×

NOBLE ระวังซื้อที่ดินใหม่เอี่ยว รฟม.-หน่วยงานรัฐ หวั่นซ้ำรอย ‘แอชตัน อโศก’ ยัน 3 คอนโดก่อสร้างและมีทางเข้า-ออกถูกต้องตามกฎหมาย

02.08.2023
  • LOADING...

ผู้บริหารโนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ ออกโรงชี้แจง ยืนยัน 3 โครงการคอนโดมิเนียมได้รับอนุญาตสร้าง และมีทางเข้า-ออกโครงการถูกต้องตามกฎหมาย ระบุบริษัทไม่มีคดีถูกฟ้อง แต่ยอมรับจะระวังซื้อที่ดินมากขึ้น มองปม ‘แอชตัน อโศก’ กระทบตลาดคอนโด 

 

ธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ หรือ NOBLE เปิดเผยว่า ขอชี้แจงข้อเท็จจริงยืนเกี่ยวกับโครงการคอนโดของบริษัท ทั้งโครงการนิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว, โครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และโครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 โดยทั้งหมดได้รับอนุญาตก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมาย และได้ดำเนินการก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง: 


 

สำหรับโครงการนิว โนเบิล รัชดา-ลาดพร้าว ได้ขออนุญาตก่อสร้างโดยใช้ทางเข้า-ออกจากถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นทางเข้า-ออกของอาคารจอดรถแล้วจรของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยที่ดินเดิมของโครงการมีทางเข้า-ออกสู่ถนนสาธารณะ แต่ถูกเวนคืนโดย รฟม. 

 

ซึ่งส่งผลให้ที่ดินที่เป็นที่ตั้งโครงการไม่มีทางเข้า-ออก ดังนั้น รฟม. จึงอนุญาตให้ใช้ทางเข้า-ออกของอาคารจอดรถแล้วจรดังกล่าวเป็นทางเข้า-ออกของโครงการได้ เพื่อคงสิทธิในการใช้ทางเข้า-ออกสู่ถนนสาธารณะที่มีอยู่เดิมโดยชอบก่อนการเวนคืน โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ซึ่งการที่ รฟม. อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้วัตถุประสงค์ของการเวนคืนเดิมเสียไป และ รฟม. ยังคงใช้ที่ดินได้ตามวัตถุประสงค์แห่งการเวนคืนตามปกติ 

 

ขณะที่อาคารจอดรถของ รฟม. ดังกล่าวได้เปิดใช้งานแก่ประชาชนทั่วไปตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน กรณีนี้จึงเห็นได้ชัดว่ารูปแบบการใช้งานเป็นไปตามวัตถุประสงค์เดิมทุกประการ ไม่ได้มีการดัดแปลงรูปแบบการใช้งานที่มีอยู่เดิม ย้ายตำแหน่ง หรือเปลี่ยนแปลงความกว้างของทางเข้า-ออกแต่อย่างใด ทางเข้า-ออกของโครงการจึงเป็นไปตามกฎหมายแล้ว

 

สำหรับโครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ได้ขออนุญาตก่อสร้างโดยใช้ทางเข้า-ออกจากถนนรัชดาภิเษก ซอย 6 โดยที่ดินเดิมของโครงการได้ถูกเวนคืนโดย รฟม. บางส่วน เพื่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย อาคารจอดรถแล้วจร และลานจอดรถเพิ่มเติม ส่งผลให้ที่ดินโครงการไม่มีทางเข้า-ออก ด้วยสาเหตุนี้ รฟม. จึงชอบที่จะอนุญาตให้ใช้ที่ดินบางส่วนเพื่อวัตถุประสงค์ในการผ่านเข้า-ออกของโครงการ เพื่อคงสิทธิในการใช้ทางเข้า-ออกสู่ถนนสาธารณะที่มีอยู่เดิมโดยชอบก่อนการเวนคืน โดยไม่มีเงื่อนระยะเวลา ซึ่งการที่ รฟม. อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ดังกล่าวเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์เดิมทุกประการ ไม่ได้มีการดัดแปลงรูปแบบการใช้งานที่มีอยู่เดิม ย้ายตำแหน่ง หรือเปลี่ยนแปลงความกว้างของทางเข้า-ออกแต่อย่างใด เพราะแต่เดิม รฟม. ก็ใช้ที่ดินดังกล่าวเป็นทางเข้า-ออกของลานจอดรถอยู่แล้ว จึงสามารถกระทำได้ 

 

ทั้งนี้ บริษัทยังได้นำที่ดินอีกส่วนหนึ่งของบริษัทจดทะเบียนเป็นภาระจำยอม เพื่อใช้เป็นทางเข้า-ออกร่วมกันของโครงการโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา และโนเบิล รีวอลฟ์ รัชดา 2 ด้วย ดังนั้นทางเข้า-ออกของโครงการจึงเป็นไปตามกฎหมายแล้ว

 

“เราคิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นประเด็นที่เป็นปัญหา ดังนั้นในการการันตีรับซื้อโครงการคืนคงไม่ใช่เงื่อนไขที่เราจะ Offer ได้ เพราะยังไม่มีคนฟ้อง ดังนั้นเป็นเรื่องที่ไกลมากที่จะไปถึงตรงนั้น สมมติว่าในอนาคตหากโดนตัดสินมาว่าเราแพ้คดีค่อยมาพิจารณาตรงนั้นอีกครั้ง ตอนนี้มีลูกค้า 30 รายติดต่อสอบถามข้อมูลมาที่บริษัท เราก็ชี้แจงไปเหมือนข้อมูลที่ชี้แจงกับสื่อมวลชนในวันนี้”

 

หวั่นปัญหา ‘แอชตัน อโศก’ ถ่วงตลาดคอนโด

 

ส่วนกรณีศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างโครงการแอชตัน อโศกนั้น มีมุมมองว่าในระยะสั้นอาจมีผลกระทบต่อตลาดคอนโดตามแนวรถไฟฟ้าให้ลูกค้าทุกกลุ่มอาจชะลอการตัดสินใจ เพื่อรอดูความชัดเจนของปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งลูกค้าที่ซื้อโครงการคอนโดใหม่จะตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ของโครงการที่สนใจซื้อเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าต่างชาติจะพิจารณาเข้มงวดเพิ่มมากขึ้นในการเข้ามาซื้อสังหาริมทรัพย์ในไทยจากกฎหมายที่มีความไม่แน่นอน

 

ในส่วนของบริษัทจะเน้นให้คำชี้แจง ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการของบริษัท ทำความเข้าใจกับลูกค้า, สถาบันการเงิน, ทริสเรทติ้ง และสื่อมวลชน เพื่ออธิบายทำความเข้าใจว่าประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการแอชตัน อโศก มีรายละเอียดข้อเท็จจริงที่แตกต่างจากโครงการคอนโดของบริษัท ดังนั้นจึงไม่เกิดในประเด็นที่คล้ายกับของโครงการแอชตัน อโศก 

 

NOBLE ระวังซื้อดินที่ใหม่ หวั่นซ้ำรอย ‘แอชตัน อโศก’ 

 

ธงชัยกล่าวต่อว่า ปัจจุบันบริษัทไม่มีที่ดินเปล่าที่จะใช้พัฒนาโครงการใหม่ที่จะต้องอนุญาตใช้ที่เป็นพื้นที่ของ รฟม. ทางเข้า-ออก นอกเหนือจากโครงการคอนโดดังกล่าวจำนวน 3 โครงการข้างต้น ขณะที่แผนการพิจารณาซื้อที่ดินเปล่าในอนาคตเพื่อนำมาใช้พัฒนาโครงการคอนโดใหม่ๆ ของบริษัทในอนาคตจะมีความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะที่ดินที่มีความเกี่ยวข้อง รฟม. หรือหน่วยงานภาครัฐที่มีการเวนคืน ซึ่งจะต้องดูที่มาของที่ดินว่ามีทางออกพร้อมไว้อยู่แล้ว โดยบริษัทไม่ต้องเข้าขอแก้เงื่อนไขเพื่อขอทางเข้า-ออก เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต

 

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 เตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 1.83 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะมีโครงการคอนโดหรูขนาดใหญ่บนถนนวิทยุ ใกล้กับเซ็นทรัล เอ็มบาสซี มูลค่ากว่า 9 พันล้านบาท เป็นโครงการที่บริษัทร่วมทุนกับฮ่องกงแลนด์ ซึ่งเตรียมจะเปิดขายในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 เชื่อว่าจะเป็นโครงการที่ช่วยผลักดันยอดขายในปีนี้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 2.2 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกทำยอดขายแล้วประมาณ 8.4 พันล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้เล็กน้อย

          

สำหรับในด้านของรายได้ของบริษัทในปี 2566 ยังมั่นใจจะทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.2 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปี 2566 หลังจะมีการทยอยรับรู้รายได้จากมูลค่ายอดขายรอโอนรับรู้รายได้ (Backlog) เข้ามาอีก 8 พันล้านบาท จาก Backlog ที่มีอยู่ 1.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งรายได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 จะสูงกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2566 โดยเป็นตามการโอนรับรู้รายได้ที่จะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2566  

          

รวมถึงการเดินหน้าทยอยขายโครงการที่มียูนิตเหลืออย่างต่อเนื่อง รวมถึงในช่วงไตรมาส 3/66 จะเห็นการก้าวกระโดดของผลการดำเนินงานจากการรับรู้รายได้จากการขาย 2 โครงการ ได้แก่ โครงการนิว ดิสทริค อาร์ 9 และโครงการนิว ครอส คูคต สเตชัน ให้กับบมจ.พราว เรียล เอสเตท (PROUD) ซึ่งบริษัทยังเป็น Strategic Partner กับ PROUD ในการร่วมบริหารโครงการ และเข้าไปถือหุ้นใน PROUD สัดส่วน 5-6%

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising