วันนี้ (2 ตุลาคม) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดย การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย จัดกิจกรรม ‘รวมพลังช่างไทย ฟื้นบ้าน ฟื้นเมือง หลังน้ำท่วมกรุงเทพฯ’ ที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) สำนักงานใหญ่ เขตบางกะปิ เพื่อแถลงแนวทางและแผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยมี นิกร โสมกลาง รัฐมนตรี พม. นำการบูรณาการความร่วมมือ พร้อมมอบนโยบายร่วมกับ ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ, เทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสมาคมวิชาชีพช่าง พร้อมอบรมแนวทางการปฏิบัติงานแก่ผู้แทนหน่วยงานและผู้รับผิดชอบโครงการก่อนลงพื้นที่ชุมชนการเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น
นิกรกล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน 2569 ส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ทำให้บ้านเรือน ที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และระบบสาธารณูปโภคได้รับความเสียหายในวงกว้าง โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนการเคหะร่มเกล้าและเคหะคลองจั่น ซึ่งมีประชาชนและครัวเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบ
กระทรวง พม. มีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง จึงกำชับให้ กคช. เร่งช่วยเหลือและประสานภาคีเครือข่ายวิศวกรรมร่วมตรวจสอบและฟื้นฟูที่อยู่อาศัย
นิกรกล่าวว่า การฟื้นฟูหลังน้ำลดต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก การกลับเข้าพักอาศัยในบ้านหรืออาคารที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบทั้งระบบไฟฟ้า ระบบประปา โครงสร้างอาคาร และอุปกรณ์ต่างๆ อย่างรอบคอบ จึงมอบหมายให้ กคช. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการภาคีเชี่ยวชาญเพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้เร็วที่สุด ความร่วมมือครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากจิตอาสากว่า 350 คน เพื่อตรวจสอบและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและระบบสาธารณูปโภค
นิกรกล่าวเพิ่มเติมว่า การรวมพลังของจิตอาสาและหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญกว่า 350 คนในครั้งนี้ เป็นการนำศักยภาพของแต่ละภาคส่วนมาทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายและช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มเปราะบางที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ นอกจากนี้ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานยังได้ลงพื้นที่ให้บริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ พัดลม และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสียหายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
สำหรับแผนการดำเนินงาน กคช. และภาคีเครือข่ายจะระดมทีมวิศวกรและช่างอาสาลงพื้นที่เคหะคลองจั่น ระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคม 2569 และชุมชนการเคหะร่มเกล้า ระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคม 2569 พร้อมสรุปผลการดำเนินงานต่อไป
ทั้งนี้ นิกรกล่าวว่า ตนได้กำชับให้การเคหะแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่พบจากการลงพื้นที่ โดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ รวมถึงประสานการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในกรณีที่พบครัวเรือนหรือกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม เพื่อให้การฟื้นฟูครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการซ่อมแซมบ้านและระบบสาธารณูปโภคเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยโดยเร็ว
ด้าน ทวีพงษ์กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติพร้อมขับเคลื่อนนโยบายและข้อสั่งการของรัฐมนตรี พม. สู่การปฏิบัติอย่างเร่งด่วน โดยภารกิจหลังน้ำลด สิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน กคช. จึงกำหนดแนวทางครอบคลุมการตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้า โครงสร้างอาคาร ระบบประปา และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจ
ทวีพงษ์กล่าวเพิ่มเติมว่า กคช. จะทำหน้าที่ประสานและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมติดตามผลและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบางให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ผู้สนใจสนับสนุนโครงการหรือสอบถามข้อมูล สามารถติดต่อ ดร.วสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา / ผู้อำนวยการการฟื้นฟูหลังท่วม โทร. 086-977-7734 หรือ LINE ID: wasawatcac


