Menu
90702

When Harry Met Meghan: สิ่งที่คุณอยากรู้ทั้งหมดเกี่ยวกับเมนูพิเศษในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน

18.05.2018
  • LOADING...
  • Loading...

HIGHLIGHTS

6 Mins. Read
  • แม้เมนูอาหารหลักๆ ที่เสิร์ฟในงานจะยังคงเป็นความลับ แต่ผู้สังเกตการณ์เชื่อว่าจะเน้นไปที่เมนูคลาสสิกจากวัตถุดิบตามฤดูกาลแบบอังกฤษ นั่นรวมไปถึงผักสดๆ อย่างแอสพารากัส ถั่ว และมะเขือเทศ ที่กำลังโตตามฤดูกาล และวัตถุดิบสำหรับอาหารเกือบทั้งหมดจะมาจากเขตใกล้เคียงลอนดอนและจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระราชินี หรือจากวินด์เซอร์
  • ห้องครัวของพระราชวังวินด์เซอร์มีอายุเก่าแก่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในยุคของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ และยังเป็นห้องครัวที่เก๋าที่สุดในประเทศที่ยังคงถูกใช้งานอยู่ โดยเคยปรุงความอร่อยเสิร์ฟแก่พระราชาและพระราชินีอังกฤษมาแล้วถึง 30 พระองค์

ขณะที่โลกจับตาชมนาทีสำคัญซึ่งเป็นวันประกอบพิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ รัชทายาทลำดับที่ 5 แห่งราชวงศ์อังกฤษ กับเมแกน มาร์เคิล พระคู่หมั้น ที่จะจัดขึ้นที่วิหารเซนต์จอร์จ พระราชวังวินด์เซอร์ ในวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคมนี้ THE STANDARD ติดตามอย่างใกล้ชิดถึงรายละเอียดต่างๆ รวมไปสืบหาเมนูเด็ดที่คาดว่าจะถูกนำไปเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารในวันสำคัญสำหรับแขกเหรื่อและบรรดาราชวงศ์อังกฤษ

 

The Tig

 

The Foodie

แต่ก่อนอื่นขอเกริ่นกันสักนิดถึงความชอบในอาหารเป็นพิเศษของอดีตนักแสดงชาวอเมริกันอย่างเมแกน โดยเธอเคยจรดปากกาเขียนบล็อกที่ชื่อ The Tig ที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ที่เน้นเรื่องอาหารเป็นพิเศษ ซึ่งที่มาของชื่อ ‘The Tig’ ก็มาจาก Tignanello ไวน์แดงจากทัสคานีในอิตาลีที่เมแกนโปรดปรานเป็นพิเศษนั่นเอง

 

Photo: @tabletalk_events / Instagram

 

นิตยสาร Town & Country และหนังสือพิมพ์ The Telegraph รายงานว่าเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนเลือกบริษัทเคเทอริงที่ชื่อ Table Talk ซึ่งว่ากันว่าเป็นเจ้าโปรดของราชวงศ์เพื่อมาจัดการเรื่องอาหารสำหรับงานครั้งนี้โดยเฉพาะ โดยเคยเสิร์ฟอาหารให้กับแขกเหรื่อของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงแคเธอรีนมาแล้วเมื่อปี 2011 ทั้งยังเพิ่งจัดงานแต่งให้กับ ปิปปา มิดเดิลตัน และสามี เจมส์ แมทธิวส์ เมื่อฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมา นอกเหนือจากนั้น เว็บไซต์ Food and Wine ยังรายงานอีกว่าเอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ เอ็บบี บุชมานน์ (Ebbi Buchmann) ยังเคยทำอาหารให้กับนายกรัฐมนตรีอังกฤษหลายต่อหลายคนมาแล้ว

 

และแม้เมแกนจะเป็นชาวอเมริกัน แต่พิธีเสกสมรสนั้นยังคงดำเนินตามแบบฉบับราชวงศ์อังกฤษไม่มีเปลี่ยนแปลง นั่นหมายถึงเริ่มต้นด้วยพิธีกรรมทางศาสนา ตามด้วยอาหารเช้าสำหรับพิธีเสกสมรส ต่อด้วยอาหารกลางวันที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นเจ้าภาพ ต่อจากนั้นจึงเป็นงานเลี้ยงรับรองช่วงเย็นที่เป็นการนั่งรับประทานอาหารร่วมกันกับแขกเหรื่อของเจ้าบ่าวและเจ้าสาว (ในกรณีของเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าหญิงเคท ช่วงนี้เสิร์ฟอาหาร 3 คอร์สด้วยกันคือ แซลมอน เนื้อแกะ และขนมหวาน 3 ชนิด ไอศกรีมน้ำผึ้งจากเบิร์กเชียร์ ไทรเฟิลเชอร์รี และพาร์เฟต์ช็อกโกแลต)

 

Photo: www.royalcollection.org.uk

 

In the Royal Kitchen

สำนักข่าว Sky News รายงานถึงการได้รับเชิญเข้าไปสังเกตการณ์ในครัวของพระราชวังวินด์เซอร์ที่กำลังง่วนอยู่กับการเตรียมมื้ออาหารและคานาเป้รับประทานเล่นสำหรับแขกจำนวน 600 คนในงานพิธีที่จะถึงนี้ ซึ่งเชฟประจำราชวงศ์อย่าง มาร์ก ฟลานาแกน (Mark Flanagan) ผู้นำทีมครัวอีกกว่า 30 ชีวิต เผยว่าเจ้าชายแฮร์รีและพระคู่หมั้นทรงพิถีพิถันกับการเลือกเมนูในครั้งนี้

 

“การตัดสินใจมาจากคู่บ่าวสาวทั้งหมด ทีมเราเพียงแค่เสนอแนะในขณะที่พระองค์และว่าที่เจ้าสาวทรงช่วยชิมอาหารทั้งหมด นั่นรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ด้วย” เชฟใหญ่ประจำครัวราชวงศ์อังกฤษยังเสริมอีกว่า “ทั้งสองต้องการใช้วัตถุดิบท้องถิ่นทั้งหมด และพยายามเลือกให้ตรงกับฤดูกาลตลอดทั้งเมนู และโชคดีที่อากาศของอังกฤษช่วงนี้ดี จึงสามารถทำให้เกิดขึ้นได้”

 

ทั้งนี้แม้เมนูอาหารหลักๆ ที่เสิร์ฟในงานจะยังคงเป็นความลับสุดยอด แต่ผู้สังเกตการณ์ทั้งหลายเชื่อกันว่าจะเน้นไปที่เมนูคลาสสิกจากวัตถุดิบตามฤดูกาลแบบอังกฤษ นั่นรวมไปถึงผักสดๆ อย่างแอสพารากัส ถั่ว และมะเขือเทศ ที่กำลังเติบโตเต็มที่ตามฤดูกาล วัตถุดิบสำหรับอาหารเกือบทั้งหมดจะมาจากเขตใกล้เคียงลอนดอนและจากสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับพระราชินี หรือจากวินด์เซอร์

 

ภาพจิตรกรรม The Kitchen at Windsor Castle

โดยจิตรกร เจมส์ สเตฟานอฟฟ์ (James Stephanoff) ปี 1818

 

เชฟมาร์กเผยอีกว่า “เราใช้ผลผลิตจากที่ดินหลวงของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 โดยต้องการให้วัตถุดิบพระเอกของจานนั้นโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของมันเอง จะไม่เน้นอาหารที่แปลกและไม่คุ้นเคย แต่เน้นอาหารสไตล์คลาสสิกแบบอังกฤษ และต้องผ่านการทดสอบทุกขั้นตอน”

 

ห้องครัวของพระราชวังวินด์เซอร์มีอายุเก่าแก่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ในยุคของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ และยังเป็นห้องครัวที่เก๋าที่สุดในประเทศที่ยังคงถูกใช้งานอยู่ โดยเคยปรุงความอร่อยเสิร์ฟแก่พระราชาและพระราชินีอังกฤษมาแล้วถึง 30 พระองค์

 

เมนูแอสพารากัสสีขาวตามฤดูกาลแบบอังกฤษ โดยเริ่มเข้าหน้าแอสพารากัสช่วงวันเซนต์จอร์จ วันที่ 23 เมษายน

 

เชฟเซลวิน สโตบี (Selwyn Stoby) พ่อครัวพาสทรีประจำพระองค์กำลังตระเตรียมขนมทรัฟเฟิลช็อกโกแลตที่ผสมนม ซึ่งจะเป็นเมนูเสิร์ฟที่งานเลี้ยงต้อนรับและงานปาร์ตี้ส่วนตัว “ผมว่าคงไม่มีโอกาสบ่อยๆ ในชีวิตได้จะรับเกียรติให้ทำอาหารเสิร์ฟในพิธีเสกสมรสของราชวงศ์ ดังนั้นนี่เป็นโอกาสที่พิเศษมากๆ” พาสทรีเชฟยังเสริมอีกว่า “ความพิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียดในงานนี้มันน่าทึ่งมากครับ” ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ ด้วยความสนใจด้านอาหารเป็นทุนเดิมของเมแกนนั้นทำให้เธอให้ความสนใจในการตระเตรียมมื้อนี้เป็นพิเศษ ทั้งนี้ยังคาดว่าในงานจะมีการเสิร์ฟไวน์แดงแสนโปรดของเมแกนอย่าง Tignanello จากอิตาลีอย่างแน่นอนอีกด้วย

 

เชฟแคลร์ พทัก แห่งร้าน Violet Cakes ผู้รังสรรค์เค้กพิเศษในงานนี้

Photo: @violetcakeslondon / Instagram

 

Say Yes to The Cake

มาถึงเค้กแต่งงานซึ่งถูกจับตามองไม่แพ้มื้อหลักๆ ของงาน เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ทางพระราชวังเคนซิงตันออกมากลบข่าวลือของสื่ออังกฤษที่ว่าจะเสิร์ฟเค้กกล้วยหอมที่งานพิธี โดยประกาศว่า เชฟแคลร์ พทัก (Claire Ptak) พาสทรีเชฟจากแคลิฟอร์เนียที่ย้ายมาเปิดร้าน Violet Cakes ซึ่งเป็นร้านเค้กออร์แกนิกในกรุงลอนดอน เป็นผู้รับหน้าที่ออกแบบและทำจัดทำเค้กแต่งงานสุดพิเศษนี้ ซึ่งเค้กนั้นเป็นเค้กมะนาวและดอกเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ ซึ่งจากการสังเกตแล้ว เค้กที่เน้นการใช้ดอกไม้นั้นเป็นสิ่งที่เชฟขนมหวานคนนี้ถนัด ทั้งทางการยังระบุในทวิตเตอร์อีกว่า “ตัวเค้กจะฉาบหน้าด้วยครีม เนย และตกแต่งด้วยดอกไม้สด”

 

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานนั้น พระราชวังเคนซิงตันระบุไว้ในแถลงการณ์พิธีเสกสมรสครั้งนี้ว่าราชวงศ์อังกฤษจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นหลัก เช่น ค่าบริการใช้โบสถ์ วงดนตรี ดอกไม้ ของประดับต่างๆ ตลอดจนงานพิธีต้อนรับทั้งหมด

 

 

สำหรับใครที่เกาะขอบจอชมการถ่ายทอดสดของเจ้าชายแฮร์รี พระโอรสพระองค์เล็กในเจ้าหญิงไดอานาแห่งเวลส์ทรงสละโสดอย่างใกล้ชิด งานพิธีจะเริ่มต้นขึ้นเวลา 12.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 18.00 น. ของบ้านเรา ทั้งคู่จะขึ้นรถม้าจากโบสถ์เซนต์จอร์จโดยผ่านตัวเมืองของวินด์เซอร์ เพื่อเดินทางไปยังพระราชวังวินด์เซอร์ โดยผ่านสวนเดอะลองวอล์ก (The Long Walk) และเปิดโอกาสให้ประชาชนกว่า 2,000 คนได้ยลโฉมข้าวใหม่ปลามันทั้งสองด้วย

 

งานฉลองแห่งชาติ(อังกฤษ)แบบนี้ แนะนำให้กลับบ้านเร็วหรือตรงดิ่งเข้าผับอังกฤษ เปิดเครื่องดื่มเย็นๆ สักแก้วมานั่งชมยาวๆ กันไปจะได้อารมณ์มาก

 

อ้างอิง:

FYI

 

 

  • The Tig ซึ่งเป็นบล็อกและอินสตาแกรมด้านไลฟ์สไตล์ของเมแกนที่นำเสนอเรื่องของอาหารและรีวิวอาหาร ปิดตัวไปตั้งแต่เธอเริ่มคบหาดูใจกับเจ้าชายแฮร์รีแห่งราชวงศ์อังกฤษ
  • พิธีเสกสมรสของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกนจะจัดขึ้นที่โบสถ์เซนต์จอร์จที่พระราชวังวินด์เซอร์ และหลังจากทั้งคู่ขึ้นรถม้าเคลื่อนไปตามถนนในวินด์เซอร์แล้ว ทั้งสองจะร่วมรับประทานอาหารที่จัดโดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ร่วมกับแขกผู้มีเกียรติที่สถานที่ต้อนรับเซนต์จอร์จฮอลล์ จากนั้นจึงไปร่วมรับประทานอาหารเย็นที่จัดโดยเจ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ ที่ฟร็อกมอร์เฮาส์ร่วมกับแขกเหรื่อกว่า 200 ชีวิต
  • คุณแม่ของเมแกน มาร์เคิล เป็นแขกคนเดียวที่จะเดินทางจากอเมริกามาร่วมเป็นสักขีพยาน โดยจะมาถึงก่อนเพื่อเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ดยุกแห่งเอดินบะระ, เจ้าชายชาร์ลส์ ดัชเชสแห่งคอร์นวอล และเจ้าชายวิลเลียม 
  • LOADING...
  • Loading...

READ MORE

FOLLOW US