แม้ครั้งหนึ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ จะถูกมองว่าเป็น ‘สมรภูมิอนาคต’ ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก แต่ล่าสุด Nissan ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ตัดสินใจยกเลิกแผนลงทุนมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการผลิตรถยนต์ EV ที่โรงงานเมืองแคนตัน รัฐมิสซิสซิปปี ท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวของดีมานด์รถยนต์ไฟฟ้าในอเมริกา
ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการ EV ที่อ่อนแรงลง การสิ้นสุดมาตรการภาษีจากภาครัฐ รวมถึงแรงกดดันด้านต้นทุน ผลประกอบการ ทำให้ค่ายรถต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์อีกครั้ง
แทนที่จะเดินหน้าเร่งเครื่อง EV โรงงานแห่งนี้จะหันไปผลิตรถยนต์ไฮบริด รถกระบะ และรถเอสยูวีแบบตัวถังแยกส่วน (Body-on-Frame) มากขึ้น พร้อมการคืนชีพของรุ่น Xterra ที่เคยได้รับความนิยมในตลาดอเมริกัน
ความเคลื่อนไหวของ Nissan สะท้อนภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ที่กำลังเริ่ม ‘ถอนคันเร่ง’ จากการผลักดัน EV แบบเต็มสปีด และหันกลับมาเดิมพันกับรถไฮบริดและเครื่องยนต์สันดาปภายใน
นอกจาก Nissan ยังมี Ford GM Honda และแม้แต่ Tesla ซึ่งได้เลื่อน ยกเลิก หรือลดขนาดโครงการรถยนต์ไฟฟ้าลง ด้วยปัจจัย ทั้งความท้าทายด้านราคา และความสนใจของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่รถยนต์ไฮบริด เช่นกัน
แม้ว่าผู้ผลิตรถยนต์จะยังคงมุ่งมั่นในระยะยาวกับรถยนต์ไฟฟ้า แต่กลยุทธ์ในระยะสั้นให้ความสำคัญกับผลกำไรและการปรับตัวให้เข้ากับตลาดมากกว่าการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่รวดเร็ว
ล่าสุด สื่อญี่ปุ่น Nikkei Asia รายงานว่า Nissan Motor เผชิญสัญญาณกดดันรอบใหม่ในธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า โดย JATCO บริษัทลูกของ Nissan ยกเลิกแผนผลิตชุดขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV powertrain ที่เมืองซันเดอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ เนื่องจากความต้องการรถ EV ของ Nissan ในตลาดยุโรปประสบภาวะชะลอตัว
โครงการนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับฐานการผลิต EV ของ Nissan ในอังกฤษ มีกำหนดการแล้วเสร็จปีนี้ โดยเมื่อเดือนมกราคม 2568 JATCO ประกาศแผนลงทุน 48.7 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 65 ล้านดอลลาร์ เพื่อผลิตชุดขับเคลื่อน EV ได้สูงสุด 340,000 ชุดต่อปี สำหรับป้อนให้กับโรงงาน Nissan ในซันเดอร์แลนด์
ชุดขับเคลื่อนดังกล่าวเป็นระบบที่รวมมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และเกียร์ไว้ด้วยกัน ถือเป็นหัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้า เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับกำลังขับเคลื่อน ประสิทธิภาพพลังงาน และต้นทุนการผลิตทั้งสิ้น
แต่แผนดังกล่าวกลับมีอันต้องสะดุด Nissan เผชิญกับยอดขายที่อ่อนแรงในตลาดหลัก ทั้งสหรัฐฯ และจีน แม้ก่อนหน้านี้ Nissan ได้ประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่
โดยจะลดจำนวนโรงงานผลิตรถยนต์ทั่วโลกจาก 17 แห่ง เหลือ 10 แห่ง พร้อมทบทวนโรงงานที่เกี่ยวข้องกับระบบส่งกำลังหรือ powertrain หลายแห่ง
ประเด็นนี้ยิ่งตอกย้ำความท้าทายของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในยุโรป ที่แม้จะยังเป็นตลาดสำคัญของโลก แต่ผู้ผลิตหลายรายต้องเผชิญการแข่งขันรุนแรง ต้นทุนสูง และความต้องการของผู้บริโภคที่ไม่ได้โตเร็วเท่ากับแผนลงทุนเดิม
รายงานข่าวระบุว่า สำหรับเมืองซันเดอร์แลนด์ ถือเป็นฐานผลิตสำคัญของ Nissan มายาวนาน เคยมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการผลิต EV ของบริษัทในยุโรป ฉะนั้น การยกเลิกแผนของ JATCO จึงไม่ใช่เพียงการถอยทัพจากโครงการลงทุน
แต่ยังสะท้อนคำถามใหญ่ต่ออนาคตห่วงโซ่อุปทาน EV ในอังกฤษด้วย สำหรับ Nissan แล้ว นี่อาจเป็นอีกสัญญาณว่าแผนฟื้นธุรกิจ ต้องเดินอย่างระมัดระวังมากขึ้นในทุกภูมิภาค
ทั้งนี้ ขณะนี้ Nissan ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นอย่างเป็นทางการต่อรายงานดังกล่าว และ JATCO ก็ยังไม่มีคำตอบ
อย่างไรก็ตาม แม้ Nissan พับแผนผลิตชิ้นส่วนดังกล่าว ปัจจุบัน Nissan ยังคงเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่น Leaf EV ที่โรงงานซันเดอร์แลนด์ พร้อมวางแผนเริ่มสายการผลิต SUV รุ่นใหม่ของครอสโอเวอร์ อย่าง JUKE สำหรับป้อนตลาดยุโรปตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป
สำหรับยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าของ Nissan ในยุโรปชะลอตัวลงในปีงบประมาณ 2025 โดยยอดขายของ Leaf ซึ่งอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของโมเดล ลดลงถึง 99% จากปีก่อนหน้า เหลือเพียง 87 คัน
ขณะที่ Ariya ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) พลังงานไฟฟ้า 100% อีกรุ่นของบริษัท มียอดขายลดลง 44% เหลือ 11,507 คัน
ข้อมูลจากสมาคมผู้ผลิตรถยนต์ยุโรป ระบุอีกว่า ส่วนแบ่งตลาดของ Nissan ในยุโรปลดลงเหลือ 2.2% ในปี 2025 จากระดับ 3.9% เมื่อราวทศวรรษก่อน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การเร่งปรับโครงสร้างองค์กรภายใต้แผนฟื้นฟู Re:Nissan ที่ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งครอบคลุมการทบทวนกำลังการผลิตทั้งรถยนต์และระบบขับเคลื่อนทั่วโลก รวมถึงโรงงานผลิตเครื่องยนต์และมอเตอร์ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ
แม้ Nissan จะประกาศรายชื่อโรงงานผลิตรถยนต์ 7 แห่งที่เตรียมปิดตัวแล้ว แต่รายละเอียดยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างด้านระบบขับเคลื่อนยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด
โดยบริษัทตั้งเป้ากำหนดมาตรการที่ชัดเจนภายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 พร้อมระบุว่า “การกำหนดกลยุทธ์ระบบขับเคลื่อนระยะยาว จำเป็นต้องใช้เวลาอีกหลายปี และยังไม่มีแผนรูปธรรมที่จะเปิดเผยในขณะนี้”
ในญี่ปุ่น Nissan มีฐานการผลิตระบบขับเคลื่อนหลักอยู่ที่โรงงานโยโกฮาม่าและอิวากิ รวมถึงบริษัทย่อยอีกหลายแห่ง
โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน มีพนักงานราว 3,000 คนที่โรงงานโยโกฮาม่า และประมาณ 800 คนที่โรงงานอิวากิ
ดังนั้น การปรับโครงสร้างเพิ่มเติมในสายการผลิตชิ้นส่วน EV อาจส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในอนาคตด้วย
ภาพ: David MG/ ShutterStock
อ้างอิง:
- https://asia.nikkei.com/business/automobiles/electric-vehicles/nissan-pulls-plug-on-uk-e-axle-project-amid-ev-slowdown-in-europe
- https://www.reuters.com/business/autos-transportation/nissan-unit-scraps-plan-make-ev-powertrains-uk-nikkei-says-2026-05-24/
- https://www.msn.com/en-us/news/insight/nissan-scraps-500m-u-s-ev-plan-shifts-canton-to-hybrids/gm-GM41A65F30?gemSnapshotKey=GM41A65F30-snapshot-1

