วันนี้ (2 ตุลาคม) ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เข้ายื่นหนังสือถึง โกวิท ศรีไพโรจน์ อัยการสูงสุด เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยนักโทษการเมืองตาม พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมี ประยุทธ เพชรคุณ อธิบดีอัยการภาค 4 ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และ สุรเชษฐ์ งามวงศ์ อธิบดีอัยการคดีพิเศษ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้แทนรับหนังสือ
ณัฐวุฒิ เปิดเผยว่า ได้ขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว โดยให้พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องในความผิดท้าย พ.ร.บ. ซึ่งประเมินว่ามีผู้ต้องหาหรือจำเลยจาก 3 กลุ่มม็อบหลัก ได้แก่ นปช., กปปส. และพันธมิตร รวมถึงกลุ่มราษฎร รวมแล้วไม่น้อยกว่า 6,000 คน
แม้ที่ผ่านมา ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะส่งแนวทางปฏิบัติให้ศาลทั่วประเทศใช้ดุลยพินิจยุติคดีและปล่อยตัวจำเลยได้ทันที แต่กลับพบว่าพนักงานอัยการยังคงยื่นคำร้องคัดค้าน จึงต้องมายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดเพื่อไม่ให้เกิดการติดขัด ทั้งนี้ ความผิดที่เกี่ยวกับมูลเหตุทางการเมือง แม้มีข้อหาอื่นที่ไม่เป็นข้อยกเว้นก็จะได้อานิสงส์ไปด้วย โดยยืนยันจะยื่นเรื่องให้ครบทุกคน ส่วนการชุมนุมหลังจากนี้ถือเป็นสิทธิเสรีภาพที่ไม่ไม่อาจก้าวล่วง
ด้าน ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมเหตุการณ์ทางการเมืองปี 2548 ถึง 2568 ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ยกเว้นคดีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, คดีทุจริต, คดีส่วนตัว และการชุมนุมที่ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส ทั้งนี้ อัยการสูงสุดได้ประชุมและสั่งการให้สำนักงานวิชาการซักซ้อมแนวทางเวียนให้อัยการทั่วประเทศทราบ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับประโยชน์เท่าเทียมกันและบังคับใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองฯ
สำหรับกรณีที่มีข้อหา มาตรา 112 พร้อมข้อหาอื่น การนิรโทษกรรมจะมีผลเฉพาะข้อหาที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น ส่วนคดีปิดสนามบินหรือความเสียหายต่อหน่วยงานของรัฐ ได้รับอานิสงส์นิรโทษกรรมทางแพ่งไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ยกเว้นกรณีที่ชดใช้ไปแล้วรัฐจะไม่คืนเงิน สำหรับคดี กปปส. ที่อยู่ระหว่างชั้นฎีกา อัยการเจ้าของสำนวนจะพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายเรื่องเพื่อดำเนินการตามข้อสั่งการของอัยการสูงสุดต่อไป
ขณะที่ สุรเชษฐ์ งามวงศ์ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวเสริมว่า กฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมทั้งชั้นสอบสวน อัยการ และศาล ซึ่งอัยการมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางของกฎหมายเพื่อให้ทุกคนได้รับผลตามกฎหมายอย่างถูกต้อง


