×

นวัตกรรมภาคเหนือ จากทุนวิจัยสู่การใช้จริง

โดย THE STANDARD TEAM
15.08.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง

ทุนวิจัยและนวัตกรรมในภาคเหนือเริ่มต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง ตั้งแต่แพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยไมเกรน เทคโนโลยี VR สำหรับเด็กออทิสติก ไปจนถึงหุ่นยนต์สอน Coding แต่โจทย์สำคัญต่อจากนี้คือทำอย่างไรให้นวัตกรรมเหล่านี้ขยายผลได้โดยไม่หยุดอยู่เพียงต้นแบบหรือโครงการที่ได้รับทุน

 

การติดตามผลโครงการวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ภาคเหนือของกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) สะท้อนภาพหนึ่งของความพยายามเปลี่ยนเงินทุนวิจัยไปสู่ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมีทั้งนวัตกรรมด้านสุขภาพ การศึกษา เทคโนโลยีชีวภาพ และธุรกิจที่ต่อยอดจากทรัพยากรท้องถิ่น

 

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ระบุว่า ผลการประเมินโครงการนวัตกรรมระดับภูมิภาคที่สนับสนุน SMEs สตาร์ทอัพ และวิสาหกิจเพื่อสังคมในช่วงปี 2566-2567 มีมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมรวมกว่า 4,660 ล้านบาท

 

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA กล่าวว่า ในพื้นที่ภาคเหนือ 11 จังหวัด มีผู้ประกอบการประมาณ 20 รายที่สามารถขยายธุรกิจไปสู่ตลาดต่างประเทศได้แล้ว โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยบ่มเพาะในพื้นที่ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาผู้ประกอบการและต่อยอดงานวิจัยไปสู่เชิงพาณิชย์

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 1

 

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการลงทุนด้านวิจัย เพราะความท้าทายสำคัญอยู่ที่การทำให้นวัตกรรมสามารถผ่านช่วงต้นแบบไปสู่การผลิต การขยายตลาด การรับรองมาตรฐาน และการใช้งานจริงในวงกว้าง

 

หนึ่งในกรณีที่ถูกนำมาติดตามคือ แพลตฟอร์มดูแลผู้ป่วยไมเกรน ของบริษัท สไมล์ ไมเกรน จำกัด ซึ่งพัฒนาระบบติดตามข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมของผู้ป่วย เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่และระบบปรึกษาแพทย์ทางไกล เพื่อให้แพทย์สามารถติดตามอาการและปัจจัยกระตุ้นของผู้ป่วยได้ต่อเนื่องมากขึ้น

 

บริษัทระบุว่าปัจจุบันมีรายได้จากผลิตภัณฑ์และบริการประมาณ 40 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ 100 ล้านบาทในช่วง 3 ปี พร้อมขยายการใช้งานไปยังโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ รวมถึงตลาดต่างประเทศในเอเชีย

 

โจทย์สำคัญของนวัตกรรมสุขภาพลักษณะนี้ไม่ได้อยู่เพียงการเติบโตเชิงพาณิชย์ แต่รวมถึงการพิสูจน์มาตรฐาน ประสิทธิผล และความคุ้มค่า เพื่อเปิดทางสู่การใช้งานในระบบสาธารณสุข

 

คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุน ววน. ซึ่งมี นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เป็นประธาน เสนอให้พิจารณากลไกที่จะช่วยให้นวัตกรรมทางการแพทย์ที่ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นอีกขั้นของการเชื่อมงานวิจัยกับบริการสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 2

 

อีกโครงการคือเทคโนโลยีเพาะเลี้ยง ไมซีเลียมสำหรับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ของบริษัท บิสท์ อินโน รีฟอร์ม จำกัด ซึ่งใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการควบคุมคุณภาพวัตถุดิบสำหรับเครื่องดื่มและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

 

บริษัทมีรายได้ปัจจุบันประมาณ 15 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 50 ล้านบาทภายใน 3 ปี แต่การขยายตลาดโดยเฉพาะในต่างประเทศยังขึ้นอยู่กับการทดสอบทางคลินิกและการผ่านมาตรฐานกำกับดูแล ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของธุรกิจที่พัฒนาจากงานวิจัยด้านสุขภาพ

 

ด้านเทคโนโลยีการศึกษา บริษัท อีซี่คิดส์ โรโบติกส์ จำกัด พัฒนา 3 in 1 EASYKIDS ROBOT KIT ชุดหุ่นยนต์สำหรับเรียนรู้ Coding สำหรับเด็กอายุ 6-18 ปี พร้อมบทเรียนออนไลน์หลายภาษา

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 3

 

ผู้ประกอบการระบุว่าปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 70 ล้านบาท และมีการใช้งานในราว 200 โรงเรียน โดยตั้งเป้าขยายไปยังโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ และตลาดผู้ปกครอง ซึ่งเป็นตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีการศึกษาที่พัฒนาขึ้นในประเทศเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์

 

อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านสุขภาพคือ ระบบความเป็นจริงเสมือน หรือ VR สำหรับฝึกทักษะทางสังคมของเด็กในกลุ่มออทิสติก พัฒนาโดยห้างหุ้นส่วนจำกัด เฟรนส์ ดี ดี โดยใช้สถานการณ์จำลองร่วมกับระบบติดตามการมองและการตอบสนองของผู้ใช้งาน

 

ผู้พัฒนาระบุว่ามีเด็กเข้าร่วมการฝึกแล้วมากกว่า 1,400 คน และเริ่มนำระบบไปใช้ในสถานพยาบาลบางแห่ง รวมถึงประยุกต์กับผู้ป่วยกลุ่มอื่น เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดยมีแผนขยายการใช้งานไปยังคลินิก โรงพยาบาล และการใช้งานที่บ้าน

 

นอกจากเทคโนโลยีและสุขภาพ ยังมีโครงการ ‘มรดกอาหารเชียงใหม่ สูตรอาหารที่หายไป’ ซึ่งนำองค์ความรู้ด้านอาหารและพืชพื้นถิ่นมาต่อยอดเป็นธุรกิจ พร้อมเชื่อมกับการสร้างรายได้ในชุมชนและการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ

 

ผู้ประกอบการระบุว่าปัจจุบันมีรายได้ประมาณ 4.67 ล้านบาท และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 14.4 ล้านบาทภายใน 3 ปี

 

การติดตามโครงการครั้งนี้ดำเนินการร่วมกันระหว่างคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุน ววน. และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ซึ่งมี ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง เป็นผู้อำนวยการ โดยเป้าหมายสำคัญคือประเมินว่าเงินทุนที่ถูกส่งลงไปสามารถสร้างผลลัพธ์และผลกระทบได้จริงเพียงใด รวมถึงระบุอุปสรรคที่ทำให้งานวิจัยไม่สามารถขยายผลต่อได้

 

ภาพแสดงนวัตกรรมและผลงานวิจัยจากภาคเหนือที่ถูกนำไปต่อยอดสู่ธุรกิจและบริการจริง 4

 

โจทย์ของระบบวิจัยไทยจึงไม่ได้อยู่เพียงการสร้างโครงการหรือผลิตต้นแบบใหม่ แต่คือการสร้าง เส้นทางต่อเนื่องจากทุนวิจัยไปสู่ตลาดและการใช้งานจริง

 

สำหรับผู้ประกอบการบางราย ช่องว่างดังกล่าวอาจอยู่ที่เงินทุนสำหรับการขยายธุรกิจ ขณะที่บางรายติดเรื่องมาตรฐาน การทดสอบทางคลินิก การเข้าถึงตลาด หรือการเชื่อมต่อกับระบบจัดซื้อและบริการของรัฐ

 

คำถามสำคัญสำหรับกองทุน ววน. ในระยะต่อไปจึงไม่ใช่เพียงว่า ลงทุนไปกี่โครงการ แต่คือ มีนวัตกรรมกี่โครงการที่สามารถเติบโตต่อหลังได้รับทุน สร้างรายได้หรือผลกระทบได้จริง และลดการพึ่งพาการสนับสนุนจากรัฐในระยะยาว

 

หากระบบสามารถเชื่อมเงินทุนวิจัย มหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ นักลงทุน หน่วยงานกำกับดูแล และภาครัฐเข้าด้วยกันได้ งานวิจัยก็มีโอกาสเดินทางไกลกว่าห้องแล็บ และกลายเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ หรือเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจและตอบโจทย์ประชาชนได้จริง

 

[PR NEWS]

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising