“อยู่มาวันหนึ่ง เราพาน้องหมาไปเดินเล่น…แล้วเขาเดินไปหยุดพักใต้ต้นจามจุรี เราเห็นภาพนี้แล้วก็ปิ๊งขึ้นมา ถ้าหมาเราตาย เขาไม่ได้ตายไปจากโลกนี้ แค่เปลี่ยนธาตุส่งต่อให้ต้นกล้าเล็กๆ เติบใหญ่ ช่วยฟอกออกซิเจน แล้วส่งให้เราหายใจอีกทีหนึ่ง”
– มล – ดร.จิราวรรณ คำซาว, Mycelium Coffin
หนึ่งในคำถามที่คนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนลูกมักเผชิญในวงสนทนา คือ “ถ้าวันหนึ่งเขาต้องจากไป เราควรทำอย่างไร” จะฝังไว้เหมือนในอดีต จะฌาปนกิจในวัด หรือมีวิธีอื่นที่อ่อนโยนกว่านั้นไหม? ซึ่งหนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจ และเป็นมิตรต่อโลก คือ ‘Mycelium Coffin’ โลงศพทำจากเห็ด ที่ช่วยย่อยสลายร่างของเจ้าขนปุยให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ เปลี่ยนการจากลาให้กลายเป็นปุ๋ยสำหรับต้นไม้ ให้ความรักไม่สิ้นสุดลงพร้อมการสูญเสีย แต่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นชีวิตใหม่ในระบบนิเวศ และเป็นพื้นที่ทางใจ ให้คนที่ยังอยู่ได้กลับไปคิดถึงกันอีกครั้ง
ในตอนใหม่ล่าสุดของ Eco-Curious เราชวนคุณมาพูดคุยกับ ‘มล–จิราวรรณ คำซาว’ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและนักวิจัยผู้อยู่เบื้องหลัง Mycelium Coffin โรงศพสำหรับสัตว์เลี้ยงที่ทำจากเห็ด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของไอเดีย เหตุผลที่เป็นมิตรต่อโลก ไปจนถึงชวนมอง ‘ความรักต่อสัตว์เลี้ยง’ ในมุมใหม่ ว่าต่อให้เป็นวาระสุดท้าย เราก็ยังสามารถเลือกสิ่งที่อ่อนโยนได้ทั้งกับเขา และกับโลกใบนี้
ดูรายการเต็มได้ที่: https://www.instagram.com/p/DUCvLwCkuxP


What is Mycelium Coffin?
Mycelium Coffin คือโลงศพที่ทำจากไมซีเลียม หรือรากเห็ด ซึ่งเป็นวัสดุธรรมชาติที่สามารถย่อยสลายได้เองตามวงจรของธรรมชาติ โลงศพชนิดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับร่างของสัตว์เลี้ยงในวาระสุดท้าย และช่วยเร่งกระบวนการย่อยสลายให้ร่างกายกลับคืนสู่ผืนดินอย่างอ่อนโยน แตกต่างจากโลงหรือวัสดุแบบเดิมที่อาจทิ้งร่องรอยสารเคมีหรือขยะไว้ในสิ่งแวดล้อม
“จุดเริ่มต้นมาจากภาคการเกษตรก่อน มันคือ waste ทางการเกษตร เราเป็นคนอำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ค่ะ บ้านอยู่ติดป่า ติดเขา แล้วก็อยู่กับการเกษตร เราเห็นซังข้าวโพดมหึมาเยอะมาก ถ้าฝนไม่ตก ความชื้นไม่พอก็ไม่เน่า วิธีการกำจัดส่วนใหญ่คือการเผา เราก็เลยคิดว่าเอาตรงนี้มาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
“อยู่มาวันหนึ่ง เราพาน้องหมาไปเดินเล่น…แล้วเขาก็เดินไปหยุดพักใต้ต้นจามจุรี เราเห็นภาพนี้แล้วก็ปิ๊งแวบขึ้นมา ถ้าหมาเราตาย เขาไม่ได้ตายไปจากโลกนี้ แค่เปลี่ยนธาตุส่งต่อให้ต้นกล้าเล็กๆ เติบใหญ่ ช่วยฟอกออกซิเจน แล้วส่งให้เราหายใจอีกทีหนึ่ง
“เราก็เลยเริ่มทดลอง เราซังข้าวโพด ขี้เลื่อย และเห็ดมาขึ้นรูป Mycelium เกิดจากวัสดุที่ต้องเกาะ เชื้อเห็ดที่เราใส่เข้าไปเปรียบเสมือนกาวในการสานวัสดุเหล่านี้ให้แน่น แข็งแรง คงรูป ให้อยู่ในฟอร์มแม่พิมพ์ที่เราให้มันอยู่”
เมื่อไมซีเลียมทำงานร่วมกับจุลินทรีย์ในดิน ร่างของเจ้าขนปุยจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นสารอาหารสำหรับต้นไม้และระบบนิเวศรอบข้าง ทำให้การจากลาไม่ใช่จุดจบ หากเป็นการเริ่มต้นของชีวิตใหม่ในรูปแบบอื่น Mycelium Coffin จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ทางใจสำหรับผู้ที่ยังอยู่ ให้ความรัก ความทรงจำ และสายใยระหว่างกัน ได้ดำรงอยู่ต่อไปผ่านธรรมชาติอย่างสงบและงดงาม
ปัจจุบัน Mycelium Coffin มีไซซ์มาตรฐานสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กถึงกลาง น้ำหนักประมาณ 3–5 กิโลกรัม เช่น แมวหรือสุนัขพันธุ์เล็ก ซึ่งเป็นขนาดที่มีการใช้งานจริงและพร้อมจำหน่าย ขณะเดียวกัน ตัวผลิตภัณฑ์ถูกออกแบบให้สามารถปรับขนาดได้ตามแม่พิมพ์ จึงสามารถพัฒนาเป็นไซซ์อื่นๆ เพื่อรองรับสัตว์เลี้ยงขนาดต่างกันได้ในอนาคต ทั้งนี้ การกำหนดขนาดยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาและทดสอบด้านการผลิต ความแข็งแรง และกระบวนการย่อยสลาย เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงและรักษาสมดุลระหว่างโครงสร้างของโลงกับการทำงานของเส้นใยเห็ดในระยะยาว


How sustainable is it?
ความยั่งยืนของ Mycelium Coffin ไม่ได้เริ่มต้นจากคำว่า ‘รักษ์โลก’ หากเริ่มจากการตั้งคำถามกับทรัพยากรที่ถูกมองว่าไร้ค่า ตั้งแต่วัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรอย่างซังข้าวโพด ก้อนเห็ดเก่าหรือขี้เลื่อย ที่มักจบลงด้วยการเผาและสร้างมลพิษ กลับถูกนำมาใช้เป็นวัสดุเพาะเลี้ยงเส้นใยเห็ด ซึ่งทำหน้าที่เหมือน ‘กาวธรรมชาติ’ สานวัสดุทั้งหมดให้ขึ้นรูปโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมีอันตรายแบบอุตสาหกรรมไม้หรือโฟมทั่วไป วงจรนี้ไม่เพียงลดขยะ แต่ยังเพิ่มมูลค่าให้ของที่เคยถูกทิ้ง และช่วยลดแรงกดดันต่อป่าและพื้นที่ต้นน้ำอย่างเป็นรูปธรรม
ในระดับของระบบนิเวศ Mycelium Coffin สอดคล้องกับบทบาทดั้งเดิมของเห็ดในธรรมชาติ นั่นคือการเป็น ‘ผู้ย่อยสลาย’ ที่ช่วยรีไซเคิลธาตุอาหารกลับคืนสู่ดิน เมื่อฝังลงใต้ดิน เส้นใยเห็ดจะค่อยๆ ดูดซับของเหลวจากซากสัตว์ ย่อยโปรตีนและสารอินทรีย์ให้แตกตัวเป็นสารอาหารที่พืชสามารถนำไปใช้ได้อีกครั้ง กระบวนการนี้ช่วยลดปัญหาดินเค็มหรือการปนเปื้อนในพื้นที่ฝัง และเปลี่ยนพื้นที่แห่งการสูญเสียให้กลายเป็นแหล่งกำเนิดชีวิตใหม่ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ดอกไม้ หรือพืชผลที่เจ้าของเลือกปลูกไว้แทนความทรงจำ


แต่ความยั่งยืนของ Mycelium Coffin ไม่ได้หยุดอยู่แค่สิ่งแวดล้อม หากยังครอบคลุมถึงมิติทางสังคมและจิตใจของผู้คนด้วย การออกแบบ ‘บ้านหลังสุดท้าย’ ของสัตว์เลี้ยงให้มีพิธีกรรมที่อ่อนโยน ช่วยเยียวยาความรู้สึกของเจ้าของ และเปิดพื้นที่ให้การจากลาไม่ใช่การตัดขาด หากเป็นการเปลี่ยนรูปแบบของการอยู่ร่วมกันในอีกสถานะหนึ่ง เมื่อความรักยังสามารถส่งต่อเป็นต้นไม้ เป็นดิน และเป็นชีวิตใหม่ในระบบนิเวศได้ ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของทรัพยากร แต่คือการทำให้ความหมายของการมีชีวิต และการจากไป ดำรงอยู่ต่ออย่างไม่สูญเปล่า
ใครสนใจอยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของ ‘Mycelium Coffin’ หรือดูรายละเอียดอื่นๆ เชิญได้ที่ www.instagram.com/myceliumcoffin.tinniyom
ภาพ: ปวรุตม์ งามเอกอุดมพงศ์


