ไม่บ่อยครั้งที่เราจะมีโอกาสได้นั่งสัมภาษณ์โปรเพลเยอร์ระดับโลกแบบตัวต่อตัว และครั้งนี้ THE STANDARD SPORT ได้รับเชิญจาก Riot Games เดินทางมายังปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อติดตามการแข่งขัน VCT Pacific Stage 2 พร้อมโอกาสพูดคุยกับ Meteor (คิม แทโอ) หนึ่งในผู้เล่นของ T1
อย่างที่ทราบกันว่า เกาหลีใต้คือหนึ่งในประเทศที่อีสปอร์ตหยั่งรากลึก และนักแข่งเติบโตมากับวัฒนธรรมที่จริงจังกับคำว่า ‘เกม’ ในฐานะการแข่งขัน Meteor เองก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นเกาหลีที่โดดเด่นเรื่องความเข้าใจเกม การอ่านสถานการณ์ และการตัดสินใจ จนได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมันสมองสำคัญของ T1
หลังจบการแข่งขัน เราจึงชวน Meteor คุยถึงวิธีคิดของการเป็นโปรเพลเยอร์ ตั้งแต่การรับมือในวันที่ผลไม่เป็นใจ ความกดดัน การรักษามาตรฐาน แรงผลักดันที่ทำให้ยังกลับไปซ้อมทุกวัน ไปจนถึงคำถามว่า วันหนึ่งเขาอยากให้แฟนๆ จดจำชื่อ Meteor แบบไหน
Q: มองย้อนกลับไปในเกมวันนี้ มีอะไรที่ทำได้ดี และอะไรที่อยากนำไปปรับปรุงในทัวร์นาเมนต์หน้า?
Meteor: “สิ่งที่เราทำได้ดีคือช่วงที่กำลังชนะในแต่ละรอบ เราใช้การนำและการสื่อสารช่วยให้เกมเล่นง่ายขึ้น นั่นคือจุดแข็งของเราในวันนี้
“ส่วนสิ่งที่ต้องแก้คือ เวลาคู่แข่งเริ่มสร้างระยะห่างขึ้นมาก่อน เราจะจัดการความรีบร้อนและความกดดันตรงนั้นอย่างไร นี่คือสิ่งที่เราต้องปรับปรุง”
Q: ในวันที่ผลการแข่งขันไม่เป็นอย่างที่หวัง คุณรีเซ็ตตัวเองอย่างไร เพื่อไม่ให้ฟอร์มหลุดไปถึงแมตช์ต่อไป?
Meteor: “เวลาเสีย round ในแต่ละเกม เราจะคุยกันในทีมทันทีว่าปัญหาคืออะไร เพื่อช่วยกันประคองสภาพจิตใจ
“ตรงกันข้าม พอเก็บ round ได้ เราจะย้ำกันว่าเมื่อกี้ทำอะไรถูก ตรงไหนที่ทำได้ดี การพูดคุยเรื่องพวกนี้ช่วยรักษาบาลานซ์สภาพจิตใจระหว่างเกมได้ดี”
Q: ในเกมที่ทีมตกเป็นรอง mindset แบบไหนสำคัญที่สุด ที่ทำให้ทุกคนยังเชื่อว่าจะกลับมาได้?
Meteor: “เหมือนที่ผมบอกไป เวลาเล่นไม่ดี เราต้องคุยกันให้เจอว่ายังมีอะไรที่เราทำได้ดี และต้องทำอย่างไรถึงจะกลับมาชนะ
“จริงๆ วันนี้เราควรสื่อสารกันมิตินี้ให้มากกว่านี้ ซึ่งผมมองว่าเรายังทำได้ไม่ดีพอ”
Q: ระหว่างการก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับท็อป กับการรักษาตัวเองให้อยู่ในระดับนั้นต่อไป อะไรยากกว่ากัน?
Meteor: “ช่วงหลังมานี้ ผมรู้สึกว่าฟอร์มตัวเองเริ่มมีขึ้นมีลงอยู่บ้าง, สำหรับผม ผู้เล่นที่เก่งจริง คือคนที่เล่นได้ดีอย่างสม่ำเสมอโดยไม่มีช่วงฟอร์มตก โดยเฉพาะเมื่อคุณก้าวขึ้นมาอยู่จุดนี้แล้ว (กับการแข่งระดับสูง)”
Q: การแข่งขันระดับนี้มาพร้อมความคาดหวังมหาศาล คุณเรียนรู้ที่จะรับมือกับมันอย่างไร?
Meteor: “ผมมองว่าความกดดันเป็นส่วนหนึ่งของโปรเพลเยอร์อยู่แล้ว และผมลงแข่งโดยยอมรับธรรมชาติของอาชีพนี้
“แต่เวลาที่ผมเอาชนะความกดดันไม่ได้ มันก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฟอร์มผมแกว่งได้เหมือนกัน”
Q: ตอนเด็กๆ คุณคิดว่า ‘ผู้เล่นที่เก่ง’ ต้องเป็นแบบไหน และหลังจากมาเป็นโปรเพลเยอร์แล้ว นิยามนั้นเปลี่ยนไปไหม?
Meteor: “ตอนเด็กๆ ผมชอบคนที่เล่นเก่งและอยู่กับทีมที่ชนะเสมอ
“ตอนนี้ก็ยังคิดเหมือนเดิม เพราะท้ายที่สุดอาชีพนี้วัดกันที่ชนะกับแพ้ ผู้เล่นที่พาทีมชนะได้ คือผู้เล่นที่เก่ง”
Q: หลังจากผ่านความสำเร็จมามาก อะไรยังเป็นแรงผลักดันให้คุณซ้อมและพัฒนาตัวเองทุกวัน?
Meteor: “การใช้ชีวิตแบบเดิมทุกวัน ยอมรับว่ามีช่วงที่เบื่อเหมือนกันครับ
“แต่พอไปแข่ง แล้วเห็นแฟนๆ มาเชียร์ เห็นเขามีความสุขเวลาเราชนะ ช่วงเวลาเหล่านั้นแหละที่กลายเป็นพลังให้ผมเดินหน้าต่อ”
Q: ในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า เมื่อวันหนึ่งแฟนๆ มองย้อนกลับมา คุณอยากให้พวกเขาจดจำ Meteor ในฐานะโปรเพลเยอร์แบบไหน?
Meteor เงียบคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้นๆ
“เมื่อเวลาผ่านไป แล้วแฟนๆ นึกถึงผม… ผมแค่อยากให้พวกเขาคิดว่า ‘ผู้เล่นคนนี้เก่งจริงๆ นะ’ ผมอยากถูกจดจำแบบนั้นครับ”
ทั้งหมดนี้คือบทสัมภาษณ์ที่เราได้พูดคุยกับ Meteor แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นในวันที่ T1 เดินออกจากสนามพร้อมชัยชนะ แต่บทสนทนาครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นวิธีคิดของผู้เล่นที่อยู่กับการแข่งขันระดับสูงมาตลอด
เราพอสรุปได้ว่า ในฐานะโปรเพลเยอร์ระดับโลกคนหนึ่ง Meteor ให้ความสำคัญกับ ‘ความสม่ำเสมอ’ เขามองว่าความกดดันเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพ และยอมรับตรงๆ ว่าตัวเองก็ยังมีวันที่รับมือกับมันได้ไม่ดีพอ
เวลาทีมตกเป็นรอง สิ่งที่เขาพูดถึงหลายครั้งคือการสื่อสาร หาว่าปัญหาอยู่ตรงไหน และทบทวนว่าอะไรที่ทีมยังทำได้ดี เพื่อหาทางกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง
และถ้าจะมีคำหนึ่งที่สะท้อนวิธีคิดของ Meteor จากบทสนทนาครั้งนี้ได้ชัดที่สุด คำนั้นคงเป็น ‘ความสม่ำเสมอ’
เพราะสำหรับเขา ผู้เล่นที่เก่ง คือผู้เล่นที่รักษาผลงานของตัวเองเอาไว้ได้ และสุดท้ายสามารถพาทีมไปสู่ชัยชนะ
ก่อนจบบทสนทนา THE STANDARD SPORT ขอให้ Meteor ฝากข้อความถึงแฟนๆ ชาวไทย ซึ่งเขายังจำแรงเชียร์และความทรงจำจากการคว้าแชมป์ที่กรุงเทพฯ เมื่อปี 2025 ได้เป็นอย่างดี
Meteor กล่าวว่า “ผมมีความทรงจำที่ได้คว้าแชมป์ที่กรุงเทพฯ และจำได้ว่าตอนนั้นแฟนๆ ชาวไทยให้กำลังใจผมเยอะมาก
“ผมขอบคุณทุกคนเสมอ และจากนี้จะพยายามแสดงผลงานที่ดีให้ทุกคนได้เห็นต่อไป ขอบคุณครับ”


