×

ประชาชนคิดอย่างไร เมื่อบัตรทอง 30 บาทอาจเปลี่ยนไป

08.06.2017

     โครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ ‘บัตรทอง’ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อพ.ศ. 2545 กลับมาเป็นประเด็นให้ถกเถียงในวงกว้างอีกครั้ง หลังเกิดกระแสว่ามีความพยายามที่จะแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับเครือข่ายภาคประชาชน เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง หรืออาจถึงขั้นยกเลิกสิทธิประโยชน์ที่เคยมี

     ขณะที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยยืนยันว่า การยกเลิกระบบบัตรทองเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้   

     THE STANDARD ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นประชาชนที่ใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรค โดยหวังว่าเสียงของพวกเขาจะสะท้อนให้เห็นความจริงและความรู้สึกจากการตัดสินใจของรัฐบาลที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

 

พิพัฒพร บางกรวย

อาชีพ: มอเตอร์ไซค์รับจ้าง

     “ผมเคยใช้บริการ 30 บาทที่ขึ้นกับโรงพยาบาลเอกชน ตอนนั้นผมป่วยเป็นโรคปอดติดเชื้อ รักษาอยู่ในห้องไอซียูเกือบเดือน ไม่ต้องเสียสักบาท ถ้าไม่มีก็คงต้องจ่ายเป็นแสน เพราะออกจากไอซียูมาก็รักษาตัวอีก 2 อาทิตย์ ถ้าจะมีการปรับให้ต้องจ่ายมากขึ้นสัก 10 บาท 20 บาทก็คงไม่เป็นไร แต่ให้จ่ายมากกว่านั้นก็คงต้องตามเวรตามกรรม

     “ทุกวันนี้ผมป่วยเป็นความดัน ป่วยมา 4-5 ปีแล้ว ต้องไปรับยาทุก 2 เดือน แต่โชคดีที่ไม่ต้องจ่ายค่ายา”

 

 

ไพบูลย์ บัวบุนนาค

อาชีพ: ขายผลไม้

     “ตอนนี้ผมป่วยเป็นตับอักเสบ มันต้องรักษาตลอด ถ้ารักษาในโรงพยาบาลที่เสียสตางค์ก็ต้องจ่ายเยอะ หมอก็บอกว่าไปรักษากับ 30 บาทเถอะ ใช้สิทธิ 30 บาท ไม่ต้องมาเสียเงินเสียทองมาก วอนขอว่าอย่ายกเลิก คนจนมันมาก คนรวยมันน้อย จ่ายส่วนต่างไม่ไหว”

 

 

ศรีเพ็ญ บุญรักษ์ (เธอเรียกตัวเองว่า ‘ป้าเพ็ญ มาลัยทอง’)

อาชีพ: ขายพวงมาลัย

     “ป้าเป็นความดันอย่างเดียว เบาหวาน หัวใจ รักษาแล้ว ไปโรงพยาบาลไม่ค่อยบ่อยมาก กินยาก็ค่อยยังชั่วขึ้น 30 บาทช่วยส่วนรวมได้ทุกคน บางคนก็มีจ่าย บางคนก็ไม่มีจ่าย ต้องเข้าใจนะ ถ้ายกเลิกไป คนจนจะทำยังไงกัน ถ้าให้จ่ายตามสัดส่วนรายได้ก็พอรับได้ ต้องดูว่าเขามีหรือไม่มี ถ้าไม่พัฒนาคนจนขึ้นมา เสร็จเลยนะ ทุกวันนี้มีตึกอยู่เพราะใคร”

 

 

ป้าหง่าว (ป่วยเป็นโรคมะเร็ง)

อาชีพ: แม่บ้าน

     “ถ้าเกิดเราไม่มีบัตรทอง 30 บาท มาโรงพยาบาลครั้งหนึ่ง เสียค่าใช้จ่ายส่วนตัวมันก็เยอะ แล้วถ้ามาเสียค่าโรงพยาบาล ค่ายา ค่าหมอ มันก็จะเยอะขึ้น ถ้าจะต้องจ่ายเองนี่เยอะมาก ให้ทำคีโม 12 ครั้ง ครั้งละประมาณ 19,000 บาท แต่นี่ไม่ต้องจ่าย จ่ายแต่ค่าเตียงพิเศษที่เราจอง หมอพูดจาดี สุภาพ พยาบาลก็ดีหมด ถึงเราจะไม่ได้เป็นโรคเรื้อรัง มันก็ทุ่นค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ”

 

 

พี่ไพโรจน์

อาชีพ: ไม่ระบุ

     “เกือบทุกคนในบ้านก็ใช้สิทธิ 30 บาท ดี มันไม่เสียสตางค์ หรือเสียน้อย ถ้าไม่มี 30 บาท ก็ไม่มีเงินสำรองที่จะมาจ่าย อย่างผมพาป้าไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เขาก็เหมือนเลี้ยงไข้ หมดค่ารักษาไปเยอะ จนมีหมอมากระซิบว่าให้ย้ายไปรักษาแล้วใช้สิทธิ 30 บาท ตอนนี้ก็เลย ‘เบา’ ลงเยอะ”

 

 

จิรารักษณ์​ ฉ่ำวารี

อาชีพ: ค้าขาย

     “พี่เข้าโรงพยาบาลบ่อย เพราะมีโรคประจำตัว พี่เป็นไวรัสตับอักเสบบี ต้องกินยาต้านไวรัสด้วย 3 ปี ถ้าไม่มีตรงนี้ก็ต้องจ่ายเป็นแสน เดี๋ยวนี้คนมีเงินยังเปลี่ยนมาใช้ 30 บาทเลยนะ เพราะว่าค่ารักษามันสูง แต่ค่าครองชีพต่ำ รายได้ที่จะเข้ามามันน้อยกว่ารายจ่ายที่เราต้องจ่ายออกไป”

 

 

สายัณห์ จันทเริง

อาชีพ: ขับรถตุ๊กตุ๊ก

     “บัตร 30 บาท คนบ้านนอก ไม่มีรายได้แบบพวกผมถือว่าใช้ได้ ถ้าให้จ่ายเพิ่มก็ไม่มีเงินหรอก ไปโรงพยาบาลไม่บ่อย เพราะไม่ค่อยป่วย แต่ไปอนามัยแล้วยื่นบัตรใบนี้เขาก็จัดยาให้ อย่างพี่ชายผมเข้าห้องฉุกเฉินผ่าตัดนิ่วก็ยื่นบัตรนี้ ไม่ต้องจ่าย”

 

 

สมร ชมชื่น

อาชีพ: ขายมะม่วง

     “พ่อค้าแม่ค้าบางคนไม่มีบัตรรับรองสิทธิทุกอย่าง มีบัตร 30 บาทก็ดี คนในครอบครัวก็ใช้หมด ยิ่งชาวนาชาวไร่ ไม่มีบัตรอย่างอื่น ใช้ตรงนี้มันก็ยังโอเคอยู่นะ”

 

 

บัณฑิต สีลางาม

อาชีพ: ขายน้ำผลไม้

     “ปีหนึ่งเข้าโรงพยาบาลประมาณ 2 ครั้ง ครอบครัวและญาติพี่น้องใช้ 30 บาทหมด ถ้ารัฐให้ออกค่าใช้จ่ายเพิ่มก็คงเหมือนย้อนไปอดีตกาล ป่วยทั้งทีต้องขายไร่ขายนา ไม่มีสตางค์ไปใช้เอกชน รายได้มันน้อย”

 

     ติดตามประเด็น พ.ร.บ. บัตรทองเพิ่มเติมได้ที่ เมื่อ พ.ร.บ. บัตรทองกำลังจะเปลี่ยนไป ใครได้ ใครเสีย และทำไมจึงต้องคัดค้าน


READ MORE






Latest Stories