×

รมว.กห.-มทภ.4 ขอโทษปมกล่าวหาโรงเรียนปอเนาะเป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย รับสื่อสารผิดพลาด ด้าน สส.กมลศักดิ์ เผยยื่นข้อมูลลับให้นายกฯแล้ว

โดย THE STANDARD TEAM
17.04.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าว รมว.กห. และ แม่ทัพภาคที่ 4 แถลงขอโทษ กรณีกล่าวหาโรงเรียนปอเนาะบ่มเพาะผู้ก่อการร้าย

วันนี้ (17 เมษายน) ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี ภายหลังที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางมาเป็นประธานการประชุมติดตามความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

 

พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมแถลงข่าวภาพรวมต่อสื่อมวลชน ว่า นายกรัฐมนตรีไม่สบายใจเกี่ยวกับกระแสสังคมที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องต่างๆ จึงได้พารัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงต่างๆ มารับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงเรียนปอเนาะ รวมถึงการปิดไมค์พูดของแม่ทัพภาคที่ 4

 

พล.ท. อดุลย์ยืนยันว่า แม่ทัพภาคที่ 4 ตั้งใจมาปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหา แต่ด้วยบรรยากาศในการแถลงข่าวที่มีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกกดดันบ้าง ตายไมค์บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันได้ โดนตนขอยืนยันอีกครั้งว่า แม่ทัพภาคที่ 4 มาด้วยความตั้งใจ

 

ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์พูดเกี่ยวกับคดีลอบยิง กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ จนถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์นั้น พล.ท. อดุลย์ กล่าวว่า เรื่องการปิดไมค์เป็นเรื่องส่วนตัว อย่ามาพูดถึงกันเลย มันผ่านไปแล้ว ท่านก็ขอโทษแล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ขอให้ท่านแม่ทัพภาคที่ 4 มีกำลังใจในการทำงานให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งตนขอยืนยันว่า การคิดดี ทำดี พูดดี เป็นเรื่องที่เราต้องทำกัน แต่เรื่องการสื่อสารที่สั้นเกินไป และแรงกดดันจากสื่อมวลชน อย่างตอนนี้ที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่ออยู่ก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

 

ส่วนกรณีที่สมาคมโรงเรียนปอเนาะยื่นหนังสือถึงนายกฯ ให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกนอกพื้นที่ จะมีการสร้างความเข้าใจในพื้นที่อย่างไร พล.ท. อดุลย์ กล่าวว่า ตนว่าเราพูดคุยกันได้ ท่านก็รับผิดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความผิดทั้งทางวินัย และอาญา แต่เราแค่พูดสื่อสารกันน้อยไปหน่อย และมีการขอโทษกันแล้ว ตนคิดว่าพี่น้องคนไทยเราให้อภัยกันได้ ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 จะลงไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนทุกท่านให้เข้าใจซึ่งกันและกัน

 

ขณะที่ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้กล่าวขอโทษพี่น้องประชาชน โดยระบุว่า ตนอาจจะผิดเพราะการสื่อสารที่มีผลทำให้ประชาชนไม่สบายใจ โดยเฉพาะโรงเรียนปอเนาะที่สอนศาสนา ซึ่งตนขอยืนยันว่า ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาให้เกิดสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และจากนี้จะมีการลงไปพูดคุยกับโรงเรียนสอนศาสนา เพราะเรามีกิจกรรมที่เข้าไปทำในโรงเรียนต่างๆ อยู่แล้ว

 

ด้าน พล.ต.อ. สำราญ เปิดเผยถึงคดีของ สส. กมลศักดิ์ ว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญและติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งนับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 มีนาคม เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 4 ราย ทั้งคนขับรถและมือปืนที่จนมุมในจังหวัดกาญจนบุรี รวมถึงผู้ที่นำรถของกลางไปชำแหละ

 

นอกจากนี้ยังมีการแยกอีกหนึ่งสำนวนคดีที่ กอ.รมน. แจ้งความผิดตามมาตรา 157 และ 151 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และนำทรัพย์สินราชการไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งจากการสอบสวนพบว่ามีความเชื่อมโยงกันและจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

 

สำหรับผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีก 1 ราย ถือเป็นบุคคลที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในต่างประเทศ ซึ่งได้ประสานทุกหน่วยงานตามแนวชายแดนสกัดกั้นการหลบหนี หากพบว่าออกนอกประเทศไปแล้วจะดำเนินการออกหมายแดงผ่านตำรวจสากลทันที ในส่วนของประเด็นผู้ว่าจ้างยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจนก่อนแจ้งข้อหาเพิ่มเติม ทั้งนี้ รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่าตนได้ลงพื้นที่กำกับดูแลด้วยตนเอง เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดีตามข้อห่วงใยของนายกรัฐมนตรีและ ผบ.ตร. ต่อไป

 

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการลงพื้นที่จังหวัดยะลาในวันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ปิดห้องพูดคุยกับ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ โดยมี วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีร่วมด้วย

 

กมลศักดิ์เปิดเผยว่า ได้กล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สั่งการจนคดีมีความคืบหน้า รวบผู้ต้องหาได้แล้ว 4 รายภายในเวลาไม่ถึงเดือน โดยตนได้มอบข้อมูลลับให้แก่นายกรัฐมนตรีเพื่อใช้เป็นเบาะแสสาวถึงตัวผู้บงการ ซึ่งจากคำรับสารภาพพบว่ามีการรายงานผลไปยังบุคคลที่ 3 หลังก่อเหตุ ตนจึงเชื่อมั่นในพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ของตำรวจว่าจะสามารถลากตัวผู้จ้างวานมาลงโทษได้ และหวังให้เร่งติดตามตัว ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืนที่ยังหลบหนี เพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความจริงทั้งหมด

 

ส่วนคำพูดของแม่ทัพภาคที่ 4 กมลศักดิ์ ชี้ว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนในพื้นที่ซึ่งมีวิถีชีวิตต่างจากภาคอื่น ยอมรับว่ายังไม่สบายใจตราบใดที่ยังไม่ได้ตัวผู้บงการ และได้ยื่นขอคุ้มครองพยานจากกระทรวงยุติธรรมแล้ว เนื่องจากชีวิตไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ยังคงมีความเสี่ยง พร้อมยืนยันว่ายังไม่ตัดประเด็นมูลเหตุจูงใจทั้งเรื่องความมั่นคงและการเมืองทิ้ง โดยจะให้โอกาสเจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้รับความยุติธรรมอย่างที่สุด

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising