หัวหน้าพรรคประชาชนประกาศทิศทางในการขับเคลื่อนพรรคต่อจากนี้ ในวันสุดท้ายของการประชุมใหญ่สามัญของพรรคประชาชน หลังได้รับฟังความคิดเห็นของ สส. และสมาชิกพรรคตลอด 3 วัน เพื่อตกผลึกออกมาเป็นทิศทางการทำงานของปี 2569
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุในวันนี้ (26 เมษายน) ว่า ที่ผ่านมาเราถูกบีบให้เลือกทางใดทางหนึ่ง สังคมตั้งคำถามกับเราว่า เราจะเป็นพรรคที่เลือกกระแส หรือเป็นพรรคที่ดนเนทำงานในพื้นที่เหมือนที่พรรคการเมืองอื่นๆ เคยทำมา สมาชิกพรรคได้ตกผลึกแล้วว่า การสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเลือกทางรายการอย่างได้เราจำเป็นต้องทำทั้ง 2 อย่างให้ดีที่สุดไปพร้อมๆ กัน
“การทำงานทางความคิดต้องเริ่มอย่างเข้มข้นตั้งแต่ภายในพรรค เราจะไปทำงานความคิดกับประชาชนได้อย่างไร หากภายในพรรคเรายังมีชุดอุดมการณ์ความเชื่อที่ไม่ตรงกัน ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญ และขอให้คำมั่นกับทุกคนว่า ต่อไปเราจะเน้นการทำงานตามความคิดที่เข้มข้น ทั้งภายในและภายนอกพรรคอย่างต่อเนื่อง” ณัฐพงษ์ประกาศ
อย่างไรก็ตาม การทำงานทางความคิดเพียงอย่างเดียวย่อมไม่สามารถที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงได้ ต้องทำงานในพื้นที่ด้วยอย่างเข้มข้นด้วย และจะมีการจัดตั้งแกนนำในชุมชนต่างๆ เพื่อปลูกฝังเมล็ดพันธุ์ทางความคิดให้กับประชาชนและคนรุ่นหลัง
“การทำงานพื้นที่ของเราจะไม่มีวันไปทำงานประเภทแจกของหรือสร้างบุญคุณตามตอบแทนกับประชาชน ประชาชนไม่จำเป็นต้องมาติดหนี้พวกเราในฐานะนักการเมือง เราต้องรับใช้พวกเขา มีข้อเสนอจากเพื่อน สส. ว่าการทำงานจัดตั้งมวลชนของพวกเราคือการชวนให้เขามาเป็นเจ้าของประเด็น ร่วมแก้ไขปัญหาในพื้นที่ไปพร้อมกับเรา” หัวหน้าพรรคประชาชนย้ำ
จากนั้น ณัฐพงษ์ได้เสนอรายชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ได้แก่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค แทน ศรายุทธิ์ ใจหลัก ซึ่งได้ลาออก
นอกจากนี้ ยังเสนอชื่อ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา อดีต สส.นครปฐม พรรคก้าวไกล มาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการบริหารพรรคแทนพิจารณ์ ส่วนณัฐพงษ์ เองยังคงดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค รวมถึงตำแหน่งอื่นๆ ยังคงเดิม
ณัฐพงษ์ทิ้งท้ายด้วยคำพูดของ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค ตลอดช่วง 2 วันที่ได้สื่อสารกับสมาชิกพรรคประชาชนว่า กรรมการบริหารพรรคทุกคนพร้อมทำงานอย่างเต็มที่รับใช้สมาชิกพรรคและคนไทยทุกคน ปัจจุบันเราอยู่ในยุคโซเชียลมีเดียที่ปัจเจกบุคคลลุกมาเด่นดังได้ ในขณะเดียวกันเรามีสงครามเฟคนิวส์ที่ปล่อยข่าวโจมตีพวกเราเป็นรายวัน
“ขบวนการสายก้าวหน้าจะขับเคลื่อนอย่างมีพลัง และเดินหน้าได้แท้จริง เราต้องรักษาขบวนการเป็นหลัก และสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือปัจเจกกำลังโด่งดัง แต่ขบวนการกำลังพังทลาย ซึ่งไม่เชื่อว่าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นกับพรรคประชาชน ถ้าพวกเรารักษาสปิริต ข้อบังคับพรรค วินัยพรรค และการครองตนที่ดี” ณัฐพงษ์ทิ้งท้าย


















