วานนี้ (27 มีนาคม) ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) แถลงข่าวถึงความพร้อมในการให้บริการการแพทย์ฉุกเฉิน ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางการขนส่งและราคาน้ำมันทั่วโลก
ดร.พิเชษฐ์ เปิดเผยว่า ความกังวลต่อสถานการณ์พลังงานทำให้ประชาชนตื่นตระหนกและมีความต้องการใช้น้ำมันสูงกว่าปกติ ส่งผลให้สถานีบริการบางแห่งเกิดภาวะน้ำมันขาดแคลนชั่วคราว ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการของรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในบางพื้นที่
อย่างไรก็ตาม จากการบูรณาการความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด และพลังงานจังหวัด ทำให้สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ได้ทันท่วงที โดยยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่พบผลกระทบที่นำไปสู่ความสูญเสียชีวิตของประชาชน และกลุ่มเปราะบางยังคงได้รับการช่วยเหลือตามปกติ
ปัจจุบัน สพฉ. กำกับดูแลศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 จำนวน 80 ศูนย์ และหน่วยปฏิบัติการฯ อีก 5,797 แห่งทั่วประเทศ โดยมีรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินในระบบรวมทั้งสิ้น 24,793 คัน (แบ่งเป็นรถภาครัฐ 14,100 คัน และเอกชน 10,693 คัน)
จากการประเมินพบว่า รถฉุกเฉินแต่ละคันมีความต้องการใช้น้ำมันเฉลี่ย 5 ลิตรต่อวัน ส่งผลให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินมีความต้องการใช้น้ำมันรวมทั้งสิ้นประมาณ 123,965 ลิตรต่อวัน เพื่อให้สามารถออกช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง
เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วย สพฉ. ได้ดำเนินมาตรการสำคัญ 4 ด้าน
- ขอความร่วมมือสถานีบริการน้ำมัน: ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อและเครือข่าย ขอให้ปั๊มน้ำมันช่วยสำรองน้ำมันและแยกหัวจ่ายพิเศษสำหรับรถฉุกเฉิน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีในหลายพื้นที่
- เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง: ติดตามและประเมินสถานการณ์ผ่านศูนย์สั่งการ 1669 ทั้ง 80 แห่งทั่วประเทศ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลรายวันและจัดระดับความรุนแรง (ระดับ 0–4)
- ประสานกระทรวงพลังงาน: ร่วมมือกับกรมธุรกิจพลังงาน ซึ่งได้ออกประกาศขอความร่วมมือสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ ไม่ให้ปฏิเสธการเติมน้ำมันแก่รถกู้ชีพเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
- บูรณาการระดับพื้นที่: ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมน้ำมันสำรองฉุกเฉินเพื่อรองรับสถานการณ์เร่งด่วนในทุกเขตพื้นที่
เลขาธิการ สพฉ. ระบุเพิ่มเติมว่า แม้สถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันจะเริ่มคลี่คลาย แต่ความท้าทายเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังคงอยู่ สพฉ. จึงได้ประสานบริษัทผู้ค้าน้ำมันทุกแห่งให้ช่วยสนับสนุนการสำรองน้ำมัน และให้สิทธิรถฉุกเฉินในการเติมน้ำมันเป็นลำดับแรก
พร้อมกันนี้ ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินทั้งภาครัฐและเอกชนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี โดย สพฉ. ยืนยันความพร้อมสูงสุดในการดูแลทุกชีวิต เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าทุกเหตุฉุกเฉินในช่วงวิกฤตนี้และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง จะได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและปลอดภัยตามมาตรฐาน


