×

ประกาศราชกิจจาฯ แล้ว กฎกระทรวงผลิตสุราฉบับใหม่ที่ผ่าน ครม. ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีผลบังคับใช้พรุ่งนี้ทันที

โดย THE STANDARD TEAM
02.11.2022

หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (1 พฤศจิกายน) อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. ได้อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. 2565

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาวันเดียวกันนี้ ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. 2565 ฉบับใหม่ที่เพิ่งผ่านการประชุมในช่วงเช้าแล้ว ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ซึ่งเป็นการแก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. 2560 (คลิกอ่านกฎกระทรวงฉบับเต็ม: http://www.ratchakitcha.soc.go.th/…/2565/A/068/T_0001.PDF)

 

สำหรับเหตุผลของการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตผลิตสุรา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสุรา รวมทั้งปรับปรุงขั้นตอนและวิธีการขอใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตผลิตสุราทั้งการผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้าและการผลิตสุราเพื่อการค้าให้เกิดความชัดเจน อันจะทำให้การบริหารการจัดเก็บภาษี และการควบคุมคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตสุราเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

สำหรับสาระสำคัญของกฎกระทรวง มีใจความสรุปได้ว่า

 

  • ปรับปรุงคุณสมบัติของผู้ขอใบอนุญาตผลิต ‘กรณีสุราแช่’ เช่น น้ำตาลเมา อุ เบียร์ ไวน์ สปาร์กลิงไวน์ และสุราแช่พี้นเมือง โดยยกเลิกการกำหนดจำนวนทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

 

แต่ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์ยังต้องเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่าร้อยละ 51

 

ในส่วนของ ‘กรณีสุรากลั่น’ เช่น สุราขาว สามารถเพิ่มขนาดโรงอุตสาหกรรมสุรากลั่นเป็นขนาดกลางที่ใช้เครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า หรือใช้คนงานน้อยกว่า 50 คนได้ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ โดยจะทำให้กำลังการผลิตและคุณภาพดีขึ้น

 

  • ยกเลิกการกำหนดกำลังการผลิตขั้นต่ำของโรงอุตสาหกรรมสุราแช่ชนิดเบียร์ จากที่กำหนดกำลังต้องไม่ต่ำกว่า 1 แสนลิตรต่อปี และไม่เกิน 1 ล้านลิตรต่อปี และกำหนดให้เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน หรือใช้เครื่องจักรอุปกรณ์การผลิตสุราแช่ชนิดเบียร์ที่มีมาตรฐานตามที่อธิบดีกรมสรรพสามิตประกาศ

 

ให้คงหลักเกณฑ์และเงื่อนไขกำลังการผลิตขั้นต่ำตามเดิม ในส่วนโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรากลั่น ชนิดสุราพิเศษ เช่น วิสกี้ บรั่นดี และยิน ไม่ต่ำกว่า 30,000 ลิตรต่อวัน และโรงอุตสาหกรรมผลิตสุรากลั่นชนิดอื่นๆ เช่น สุรากลั่นชนิดสุราขาว และองค์การสุรา ไม่ต่ำกว่า 90,000 ลิตรต่อวัน รวมทั้งให้เพิ่มเติมให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

 

ทั้งนี้ ยังเพิ่มเติมขั้นตอนและวิธีการในการขออนุญาต โดยให้สามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้

 

  • เปิดโอกาสให้บุคคลธรรมดาที่มีอายุไม่น้อยกว่า 20 ปีบริบูรณ์และนิติบุคคลสามารถขอใบอนุญาตผลิตสุราที่มิใช่เพื่อขาย แลกเปลี่ยน หรือดำเนินการอื่นใดโดยได้รับประโยชน์ตอบแทน และต้องมีปริมาณการผลิตสุราไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี

 

อย่างไรก็ดี สถานที่ผลิตสุราต้องมีพื้นที่เพียงพอที่จะผลิตสุราโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย เหตุเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น และมิใช่สถานที่ผลิตสุราของผู้ได้รับใบอนุญาตผลิตสุรารายอื่น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของการบริโภคสุราและมิติของสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

 

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี แก้กฎกระทรวงเกี่ยวกับการผลิตสุราว่า มติดังกล่าวไม่เข้าใจจุดประสงค์ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สุราก้าวหน้า การที่มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. …. ปลดล็อกการผลิตเพี่อการค้าและการผลิตเพื่อบริโภค ควบคู่กับการคุ้มครองสินค้าสุราให้ได้คุณภาพ มีมาตรฐาน และความปลอดภัยต่อสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม แทนที่จะมีมติเห็นชอบ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ชัดเจนว่าเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ

 

“แม้ว่า วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี จะบอกว่าไม่ได้ปาดหน้า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ของพรรคก้าวไกล และอ้างว่าทำมานาน 6 เดือนก่อนสุราก้าวหน้าก็ตาม” พิธากล่าว

 

พิธากล่าวต่อไปว่า ตนต้องขอยืนยันว่าหากจะอ้างเหตุผลเช่นนี้ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. พรรคก้าวไกล ทำเรื่องนี้มาตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว และทางพรรคได้ยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้มาตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ยังไม่ถูกยุบ และก่อนหน้าที่จะยื่นก็มีการเรียกกรมสรรพสามิตในกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งเท่าพิภพเป็น กมธ. อยู่หลายครั้ง แต่ก็มีแต่คำสัญญาว่าจะแก้ไข แล้วเงียบหายไป จึงต้องใช้ช่องทางในเชิงนิติบัญญัติเพื่อแก้ปัญหา

 

“ชัดเจนว่าการมีมติ ครม. ก่อนการลงมติ พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ออกมาเพียง 1 วัน เป็นการจงใจเพื่อให้ ส.ส. รัฐบาลอภิปรายเป็นเหตุผลกับสภาว่า พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว เพราะกฎกระทรวงออกมาแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้ว พ.ร.บ.สุราก้าวหน้า ยังคงจำเป็นในการประกันหลักเสมอภาคในการแข่งขันทางธุรกิจของประชาชน เนื่องจากเป็นกฎหมายลำดับชั้นสูงกว่าที่แก้ยากกว่ากฎกระทรวง ซึ่งผมเองก็ได้เตรียมตอบทุกข้อสงสัยในสภาอยู่แล้ว” พิธากล่าว


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising