห็นในการกักตุนน้ำมันของประชาชนไว้ ผมก็ต้องตอบเลยว่า ท่านพิพัฒน์ท่านเป็นผู้รู้และผู้มี ประสบการณ์ในธุรกิจนี้ดี อาจจะตอบได้ดีกว่าผม” ศุภโชติกล่าวพาดพิงรองนายกฯ ซึ่งไม่ได้ใช้สิทธิพาดพิงในที่ประชุมแต่อย่างใด

 
ถามหา ‘ไอ้โม่ง’ กลางสภา: สส. คิดว่าใครคือตัวการกักตุนน้ำมัน และทำไมฝ่ายรัฐบาลไม่ลุกขึ้นชี้แจง
 

พิพัฒน์: “ท่านเสนอแนะพวกเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์”

 

ในวันต่อมา พิพัฒน์ได้แถลงข่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการค้าน้ำมันตามมาตรา 7 หรือที่เรียกกันว่า ‘ผู้ค้า ม. 7’ โดยชี้แจงถึงข้อสงสัยการกักตุนน้ำมันว่า ไม่ได้นั่งเฉย ไม่ได้นิ่งนอนใจ รัฐบาลกำลังหาทางออกทุกวิถีทาง และกำลังลงในรายละเอียดทุกไอเทม น้ำมันทุกลิตรที่ออกจากโรงกลั่น เราจะใช้ระบบ GPS ติดตามรถน้ำมันทุกคันเพื่อดูว่ามีการวิ่งออกนอกเส้นทางหรือไม่ เพื่อพิสูจน์ว่าที่บอกว่ามีการลักลอบหรือกักตุนนั้นจริงหรือไม่ คาดภายใน 1 สัปดาห์ จะรู้ข้อเท็จจริง

 

“วันนี้ในสภาก็มีการอภิปรายโจมตีว่าไม่เห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาอะไร ซึ่งเราพยายามแก้ทึกวิถีทางภายใต้อำนาจที่มีจำกัดในการแก้ไขปัญหา พวกท่านวิจารณ์พวกเรามากมาย พวกท่านทำอะไรบ้าง พวกท่านเสนอแนะพวกเราได้หรือไม่ ไม่ใช่สักแต่วิจารณ์” พิพัฒน์กล่าวในช่วงหนึ่ง

 

พิพัฒน์ย้ำว่า รัฐบาลพร้อมรับคำแนะนำที่ดี และขอร้องว่าการใส่ร้ายป้ายสีไม่ได้ทำให้ประเทศเดินหน้าได้ พร้อมฝากถึงผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่า “หากพวกท่านมีข้อแนะนำที่ดี เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้ ยังไม่ถึงภาวะวิกฤตอย่างที่พวกท่านกังวล”

 

ทั้งนี้ ตามรายงานสถิติพลังงานและรายงานโครงสร้างกิจการโรงกลั่นน้ำมันของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (EPPO) ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ 6 แห่ง ซึ่งมีกำลังการกลั่นรวมกันประมาณ 1.1-1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน (หรือราว 175-190 ล้านลิตร) และในทางปฏิบัติมีโรงกลั่น 5 แห่ง ที่รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ผ่านกระทรวงการคลัง และกองทุนวายุภักดิ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising