×

อนาคต Meta อยู่ที่ AI? มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ทุ่มเงินพัฒนา ลั่น ‘คุ้มค่า’ แม้ขาดทุนในระยะแรก ฟากนักลงทุนส่ายหน้าจน Market Cap หายไป 7.4 ล้านล้านบาท

26.04.2024
Meta

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เริ่มต้นรายงานผลประกอบการของ Meta ด้วยการพูดถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) จากนั้นจึงเข้าสู่ประเด็น Metaverse พร้อมกับชูเรื่องชุดหูฟัง แว่นตา และระบบปฏิบัติการของบริษัท แต่ตลอดการเปิดเผยข้อมูลตอนแรก เขามุ่งเน้นที่หลายๆ ด้านที่ทำให้ Meta สูญเสียเงิน

 

ทว่านักลงทุนไม่เห็นด้วย หุ้นของ Meta ร่วงลงมากถึง 19% ในการซื้อ-ขายนอกเวลาทำการของวันพุธที่ผ่านมา ลบ Market Cap ไปกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ หรือราว 7.4 ล้านล้านบาท การร่วงลงอย่างมากเกิดขึ้นแม้ว่า Meta รายงานผลกำไรและรายรับสำหรับไตรมาสแรกดีกว่าที่คาดไว้

 

ซักเคอร์เบิร์กดูเหมือนพร้อมสำหรับการลดราคาหุ้น “ผมคิดว่ามันคุ้มที่จะชี้ให้เห็นว่าโดยปกติแล้วหุ้นของเรามีความผันผวนสูงในช่วงผลิตภัณฑ์ใหม่ของเรา ซึ่งเราลงทุนเพื่อเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังไม่ได้สร้างรายได้จากมัน” ซักเคอร์เบิร์กกล่าว และได้ยกตัวอย่างความพยายามในอดีต อย่างเช่น บริการวิดีโอสั้น Reels, สตอรี และการเปลี่ยนผ่านมาพึ่งพารายได้จากอุปกรณ์โมบายล์

 

Meta สร้างรายได้ถึง 98% จากโฆษณาดิจิทัล แต่เท่าที่ซักเคอร์เบิร์กพูดถึงโฆษณา เขามองไปยังอนาคตและวิธีที่บริษัทอาจเปลี่ยนการลงทุนในปัจจุบันให้เป็นเงินจากโฆษณา จากการพูดคุยถึงความพยายามของ Meta ในการสร้าง ‘AI ระดับแนวหน้า’ เขากล่าวว่า “มีหลายวิธีในการสร้างธุรกิจขนาดใหญ่ที่นี่ รวมถึงการเพิ่มสเกลการส่งข้อความทางธุรกิจ การนำโฆษณาหรือเนื้อหาแบบชำระเงินมาสู่การโต้ตอบด้วย AI”

 

เขาใช้เวลาพูดถึง Meta Llama 3 โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model: LLM) ตัวล่าสุดของบริษัท และการเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ของ Meta AI ซึ่งเป็นคำตอบของบริษัทต่อ ChatGPT ของ OpenAI ในการต่อกรด้าน AI

 

จากนั้นซักเคอร์เบิร์กก็ย้ายไปที่โอกาสสำหรับการขยายตัวภายในตลาดชุดหูฟัง Mixed Reality อย่างเช่น ชุดหูฟังสำหรับคนทำงานหรือสำหรับคนที่ออกกำลังกาย Meta เพิ่งเปิดให้เข้าถึงระบบปฏิบัติการที่ขับเคลื่อนชุดหูฟัง Quest เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซักเคอร์เบิร์กบอกว่า การเปิดระบบนี้จะช่วยให้ระบบนิเวศของ Mixed Reality เติบโตเร็วขึ้น

 

เขายังพูดถึงแว่นตา AR ของ Meta ด้วย โดยเรียกมันว่า ‘อุปกรณ์ในอุดมคติสำหรับผู้ช่วย AI’ เพราะคุณสามารถทำให้พวกเขามองเห็นสิ่งที่คุณเห็นและได้ยินสิ่งที่คุณได้ยิน

 

ระหว่างนี้หน่วย Reality Labs ของ Meta ซึ่งเป็นที่ทำงานพัฒนาฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับ Metaverse ที่เพิ่งเกิดยังขาดทุนยับต่อเนื่อง Reality Labs รายงานยอดขาย 440 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก และขาดทุน 3.85 พันล้านดอลลาร์ การขาดทุนสะสมของหน่วยนี้มาตั้งแต่สิ้นปี 2020 ทะลุ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.7 แสนล้านบาทแล้ว

