×

CRC คงกลยุทธ์ทางธุรกิจระยะยาวแม้ระยะสั้นโดนกระทบจากโควิด ขณะที่แนวโน้มรายได้ปี 64 หดตัวเล็กน้อยก่อนฟื้นตัวดีขึ้นในปี 65

06.09.2021
  • LOADING...
CRC

เกิดอะไรขึ้น:

บมจ.เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น (CRC) ได้ประกาศคงกลยุทธ์ในระยะยาวของบริษัทไว้ แม้ในระยะสั้นได้รับผลกระทบจากโควิด โดยสรุปได้ 3 ประเด็นดังนี้

 

  1. CRC ตั้งเป้าเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกแบบ Omni-Channel ในประเทศไทยและเวียดนาม โดยยอดขายผ่านแพลตฟอร์ม Omni-Channel ของบริษัทเพิ่มขึ้นสู่ 15% ของยอดขายใน 1H64 และ 19% ของยอดขายในเดือนกรกฎาคม และบริษัทตั้งเป้าเพิ่มยอดขายผ่านแพลตฟอร์ม Omni-Channel สู่ 20% ของยอดขายในปี 2565 ผ่านทางการเพิ่ม SKU และฟีเจอร์ และขยายความครอบคลุม 

 

ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบช่วงกลางปี 2564 กับช่วงต้นปี 2563 พบว่ายอดขายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างเดียวเพิ่มขึ้น 2 เท่าหลังจากเปิดตัวแอปพลิเคชันใหม่บนโทรศัพท์มือถือ (Central และ Tops สำหรับธุรกิจในประเทศไทย และ GO! สำหรับธุรกิจอาหารในเวียดนาม) และบริการ Quick Commerce (บริการจัดส่งด่วนสำหรับธุรกิจอาหารในประเทศไทยและเวียดนาม) ขณะที่ยอดขายผ่านช่องทาง O2O ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 8 เท่า โดยเกิดจากการขยายบริการ Personal Shopper, Social Commerce และ E-Ordering (การสั่งสินค้าจากสาขาอื่น ในกรณีที่สินค้าไม่มีจำหน่ายในร้าน) 

 

สำหรับยอดขายผ่านแพลตฟอร์ม Omni-Channel ในช่วงกลางปี 2564 นั้น 50% ได้มาจากช่องทางออนไลน์อย่างเดียว และ 50% ได้มาจากช่องทาง O2O (เทียบกับ 90:10 ในช่วงต้นปี 2563) โดยที่ทั้งสองช่องทางสามารถทำกำไรได้ 

 

  1. CRC จะยังคงมุ่งเน้นการขยายสาขาในธุรกิจอาหารและธุรกิจฮาร์ดไลน์ในประเทศไทย (โดยเฉพาะในต่างจังหวัด) และธุรกิจอาหารในเวียดนาม ประการที่สาม CRC จะเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานผ่านทางการปรับปรุงและเปลี่ยนโฉมร้านในธุรกิจแฟชั่น และผนึกกำลังธุรกิจในเครือเพิ่มเติม 

 

  1. CRC วางแผนเปิดตัวร้านค้ารูปแบบใหม่ในธุรกิจอาหารและธุรกิจฮาร์ดไลน์ให้สอดคล้องกับโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทยในช่วงปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565 และมองหาโอกาสทำ M&A ในธุรกิจหลัก ธุรกิจออนไลน์ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชน

 

กระทบอย่างไร: 

ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้น CRC ปรับตัวลง 1.6%MoM สู่ระดับ 34.25 บาท ขณะที่ SET Index ปรับตัวขึ้น 3.7%MoM สู่ระดับ 1,648.37 จุด (ข้อมูล ณ วันที่ 6 กันยายน 2564)

 

มุมมองระยะสั้น:

แนวโน้มยอดขายสาขาเดิม (SSS) 3Q64 ของ CRC ลดลงราว 30%YoY โดยหลักมาจากธุรกิจในไทยและเวียดนาม โดยในประเทศไทย (73% ของยอดขาย) ได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่สีแดงเข้มตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2564 ส่งผลทำให้บริษัทต้องปิดพื้นที่ขายสุทธิ (NSA) ซึ่งคิดเป็น 40% ของพื้นที่ทั้งหมด และปิดพื้นที่เช่าสุทธิ (NLA) 60% 

 

หลังจากร้านค้ากลับมาเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 กันยายน จำนวนผู้เข้าใช้บริการ (Traffic) ก็ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับช่วงหลังคลายมาตรการล็อกดาวน์ในกลาง 2Q63 แม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในรอบนี้สูงกว่า ขณะที่ในเวียดนาม (21% ของยอดขาย) มาตรการล็อกดาวน์ในโฮจิมินห์และบางจังหวัดส่งผลทำให้บริษัทต้องปิด NSA 35% และปิด NLA 60% ในธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาหาร โดยมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 6 กันยายน

 

ด้านแนวโน้มรายได้ปี 2564 CRC คาดว่าจะลดลงในอัตราเลขเดียวระดับต่ำ YoY หลังจากการรวมผลกระทบจากการระบาดของโควิดเข้ามา ขณะที่อัตรากำไรคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น 30-50 bps YoY จากการมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น และการมีสินค้า Private Brand ในธุรกิจฮาร์ดไลน์และธุรกิจอาหารเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีการรับรู้รายได้จากการซื้อกิจการของ COL ซึ่งมีอัตรากำไรสูงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่อัตราส่วน SG&A ต่อรายได้รวมจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 30% (เทียบกับ 29% ในปี 2563) เพราะได้รายที่ลดลง 

 

มุมมองระยะยาว:

ด้านแนวโน้มรายได้ปี 2565 CRC คาดว่าจะปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มสูงขึ้นจะช่วยยับยั้งการระบาดของโควิด ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องล็อกดาวน์ โดยยอดขายจะเพิ่มขึ้นจากการขยายและปรับปรุงสาขา แพลตฟอร์ม Omni-Channel ขยายตัวมากขึ้น และรูปแบบธุรกิจใหม่

 

ในระยะกลางถึงยาว ธุรกิจในประเทศไทยและเวียดนามจะเป็นประเทศสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของ CRC โดยได้รับการสนับสนุนจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อพิจารณาที่หน่วยธุรกิจ ธุรกิจฟู้ดและธุรกิจฮาร์ดไลน์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตสำหรับการขยายธุรกิจ 

 

ขณะที่ธุรกิจแฟชั่นจะมุ่งเน้นไปที่การปรับเปลี่ยนและฟื้นฟูร้านค้า แพลตฟอร์ม Omni-Channel ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตอีกหนึ่งช่องทางใหม่ๆ และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรจากการขายในปริมาณที่มากขึ้นและการบริหารผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงและต้นทุนโลจิสติกส์ได้ดีขึ้น

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising