Menu
261361

สัมภาษณ์ Millie Bobby Brown นักแสดงสาวสุดมหัศจรรย์จากซีรีส์ Stranger Things

11.06.2019
  • LOADING...
  • Loading...
Millie Bobby Brown

HIGHLIGHTS

7 Mins. Read
  • Stranger Things ซีซัน 3 จะออกอากาศพร้อมกันกว่า 190 ประเทศทั่วโลกในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้แล้ว และนี่คือซีรีส์ที่สร้างปรากฏการณ์ให้เด็กกลุ่มหนึ่งกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืนตั้งแต่ซีซันแรกที่เข้าฉายในเดือนกรกฎาคม 2016
  • THE STANDARD ได้รับเชิญไปร่วมสัมภาษณ์ มิลลี่ บ็อบบี้ บราวน์ นักแสดงนำหญิงของซีรีส์ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
  • “เราทำงานด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน ได้รับการดูแลเท่าเทียมกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก นอกจากว่าเราจะสนิทกันมากขึ้น… ฉันรักพวกเขานะ อย่างหนึ่งที่พูดได้เลยก็คือฉันเป็นคนที่โชคดีมากๆ ที่ได้ทำงานกับเพื่อนที่ดีที่สุด และได้รับประสบการณ์พิเศษเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันกับพวกเขา”
  • “วิโนนา ไรเดอร์ เธอเป็นแม่ของสาวๆ ทุกคนในเรื่องนี้ เธอคือไอคอน ซึ่งเธอเป็นไอคอนมาตั้งแต่ต้น และจะเป็นแบบนั้นตลอดไปค่ะ”

 

Millie Bobby Brown

 

มิลลี่ บ็อบบี้ บราวน์ นักแสดงสาววัย 15 ปี ผู้รับบท อีเลฟเว่น จากซีรีส์ Stranger Things ของเน็ตฟลิกซ์ ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลายประเทศจากเอเชีย ความสดใสของเธอพอๆ กับท้องฟ้าสีฟ้าวันนั้นที่มองเห็นจากชั้น 47 ของโรงแรมเดอะ ริตซ์-คาร์ลตัน ย่านรปปงหงิ ประเทศญี่ปุ่น

 

เรารู้มาว่ามิลลี่เพิ่งเดินทางมาถึงโตเกียวเมื่อวานนี้ และจะบินกลับลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ในเย็นวันนี้เลย แต่อาการเจ็ตแล็กหรือความเหนื่อยล้าจากการให้สัมภาษณ์และถ่ายทำโปรโมตซีรีส์ต่างๆ ไม่มีปรากฏให้เห็น มีเพียงหญิงสาวที่สดใส ร่าเริง เป็นมิตร และเปล่งประกายความเป็นคนดังในแบบที่ใครได้พบก็จะต้องหลงรัก เธอเดินเข้ามาพร้อมคุณพ่อ ผู้จัดการ และทีมงานจากเน็ตฟลิกซ์ที่มิลลี่บอกว่ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ Stranger Things ซีซัน 3

อย่างหนึ่งที่พูดได้เลยก็คือฉันเป็นคนที่โชคดีมากๆ ที่ได้ทำงานกับเพื่อนที่ดีที่สุด และได้รับประสบการณ์พิเศษเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันกับพวกเขา

Millie Bobby Brown

 

และถ้าคุณยังไม่รู้จักนักแสดงสาวสุดมหัศจรรย์คนนี้ มิลลี่ บ็อบบี้ บราวน์ เกิดเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2004 ที่เมืองมาลากา ประเทศสเปน เป็นลูกสาวคนที่ 3 จากลูกๆ ทั้งหมด 4 คนของคู่สามีภรรยาชาวอังกฤษ เมื่อมิลลี่อายุได้ 4 ปี ครอบครัวก็ย้ายกลับไปประเทศอังกฤษ และเมื่อเธออายุครบ 8 ปี มิลลี่ก็บอกกับพ่อแม่อย่างแน่วแน่ว่าอยากเป็นนักแสดง นั่นเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ทำให้ครอบครัวย้ายไปเมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เพื่อให้ลูกสาวได้ตามหาความฝัน และแน่นอนว่าการเริ่มต้นชีวิตในวงการบันเทิงฮอลลีวูดไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาเคยเกือบล้มเลิกความตั้งใจไปแล้วก่อนที่จะได้รับบทสำคัญในซีรีส์ Stranger Things

 

ในปี 2013 มิลลี่เดบิวต์งานแสดงครั้งแรกในบท อลิซ (วัยเด็ก) ให้กับซีรีส์ดราม่าแฟนตาซี Once Upon a Time in Wonderland ปีถัดมา 2014 เธอได้แสดงนำในซีรีส์ดราม่าระทึกขวัญเรื่อง Intruders รับบท เมดิสัน โอดอนเนลล์ และไปแสดงรับเชิญให้กับซีรีส์หลายเรื่องจนได้รับบทสำคัญ อีเลฟเว่น ในซีรีส์ Stranger Things ปี 2016 เมื่ออายุได้ 11 ปี บทบาทนี้เองที่ทำให้เธอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมาย และเป็นประตูแห่งโอกาสสู่งานในวงการบันเทิง ทั้งถ่ายโฆษณา, มิวสิกวิดีโอ, คาแรกเตอร์ในเกม The Sims 4, ภาพยนตร์ Godzilla, ได้รับเลือกให้เป็นทูตยูนิเซฟ และได้เป็นหนึ่งในวัยรุ่นผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี 2017-2018 คัดเลือกโดยนิตยสาร Time

 

มิลลี่เกิดมาพร้อมหูข้างหนึ่งที่สูญเสียการได้ยินบางส่วน และสูญเสียการได้ยินของหูข้างนั้นโดยสมบูรณ์ไปเมื่อไม่กี่ปีก่อน ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงเป็นเด็กสาววัย 15 ปีที่เติบโตได้อย่างเข้มแข็ง เชื่อมั่นในตัวเอง พูดเสียงดัง หัวเราะเก่ง มีพลังชีวิตที่สดใสร่าเริงอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเป็นนักแสดงที่ผสมผสานตัวเองเข้ากับบทอีเลฟเว่นได้อย่างกลมกลืน อย่างที่เธอบอกว่ามันแยกไม่ได้ว่าใครเหมือนใครมากกว่ากันระหว่างเธอกับอีเลฟเว่น

 

Millie Bobby Brown Millie Bobby Brown

 

คุณเชื่อมโยงกับบทบาทอีเลฟเว่นอย่างไรบ้าง และซีซันนี้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นกับเธอบ้าง

อีเลฟเว่นเป็นคนที่มีพลังและแข็งแรง ส่วนใหญ่ฉันเชื่อมโยงกับเธอในเรื่องความเข้มแข็งที่เธอมี โดยเฉพาะในซีซันนี้อีเลฟเว่นมีความคล้ายกับฉันมากๆ

 

เล่าให้ฟังอย่างนี้ค่ะ ใน Stranger Things ซีซัน 3 อีเลฟเว่นอยู่กับพ่อ และพวกเขาก็รักกันดี อีเลฟเว่นพยายามที่จะทำตัวเป็นวัยรุ่นปกติ แต่ก็มีบางอย่างที่อันตรายและน่ากลัวมากไล่ตามมา ทำให้เธอไม่สามารถเป็นวัยรุ่นปกติได้ อีเลฟเว่นจึงต้องคอยระวังตัวอยู่เสมอและเตรียมพลังวิเศษให้พร้อม นั่นทำให้ซีซันนี้มีเรื่องราวเข้มข้นมากค่ะ

 

เราเห็นว่าสไตล์ของอีเลฟเว่นก็เปลี่ยนไปด้วยเหมือนกัน

มีสีสันมากขึ้น มีชีวิตชีวามากขึ้น เธอได้โชว์เรียวขาด้วยนะ (หัวเราะ) ฉันมีส่วนร่วมในสไตล์ของเธอในซีซันนี้ด้วย ซึ่งฉันก็ได้คุยกับสองผู้กำกับโดยเฉพาะเรื่องทรงผมของอีเลฟเว่นในซีซันนี้ โอเค ฉันต้องบอกเลยว่านี่จะเป็นเรื่องที่ยังไม่เคยบอกใครมาก่อน

 

มีวันหนึ่งตอนที่อยู่ในกองถ่ายซีซัน 3 เรากำลังดูกันว่าทรงผมฉันควรจะเป็นอย่างไร สั้นยาวขนาดไหน แฮร์สไตลิสต์ของซีรีส์ก็ดูว่าเราควรจะตัดผมให้สั้นขนาดไหน แล้วตอนนั้นผมฉันมีสีน้ำตาลธรรมชาติ เราก็คุยกันว่าจะย้อมผมให้มันดูบลอนด์ขึ้นหน่อย แต่อย่าไปบอกสองพี่น้องดัฟเฟอร์นะ แน่นอนว่าเราไม่มีทางบอกเขาแน่ๆ เราจะเก็บมันเป็นความลับ หลังจากนั้นเราก็ย้อมผม แล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยเป็นเวลา 4 เดือน จนวันหนึ่งฉันเจอพี่น้องดัฟเฟอร์ ตอนนั้นผมฉันกลับไปเป็นสีธรรมชาติแล้ว พวกเขาก็ถามเสียงดังขึ้นมาเลยว่า “ฉันทำอะไรกับผม” ฉันก็เลยเล่าให้พวกเขาฟัง ซึ่งนี่ผ่านมาตั้ง 4 เดือนแล้ว พวกคุณยังไม่รู้เลย (หัวเราะ)

 

เวลาทำงานกับพี่น้องตระกูลดัฟเฟอร์เป็นอย่างไรบ้าง

ฉันรักพวกเขามาก พี่น้องดัฟเฟอร์เก่งที่สุด พวกเขาเป็นเหมือนกับพี่ชายที่ฉันทั้งเกลียดและรักในเวลาเดียวกัน แต่มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดีมากจริงๆ

 

เล่าให้เราฟังหน่อยว่าการทำงานในซีซันนี้กับเพื่อนๆ เป็นอย่างไรบ้าง

จริงๆ ก็ไม่ต่างอะไรมากตั้งแต่ซีซันแรกที่เราทำงานด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน ได้รับการดูแลเท่าเทียมกัน ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก นอกจากว่าเราจะสนิทกันมากขึ้น

 

ฉันได้รับคำถามนี้ทุกวันเลย ฉันคิดว่าที่ฉันตอบเสมอๆ ก็คือฉันรักพวกเขานะ อย่างหนึ่งที่พูดได้เลยก็คือฉันเป็นคนที่โชคดีมากๆ ที่ได้ทำงานกับเพื่อนที่ดีที่สุด และได้รับประสบการณ์พิเศษเหล่านี้ไปพร้อมๆ กันกับพวกเขา ไม่ใช่แค่ในซีรีส์ แต่รวมถึงการไปออกงานประกาศรางวัลต่างๆ พวกเราค่อนข้างจะเชื่อมโยงกัน เหมือนเราคุยกันได้ว่าเธอตื่นเต้นแบบเดียวกับที่ฉันรู้สึกไหม มันทำให้เราไม่โดดเดี่ยว นั่นทำให้พวกเราค่อนข้างสนิทกันมาก

 

เอาจริงๆ เราไม่ได้คุยกันทุกวันนะ บางทีเราไม่ได้คุยกันเป็นเดือนด้วยซ้ำ แต่ตอนที่พวกเราเจอกัน เราก็เริ่มคุยกันได้เหมือนกับว่าไม่เคยห่างกันเลย อย่างฉันไม่ได้เจอโนอาห์ (โนอาห์ ชแนปป์ รับบท วิล ไบเออร์ส) มา 5 เดือนแล้ว เพิ่งเจอกันเมื่อ 2-3 วันก่อน เราก็ทักกัน ไฮ ไฮ ไฮ อย่างบ้าคลั่ง นั่นล่ะ ฉันว่าพวกเราโชคดีมากๆ

ฉันรู้สึกว่าสาวๆ ทุกคนในซีรีส์นี้กำลังพยายามเดินตามรอยของวิโนนาอยู่ ซึ่งพวกเราคงไปไม่ถึงจุดนั้นได้ เพราะว่าเธอคือไอคอนตัวจริง และพวกเราทุกคนรักเธอค่ะ

Millie Bobby Brown Millie Bobby Brown

 

ฉากไหนที่คุณชื่นชอบที่สุดในซีซันนี้

ฉันชอบทุกฉากที่ฉันอยู่ในห้างสรรพสินค้าและสนุกกับเซดีค่ะ (เซดี ซิงก์ รับบท แม็กซ์ เมย์ฟิลด์) เพราะว่ามันเป็นช่วงเวลาที่ฉันเป็นตัวของตัวเองและปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เซดีคือเพื่อนสนิทของฉันในชีวิตจริงด้วย ทำให้ไม่ต้องมีใครบอกว่าเราควรทำอะไร พวกเรารู้สึกเหมือนเป็นสองสาววัยรุ่นที่กำลังเล่นภาพยนตร์เรื่อง Girls Just Want to Have Fun และใช้เวลาด้วยกันอย่างมีความสุข

 

ความสัมพันธ์ระหว่างแม็กซ์กับอีเลฟเว่นน่าสนใจมาก ช่วยเล่าให้ฟังสักหน่อยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขาในซีซันนี้

แม็กซ์กับอีเลฟเว่นเจ๋งมากๆ ค่ะ ทั้งสองคนต่างสอนสิ่งใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเองให้แก่กัน ฉันสอนแม็กซ์เรื่องของความแข็งแกร่ง การใช้สิทธิ์ใช้เสียง ซึ่งฉันว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะบอกความรู้สึกของตนเอง อีเลฟเว่นเป็นคนที่อ่อนไหวมาก เธอผ่านอะไรมามากมาย โดยแม็กซ์เองก็แสดงให้อีเลฟเว่นเห็นว่าเธอไม่จำเป็นต้องมีผู้ชายในชีวิต และเธอก็ยังเจ๋งได้ในแบบของตัวเอง ความสัมพันธ์ในซีซันนี้สุดยอดมากจริงๆ เพราะอีเลฟเว่นเองก็ไม่มีเพื่อนผู้หญิงที่เธอจะพูดคุยด้วยได้ในยามที่เธอเศร้าหรือเหงา ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างแม็กซ์และอีเลฟเว่นจึงพัฒนาขึ้นในซีซันนี้

 

เรารู้มาว่าซีซันนี้มีนักแสดงผู้หญิงหลายคนที่น่าสนใจ

พวกเธอเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่งมาก ทั้ง มายา ฮอว์ค (รับบท โรบิน) นักแสดงที่เข้ามาเสริมในซีซันนี้ เธอเจ๋งมากและฉันรักเธอค่ะ นาตาเลีย ไดเออร์ (รับบท แนนซี วีลเลอร์) ผู้หญิงอีกคนที่อยู่กับพวกเรามาตั้งแต่วันแรก เธอมหัศจรรย์มาก ไปรอา เฟอร์กูสัน (รับบท อิริกา ซินแคลร์) สาวน้อยแสนซนที่ฉันรักและยอมทำทุกอย่างเพื่อเธอ เพราะเธอเป็นคนที่ตลกมาก อีกคนคือ เซดี (รับบท แม็กซ์ เมย์ฟิลด์) ผู้เก่งกาจ เธอมีพลังอันเหลือล้นมากค่ะ เพียงแค่ดวงตาของเธอและวิธีที่เธอพูดจามันก็เจ๋งแล้ว

 

และคนสุดท้าย วิโนนา ไรเดอร์ (รับบท จอยส์ ไบเออร์ส) เธอเป็นแม่ของสาวๆ ทุกคนในเรื่องนี้ เธอคือไอคอน เธอเป็นไอคอนมาตั้งแต่ต้น และจะเป็นแบบนั้นตลอดไป ฉันรู้สึกว่าสาวๆ ทุกคนในซีรีส์นี้กำลังพยายามเดินตามรอยของวิโนนาอยู่ ซึ่งพวกเราคงไปไม่ถึงจุดนั้นได้ เพราะว่าเธอคือไอคอนตัวจริง และพวกเราทุกคนรักเธอค่ะ

 

Millie Bobby Brown Millie Bobby Brown

 

วิโนนา ไรเดอร์ ได้ให้คำแนะนำพวกคุณเรื่องการเติบโตในโลกฮอลลีวูดบ้างไหม

เธอไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องการใช้ชีวิตกับเราเท่าไร เธอให้คำแนะนำเราเรื่องประสบการณ์มากกว่า เพราะเรามีชีวิตคล้ายๆ กันที่เริ่มทำงานแสดงตั้งแต่ยังเด็ก

 

คุณรับมือกับชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังเด็กอย่างไร

ยังไงดีล่ะ ฉันว่าฉันรักมันนะ (หัวเราะ) สำหรับฉัน ชื่อเสียงไม่ใช่สิ่งที่ฉันคิดว่าฉันเป็น อธิบายอย่างนี้แล้วกัน ฉันมีงานของฉัน เหมือนที่พวกคุณก็มีงานของคุณ คุณเป็นผู้สื่อข่าว มีหน้าที่รายงานข่าว ส่วนงานของฉันคือการแสดง งานของฉันคือการมีชื่อเสียง ซึ่งมันมีทั้งโชคดีและโชคร้ายในเวลาเดียวกัน ชื่อเสียงมาพร้อมกับการแสดง และการแสดงคือสิ่งที่ฉันรักมากที่สุดในโลก

 

ชื่อเสียงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่ข้อดีอย่างหนึ่งที่สำคัญคือการที่ฉันได้เป็นทูตยูนิเซฟ (UNICEF Goodwill Ambassador) ทำให้ฉันมีแพลตฟอร์มที่จะใช้ เป็นแพลตฟอร์มที่อินฟลูเอนเซอร์ นักร้อง นักแสดง ต่างใช้มันเพื่อส่งเมสเสจสำคัญไปยังคนกลุ่มใหญ่ สำหรับฉัน เมสเสจที่ส่งออกไปจะเกี่ยวกับสิทธิเด็ก การทำให้เด็กได้เติมเต็มความฝันของเขา ได้รับสิ่งที่ควรจะได้รับ ทั้งความต้องการขั้นพื้นฐาน น้ำสะอาด การศึกษา วัคซีน บ้าน ครอบครัว และความรัก สถานที่ปลอดภัยที่จะใช้ชีวิต โชคดีที่ยูนิเซฟมอบแพลตฟอร์มนี้มาให้ และเป็นสิ่งที่ฉันรักจะทำ

ฉันชอบเป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนจะจดจำ อย่าง Stranger Things ก็เป็นโชว์ที่ไอคอนิกมากและจะเป็นที่จดจำ ซึ่งมันมหัศจรรย์มากที่ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้

Millie Bobby Brown Millie Bobby Brown

 

ในซีซันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างอีเลฟเว่นกับไมค์เปลี่ยนสถานะเป็นแฟน คุณคิดว่าไมค์เป็นแฟนแบบไหน

ไมค์เป็นแฟนที่ดีมากค่ะ ถ้าไมค์มีตัวตนในโลกนี้จริง ฉันคงจะเดตกับเขา เพราะไมค์เป็นตัวละครที่ซื่อสัตย์และจริงใจกับความรู้สึกของตนเอง ซึ่งฉันคิดว่าเป็นเรื่องที่วิเศษมากค่ะ ขณะเดียวกันฉันรู้สึกว่าอีเลฟเว่นก็เป็นแฟนที่ดีมากเช่นกัน เพราะเธอใส่ใจไมค์ เธอเป็นผู้ปกป้องความสัมพันธ์นี้ รวมถึงปกป้องไมค์ด้วยพลังพิเศษของเธอ ทั้งนี้เป็นเพราะเธอถูกสอนให้ปกป้องตนเองมาตลอด ทำให้เธอต้องการที่จะปกป้องผู้อื่นบ้าง ฉันคิดว่าสาเหตุที่ไมค์ไม่ได้ปกป้องเธอ เพราะนั่นไม่ใช่หน้าที่ของเขา หน้าที่ของเขาคือเป็นคนรักของเธอค่ะ

 

คุณต้องแสดงฉากจูบในซีซันนี้ด้วย คุณต้องเตรียมตัวอะไรพิเศษไหม

ไม่นะ มันไม่มีการเตรียมตัวอะไรหรอก เราทำไปตามสคริปต์ ซึ่งในเรื่องอีเลฟเว่นกำลังรักกับไมค์อยู่ แต่ตอนถ่ายทำมันคือชีวิตจริงมากๆ ถึงจะอายุ 15 ปีแล้ว ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไง เราต้องกอดก่อนไหมหรือยังไง

 

ฉันถามพี่น้องดัฟเฟอร์ว่า “อีเลฟเว่นควรจะจูบอย่างไร และเธอจูบเป็นไหม มันน่าจะเป็นเรื่องยากสำหรับอีเลฟเว่นไหม” มันเหมือนเป็นการจูบกับเอเลี่ยน เพราะไมค์ต้องจูบอีเลฟเว่น ซึ่งอีเลฟเว่นจะรู้จักวิธีการจูบได้อย่างไรกันล่ะ มันเป็นไดนามิกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เพราะการจูบของเราไม่เหมือนการจูบของวัยรุ่นทั่วไป มันยากมาก โดยเฉพาะในตอนที่เราซ้อมก่อนเข้าฉาก ซึ่งก็กระอักกระอ่วนมากเช่นกัน แต่แล้วเราก็ผ่านมันไปได้ด้วยดี เพราะฉันและฟินน์สนิทกันมาก เราสามารถจูบกันได้โดยไม่มีคำถามใดๆ

 

จริงๆ จูบแรกของฉันอยู่ในซีซันแรก ใช่ ตอนนั้นพ่อก็อยู่ในกองถ่ายด้วย ครอบครัวฉันทั้งหมดอยู่ที่นั่นตอนนั้น มันเป็นสิ่งที่กระอักกระอ่วนใจที่สุดในโลก (หัวเราะ) แต่พอวันนั้นผ่านไปแล้ว ฉันก็โอเคที่จะโชว์ให้ใครได้เห็นว่า นี่นะ จูบแรกของฉันอยู่ในซีรีส์เรื่องนี้ คนอื่นอาจจะมองว่ามันแปลกๆ แต่ฉันมองแง่ดี ฉันว่ามันเจ๋งดี

 

Millie Bobby Brown Millie Bobby Brown

 

พูดถึงพ่อตัวจริงแล้ว อยากให้พูดถึงพ่อของคุณในเรื่อง เดวิด ฮาร์เบอร์ ผู้รับบทฮอปเปอร์ ความสัมพันธ์ของสองตัวละครพ่อลูกเป็นอย่างไร และความสัมพันธ์ของคุณสองคนในชีวิตจริงเป็นอย่างไร

เดวิด ฮาร์เปอร์ เป็นคนโปรดที่สุดของฉันเลย เขาเป็นคนมีความสามารถมากอย่างไม่น่าเชื่อ ฉันเองก็ได้เรียนรู้อะไรจากเขาในทุกๆ วัน เขาสมควรได้รับทุกรางวัลที่มีการประกาศบนโลกใบนี้ เพราะสิ่งที่เราเห็นเขาแสดงบนจอเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาก เขาเป็นนักแสดงที่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉัน

 

ส่วนฮอปเปอร์กับอีเลฟเว่นในซีซันนี้เหมือนเป็นตัวอย่างความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับคุณพ่อ เป็นความสัมพันธ์จริงของพ่อกับลูกสาวที่มันจริงและเป็นธรรมชาติมาก ในซีซันที่แล้วจิมรับอีเลฟเว่นไปเป็นลูกบุญธรรม และตอนนี้เธอใช้ชื่อ เจน ฮอปเปอร์ ซึ่งมันน่ารักมาก อีกหน่อยอาจจะเป็น เจน วีลเลอร์ ถ้าเธอแต่งงานกับไมค์นะ (หัวเราะ)

 

เคยมีข่าวว่าก่อนหน้าจะมาเล่นซีรีส์ Stranger Things คุณเคยไปแคสต์ซีรีส์ Game of Thrones ด้วย คุณไปแคสต์บทไหนมา

ลีอานนา มอร์มอนต์ (ลอร์ดแห่งเกาะหมีน้อย) แต่ฉันมาได้บทอีเลฟเว่นแทน ซึ่งมันดีกว่าเยอะเลย (หัวเราะ) ว่าแต่เธอตายหรือยังนะใน Game of Thrones โอ้ พระเจ้า ถ้าอย่างนั้นฉันดีกว่าเยอะเลยที่ยังได้แสดงซีซัน 3 ใน Netflix

 

ฉันชอบเป็นส่วนหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนจะจดจำ อย่าง Stranger Things ก็เป็นโชว์ที่ไอคอนิกมากและจะเป็นที่จดจำ ซึ่งมันมหัศจรรย์มากที่ฉันได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้

 

Millie Bobby Brown Millie Bobby Brown

 

ช่วยบอกความแตกต่างระหว่าง Stranger Things ซีซัน 2 และซีซัน 3 ทำไมแฟนๆ ถึงจะต้องไม่พลาดชมซีซันนี้

Stranger Things ซีซัน 3 จะแตกต่างจากซีซันก่อนๆ รวมถึงหนังและซีรีส์เรื่องอื่นๆ เพราะว่านอกจากจะมีตัวละครใหม่แล้วยังมีร้านค้าใหม่ในเมือง มีห้างสรรพสินค้า เราจะได้เห็นอีเลฟเว่นในมิติใหม่ เสื้อผ้าใหม่ เพลง รวมถึงวัฒนธรรมใหม่ด้วยค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นอีกแง่มุมของ Stranger Things ที่พวกเราไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน ซีซันนี้จะมีสีสันและชีวิตชีวามากขึ้น และจะทำให้คนดูมีความสุขมากขึ้นเช่นกัน ฉันคิดว่านี่ล่ะคือสิ่งที่แฟนๆ ต้องการ

 

มาถึงคำถามสุดท้ายแล้ว คุณคิดว่า Stranger Things จะมีต่อไปยาวนานอีกกี่ซีซัน

Oh my Goodness! เน็ตฟลิกซ์ต้องว่าฉันแน่ๆ ถ้าตอบเรื่องนี้ (หัวเราะ) ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คิดว่าควรจะมีอีกสัก 2-3 ซีซันเป็นอย่างน้อย เพราะยังมีเรื่องให้ค้นหาอีกเยอะ หรืออย่างน้อยๆ ก็เพื่อข้ามไปถึงยุค 90 ลองนึกดูสิว่าถ้า Stranger Things ไปถึงช่วงนั้นจะเป็นยังไง มันคงมีเรื่องเจ๋งๆ เยอะเลยว่าแต่ละปีจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฉันไม่รู้เหมือนกันว่าพี่น้องดัฟเฟอร์คิดยังไง แต่ที่รู้ๆ ฉันรักที่จะอยู่ในกองถ่ายทำซีรีส์นี้ไปอีกนานๆ

 

ตัวอย่างซีรีส์ Stranger Things ซีซัน 3

 

ภาพ: Courtesy of Netflix

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

FYI
  • ย้อนกลับไปในเดือนกรกฎาคม ปี 2016 ซีรีส์ Stranger Things ซีซันแรกเข้าฉายและสร้างปรากฏการณ์ให้เด็กกลุ่มหนึ่งกลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน ทั้งยังได้รับความนิยมต่อเนื่องมาถึงซีซัน 2 และซีซัน 3 ที่กำลังจะออกอากาศให้ได้ชมกันในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้
  • มิลลี่กำลังเลี้ยงเต่าอยู่ 2 ตัว ซึ่งเป็นเต่าที่เธอได้รับมาจากช่วยเหลือของโรเบิร์ต ลูกชายของนักล่าจระเข้ในตำนาน สตีฟ เออร์วิน
  • มีเด็กผู้หญิงมาแคสต์บทอีเลฟเว่น 307 คน ซึ่งมิลลี่คว้าบทนี้มาได้
  • ตัวละครที่มิลลี่ชอบที่สุดใน Stranger Things คือ วิล ไบเออร์ส
  • ถ้ามีพลังพิเศษได้จริง มิลลี่อยากจะไปดูชีวิตของใคร เธอตอบว่า “ฉันมีคนหนึ่งอยู่ในหัวนะ แต่ฉันคงบอกชื่อนี้กับพวกคุณไม่ได้แน่ๆ” (หัวเราะ)
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US

MOST POPULAR