 

กระนั้นราคาหุ้นของ Meta ก็ยังเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าในปีที่แล้ว และแม้จะปิดตลาดในวันพุธก็ยังสูงขึ้น 40% ในปี 2024 ราคาเคยทำสถิติสูงสุด 527.34 ดอลลาร์เมื่อต้นเดือนเมษายน

 

หลังจากปี 2022 อันโหดร้ายที่บริษัทสูญเสียมูลค่าไปราว 2 ใน 3 ซักเคอร์เบิร์กดูจะกลับมาได้รับความเชื่อมั่นจาก Wall Street อีกครั้ง

 

ตัวขับเคลื่อนให้ราคาตีกลับมาคือ แผนลดต้นทุนที่ซีอีโอของ Meta ประกาศเมื่อต้นปีที่แล้ว ตอนที่เขาบอกกับนักลงทุนว่า ปี 2023 จะเป็น ‘ปีแห่งประสิทธิภาพ’ บริษัทลดจำนวนพนักงานและตัดโครงการที่ไม่จำเป็น เพื่อการเป็น ‘องค์กรที่แข็งแรงและคล่องตัวขึ้น’

 

ซักเคอร์เบิร์กกล่าวเมื่อวันพุธว่า Meta จะดำเนินงานต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การโยกย้ายทรัพยากรที่มีอยู่ไปใช้ในการลงทุนด้าน AI จะ “ทำให้งบลงทุนของเราขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีความหมาย”

 

คาดว่ารายจ่ายลงทุนปี 2024 จะอยู่ในราว 3.5-4 หมื่นล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 3-3.7 หมื่นล้านดอลลาร์ “เนื่องจากเรายังคงเร่งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนโรดแมปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของเรา” Meta ระบุ

 

ซักเคอร์เบิร์กบอกว่า คาดว่าจะเห็น ‘วัฏจักรการลงทุนที่กินเวลาหลายปี’ ก่อนที่ผลิตภัณฑ์ AI ของ Meta จะขยายไปถึงการให้บริการที่มีกำไร แต่ก็บอกด้วยว่าบริษัท ‘มีประวัติที่ดี’ ในเรื่องนี้

 

ซูซาน ลี หัวหน้าฝ่ายการเงินของ Meta กล่าวสะท้อนคำพูดของซักเคอร์เบิร์กว่า บริษัทต้องการพัฒนารูปแบบขั้นสูงและขยายขนาดผลิตภัณฑ์ออกไป ก่อนที่จะขับเคลื่อนรายได้อย่างมีความหมาย

 

“แม้จะมีศักยภาพสูงในระยะยาว แต่เรายังแค่เริ่มแรกในเส้นทางที่จะเห็นผลตอบแทน” ลีกล่าว

 

แม้แต่ก่อนที่การแถลงข้อมูลจะเริ่มต้นขึ้น นักลงทุนก็เริ่มขายหุ้นที่ถือไว้แล้ว นั่นเป็นเพราะ Meta ออกคาดการณ์รายรับในไตรมาสที่ 2 แบบไม่สดใสนัก บดบังผลประกอบการที่ดีเกินคาดในไตรมาสแรก

 

ขณะที่ราคาหุ้นร่วงหนักซักเคอร์เบิร์กบอกกับนักลงทุนว่า หากพวกเขายินดีจะร่วมเดินทางต่อไป ก็อาจได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าเช่นกัน

 

“โดยปกติแล้วการลงทุนเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เพิ่มขนาดในแอปพลิเคชันของเราเป็นการลงทุนระยะยาวที่ดีมากสำหรับเราและสำหรับนักลงทุนที่อยู่กับเรา และสัญญาณเริ่มต้นที่นี่ก็ค่อนข้างสดใสเช่นกัน” ซักเคอร์เบิร์กกล่าว “แต่การสร้าง AI ชั้นนำจะต้องลงแรงมากกว่าประสบการณ์อื่นๆ ที่เราเพิ่มเติมเข้าไปในแอปของเรา และเรื่องนี้คงใช้เวลาหลายปี”

 

ภาพ: Alex Wong / Getty Images

อ้างอิง:


READ MORE






Latest Stories