วันนี้ (14 ตุลาคม) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดกิจกรรม ‘สปสช. พบสื่อมวลชน ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ ‘การบริหารจัดการงบกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2570’ เพื่อชี้แจงทิศทางบริหารงบประมาณวงเงินรวม 289,113.05 ล้านบาท (รวมค่าแรงหน่วยบริการรัฐ 74,968.64 ล้านบาท) ครอบคลุมประชากรสิทธิบัตรทองราว 47.17 ล้านคน คิดเป็นอัตราเหมาจ่ายรายหัว 4,669.44 บาทต่อคน
นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ระบุว่า ทิศทางปี 2570 มุ่งเน้นการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ภายใต้หลัก Value for Money ได้แก่ ความประหยัด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความเสมอภาค พร้อมยกระดับการกำกับตรวจสอบด้วยกลไก 3 Lines of Defense ให้โปร่งใส โดยบอร์ด สปสช. ซึ่งมี พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน ได้เห็นชอบแนวทางบริหารงบบริการผู้ป่วยใน เป้าหมาย 10.5 ล้าน Sum AdjRW อัตรา 10,000 บาท/AdjRW เพื่อให้สะท้อนต้นทุนจริงในพื้นที่ และใช้ข้อมูลผลงานในอดีตมาตั้งเป้าหมายระดับเขตและจังหวัด ลดความซ้ำซ้อนและการส่งต่อออกนอกพื้นที่โดยไม่จำเป็น
“หัวใจสำคัญคือ เงินกองทุนต้องไปสนับสนุนการจัดบริการที่จำเป็นอย่างเหมาะสม หน่วยบริการสามารถดูแลประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ให้ข้อจำกัดด้านงบประมาณกระทบต่อการเข้าถึงบริการที่จำเป็นของประชาชน การบริหารปี 2570 จึงต้องมองทั้งเรื่องประสิทธิภาพกองทุน ความพร้อมของระบบบริการ และการเข้าถึงบริการของประชาชนไปพร้อมกัน” นพ.จเด็จกล่าว
ด้าน ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารงบครอบคลุมทั้งบริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) วงเงิน 30,113.958 ล้านบาท สำหรับคนไทยทุกคน รวมถึงบริการกรณีเฉพาะ หากบริหารงบผู้ป่วยในอย่างมีประสิทธิภาพแล้วมีเงินเหลือจะพิจารณาจัดสรรให้หน่วยบริการสังกัดกระทรวงสาธารณสุขตามข้อตกลงร่วมกัน นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมสภาพคล่องโรงพยาบาล โดยเตรียมนำร่องจ่ายเงินล่วงหน้าใน 2 เขต และโอนงบผู้ป่วยนอกกับงบ PP ล่วงหน้า 25% ให้หน่วยบริการกลุ่มที่กำหนด
พร้อมกันนี้ ได้เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบก่อน-หลังจ่าย เชื่อมโยงข้อมูลเบิกจ่าย และนำ AI Audit มาใช้ควบคุมงบควบคู่กับติดตามคุณภาพ เพื่อป้องกันปัญหาประชาชนถูกปฏิเสธหรือชะลอการรักษา สำหรับรายการสิทธิประโยชน์และบริการใหม่ปี 2570 ได้จัดเตรียมงบไว้ราว 1,348.97 ล้านบาท เช่น วัคซีน PCV ในเด็กเล็ก หัตถการใส่ลิ้นหัวใจเอออร์ติกผ่านสายสวน (TAVI) เทคโนโลยี MR Linac, 3D Printing การปลูกถ่ายตับกรณีตับวายเฉียบพลัน การปลูกถ่ายปอดและปอด–หัวใจ และการจัดการวัณโรคเชิงรุก
“การบริหารกองทุนปี 2570 จึงไม่ใช่เพียงการกำหนดวงเงินหรืออัตราจ่าย แต่เป็นการวางระบบตั้งแต่การจัดสรร การจ่าย การกำกับติดตาม และการตรวจสอบ ควบคู่กับการสนับสนุนหน่วยบริการ การลงทุนด้านการป้องกันโรค และการพัฒนาสิทธิประโยชน์ เพื่อให้เงินกองทุนทุกส่วนเชื่อมไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่จำเป็นอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง” ทพ.อรรถพร กล่าว


