×

สรุปเหตุวางเพลิงสตูดิโอแอนิเมชันในเกียวโต เสียชีวิตอย่างน้อย 33 ราย นับเป็นอาชญากรรมร้ายแรงสุดในรอบทศวรรษ

19.07.2019

เมื่อวานที่ผ่านมา (18 ก.ค.) เกิดเหตุเพลิงไหม้สตูดิโอแอนิเมชันชื่อดังอย่าง บริษัท เกียวโต แอนิเมชัน จำกัด (Kyoto Animation Co.) ที่ตั้งอยู่ที่เมืองเกียวโต ทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่น หลังชายคนหนึ่งสาดน้ำมันเข้าไปบริเวณตัวอาคาร พร้อมตะโกนว่า “ตายซะ” ก่อนที่จะจุดไฟเผา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 33 ราย ได้รับบาดเจ็บอีก 36 ราย ในจำนวนนี้ 10 รายอาการสาหัส

 

ในส่วนของแรงจูงใจในการลงมือก่อเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด หากมีการระบุตัวผู้กระทำผิดแน่นอนแล้ว เหตุวางเพลิงในครั้งนี้จะถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรงที่มียอดผู้เสียชีวิตมากที่สุดในรอบหลายทศวรรษของญี่ปุ่น ประเทศพัฒนาแล้วที่อัตราการเกิดอาชญากรรมร้ายแรงต่ำมาก

 

นายกรัฐมนตรีอาเบะ ชินโซ ของญี่ปุ่น ทวีตข้อความระบุว่า ตนรู้สึกพูดไม่ออกสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสวดมนต์ภาวนาให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคน ในขณะที่ ฮิเดอากิ ฮัตตะ ประธานบริษัทสตูดิโอแอนิเมชันดังกล่าวเผยว่า ตนทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นคนที่ทำงานในวงการอุตสาหกรรมแอนิเมชันของญี่ปุ่นต้องเจ็บปวดและเสียชีวิตลง โดยอาคารหลังดังกล่าวถือเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทแห่งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยได้รับอีเมลปริศนาพร้อมกับการขู่ฆ่า 

 

เกียวโต แอนิเมชัน มีชื่อเสียงในด้านการผลิตซีรีส์แอนิเมชันยอดนิยมทางโทรทัศน์และผลงานอื่นๆ มากมาย ตัวอย่างเช่น The Melancholy of Haruhi Suzumiya, K-ON!, Clannad รวมถึงภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังกระแสตอบรับดีอย่าง A Silent Voice ที่เข้าฉายเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมา 

 

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้บรรดาคนทำงานในแวดวงแอนิเมชัน รวมถึงแฟนๆ ผลงานของสตูดิโอแอนิเมชันแห่งนี้ต่างร่วมกันระดมทุนช่วยเหลือ ซึ่งยอดสูงกว่า 420,000 เหรียญสหรัฐ (เกือบ 13 ล้านบาท) แล้ว อีกทั้งยังร่วมกันติดแฮชแท็ก #KyoAniStrong และ #PrayForKyoAni ให้กำลังใจแก่ครอบครัวและญาติของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้นี้ทุกคน

 

ล่าสุด สำนักข่าวท้องถิ่นอย่าง NHK ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมชายผู้ต้องสงสัยได้รายหนึ่ง แต่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาแผลที่เกิดจากเพลิงไหม้ หากสอบสวนและพบว่าเป็นผู้กระทำผิดจริง อาจถูกลงโทษสถานหนักจากกระบวนการยุติธรรมญี่ปุ่น 

 

ภาพ: Carl Court / Getty Images

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

อ้างอิง:


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising