×

ผู้ก่อตั้ง MINT ส่ง MJets กระโดดสู่อุตสาหกรรมเจ็ตส่วนตัว หลังโตเพราะคนรวยมอง ‘เวลา’ คือสิ่งที่เงินซื้อคืนไม่ได้

22.05.2024
  • LOADING...

นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด มีธุรกิจจำนวนไม่น้อยเลยต้องใช้เวลานานหลายสิบเดือนกว่าจะกู้สถานการณ์ให้สามารถกลับมามีผลประกอบการได้ในระดับเดียวกันกับก่อนช่วงการระบาด โดยเฉพาะกับธุรกิจการบินที่ถูกกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากข้อจำกัดการเดินทาง แต่ภายใต้ธุรกิจการบินกลับมีการบินอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับโอกาสทางธุรกิจจากวิกฤตในครั้งนั้น นั่นคือเครื่องบินประเภทเจ็ตส่วนตัว

 

“ช่วงโควิดเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรากลับมามองตัวเองและปรับแผนกลยุทธ์ให้สอดรับกับสถานการณ์ และแน่นอนว่าสายการบินพาณิชย์ก็จำเป็นต้องหยุดให้บริการในช่วงเวลานั้น ซึ่งทำให้กลุ่มลูกค้าที่เคยเข้าถึงเจ็ตส่วนตัวอยู่แล้วและกลุ่มที่ยังไม่เคยลองจำเป็นต้องหันมาใช้บริการ เนื่องจากเป็นตัวเลือกเดียว ณ ตอนนั้น แต่สิ่งที่บริษัทเราได้เรียนรู้จากลูกค้าคือ พวกเขารู้สึกได้ ‘เวลา’ กลับคืนมามากขึ้น เพราะแม้เจ็ตส่วนตัวจะแพง แต่สิ่งที่แพงกว่าคือเวลาที่เสียไปและไม่สามารถซื้อกลับคืนได้” ณัฏฐภัทร สีบุญเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด กล่าว

 

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเครื่องบินเจ็ตและการบินส่วนบุคคลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการคาดการณ์ขององค์กรวิจัยการตลาด Mordor Intelligence วิเคราะห์ว่า อัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น (CAGR) ของอุตสาหกรรมอยู่ที่ 14.36% ซึ่งคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นจาก 463.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 สู่ 906.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2029

 

สิ่งนี้เป็นผลจากการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว และการเพิ่มขึ้นของลูกค้ากลุ่มที่มีความมั่งคั่งสูงและสูงพิเศษ (High & Ultra-High Net Worth Individuals) ที่ต้องการการเดินทางที่ใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า เพื่อดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจอย่าง การประชุม มหกรรม หรือการพูดคุยระหว่างองค์กรในภูมิภาคดังกล่าวมากขึ้น

 

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวมทั้งการใช้บริการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากวิกฤตโควิดคลี่คลายลง ในปัจจุบันสิ่งที่เราเห็นคือบริษัทที่มีการเติบโตสูงมักจะหันมาใช้บริการเจ็ตส่วนตัวเพื่อเร่งสปีดงานธุรกิจให้บริษัทมีเวลาเพิ่มขึ้นเพื่อไปโฟกัสสิ่งสำคัญอื่นๆ ต่อได้ และถึงแม้ว่าเจ็ตส่วนตัวจะมีราคาสูง แต่คนในฝั่งธุรกิจหรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลต่างก็ตระหนักดีว่า เวลาที่ได้กลับมานั้นคุ้มค่า” วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค เจ้าของร่วมและกรรมการ บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด กล่าว

 

สำหรับในแวดวงธุรกิจย่อมรู้จักชื่อของ ‘วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค’ เพราะเขาคือผู้ก่อตั้งบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ที่มีธุรกิจทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์ ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 21 พฤษภาคมนั้นมี Market Cap กว่า 1.81 แสนล้านบาท

 

แม้ผู้ก่อตั้ง MINT จะไม่บอกชัดเจนว่า เหตุใดถึงสนใจธุรกิจเจ็ตส่วนตัวและใช้เงินลงทุนไปเท่าไร แต่ที่แน่ๆ นี่อาจเข้ามาเสริมให้กับธุรกิจของ MINT ได้ เพราะพอร์ตหลักนั้นเป็นโรงแรมหรูที่มีทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งตัวเลข ณ สิ้นไตรมาส 1/67 นั้นมีเกือบ 80,000 ห้องทั่วโลก และมีรายได้เกือบ 3 หมื่นล้านในไตรมาสดังกล่าว

 

ด้วยปัจจัยสนับสนุนดังกล่าว บริษัท เอ็มเจ็ท จำกัด (MJets) ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและการบินส่วนบุคคลครบวงจร ประกาศเข้าลงทุนในบริษัท วิงส์โอเวอร์เอเชีย จำกัด (WingsOverAsia) บริษัทผู้ให้บริการเครื่องบินส่วนตัวสัญชาติสิงคโปร์ 

 

โดยการลงทุนในครั้งนี้จะทำให้ MJets สามารถขยายเครือข่ายการให้บริการไปยังประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศในเอเชียได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เพื่อรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องบินส่วนตัวในภูมิภาค

 

ปัจจุบัน MJets ให้บริการใน 7 กลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่

 

  1. บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ ได้แก่ เครื่องบินรุ่น Cessna Citation Bravo จำนวน 2 ลำ Cessna Citation X 1 ลำ Gulfstream GV 1 ลำ และเครื่องบินลำล่าสุด Gulfstream G550 1 ลำ
  2. บริการเครื่องบินพยาบาล
  3. การบริหารเครื่องบิน
  4. บริการอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคลพร้อมห้องรับรองพิเศษ
  5. บริการซ่อมบำรุงเครื่องบิน
  6. บริหารธุรกิจการบินส่วนบุคคลและการบริการภาคพื้นแบบครบวงจร
  7. บริการให้คำปรึกษาและดำเนินการซื้อขายเครื่องบิน

อย่างไรก็ตาม MJets นั้นไม่ได้บอกถึงเป้าหมายในแง่ของรายได้อย่างชัดเจน โดยบอกแต่เพียงว่า ตั้งเป้าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและการบินส่วนบุคคลอันดับหนึ่งในเอเชียเท่านั้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

X
Close Advertising