×

มัลลิกาลุยตลาดบางกะปิฟังเสียงสะท้อนเกณฑ์บัตรคนจนใหม่ ทำคนกตัญญูหลุดสิทธิ แนะส่ง Mobile Unit ลงชุมชนช่วยลงทะเบียน

โดย THE STANDARD TEAM
05.06.2026
  • LOADING...
มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ลงพื้นที่ตลาดบางกะปิพูดคุยกับประชาชน

วันนี้ (5 มิถุนายน) มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ตลาดบางกะปิพบปะประชาชน รับฟังความคิดเห็นสะท้อนปัญหาเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้อง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยประชาชนได้สะท้อนปัญหาเกี่ยวกับความเป็นห่วงสถานการณ์เศรษฐกิจ เนื่องจากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนลดลงทำให้การค้าซบเซา ผู้ค้าส่วนใหญ่ยอมรับว่าแม้จะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ก็ยังไม่ฟื้นฟูเพียงพอ สถานการณ์การค้าขายยังไม่กลับมาเหมือนเดิมจึงอยากให้รัฐบาลและแม้กระทั่งผู้ว่าฯ กทม. ช่วยเหลือประชาชนด้วยมาตรการเพิ่มเติม

 

มัลลิกากล่าวว่า จากการรับฟังเสียงประชาชนวันแรกของการเปิดยืนยันสิทธิและลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 (4 มิถุนายน 2569) เสียงสะท้อนที่พบมีทั้งด้านบวกและด้านลบ แต่ประเด็นที่ถูกวิจารณ์มากที่สุดคือ เกณฑ์คัดกรองใหม่ ที่ประชาชนจำนวนหนึ่งมองว่าเข้มงวดเกินไป

 

มัลลิกายังกล่าวอีกว่า เสียงตำหนิรัฐบาลที่พบส่วนมาก คือเกณฑ์ลูกลดหย่อนภาษีเท่ากับพ่อแม่ไม่จน ซึ่งไม่สะท้อนความจริง หลายครอบครัวระบุว่าลูกมีรายได้เพียงพอสำหรับการลดหย่อนภาษี แต่ไม่ได้มีศักยภาพดูแลพ่อแม่เต็มรูปแบบ ผู้สูงอายุจำนวนมากยังต้องพึ่งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ถูกมองว่าเป็นการลงโทษคนกตัญญูมากกว่าช่วยคนจน

 

นอกจากนี้ ขั้นตอนทางดิจิทัลซับซ้อนเกินไป ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่มีสมาร์ตโฟน จำรหัสผ่านหรือเบอร์โทรศัพท์เดิมไม่ได้ ยืนยันตัวตนผ่านแอปไม่สำเร็จ ต้องเดินทางไปธนาคารหลายรอบ คนจนจริงกลัวหลุดสิทธิ มีความกังวลว่าการตรวจสอบทรัพย์สินและข้อมูลทางการเงินละเอียดขึ้น บางคนมีทรัพย์สินเล็กน้อย แต่รายได้ไม่พอใช้ เกรงว่าจะถูกตัดสิทธิทั้งที่ยังลำบากอยู่จริง

 

รวมถึงการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง หลายคนเพิ่งทราบว่าต้องมายืนยันสิทธิใหม่ เพราะเข้าใจผิดว่าผู้ถือบัตรเดิมจะได้รับสิทธิอัตโนมัติ

 

มัลลิกากล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลควรปรับปรุง เปลี่ยนจากดูฐานะลูก เป็นดูรายได้จริงของผู้สูงอายุ ควรใช้ข้อมูลรายได้ เงินฝาก และค่าใช้จ่ายของผู้สมัครเป็นหลัก ไม่ควรตัดสิทธิเพียงเพราะลูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี และระบบอุทธรณ์ด่วนหากถูกตัดสิทธิ ควรสามารถยื่นอุทธรณ์ผ่านแอปพลิเคชัน, สำนักงานเขต, อบต. หรือ ศูนย์บริการประชาชน และต้องรู้ผลภายใน 15-30 วัน

 

มัลลิกายังเสนอรัฐบาลว่า ควรมี Mobile Welfare Unit ส่งรถบริการเคลื่อนที่เข้า ชุมชนแออัด ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง แทนการให้เดินทางมาธนาคาร ใช้ AI คัดกรองความยากจนเชิงลึก เชื่อมข้อมูลรายได้ ค่าน้ำ ค่าไฟภาระหนี้ สมาชิกในครัวเรือน ผู้ป่วยติดเตียง จะสะท้อนความยากจนจริงได้มากกว่าการดูเพียงเอกสารภาษี ปรับสวัสดิการให้ยืดหยุ่น ปัจจุบันคนจนในเมืองมีต้นทุนชีวิตสูงกว่าชนบทมาก เช่น ในกรุงเทพฯ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร จึงควรมีดัชนีค่าครองชีพรายพื้นที่ในการกำหนดสิทธิ

 

“เสียงสะท้อนหลักของวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ไม่ได้อยู่ที่การเปิดลงทะเบียน แต่เป็นความไม่พอใจต่อเกณฑ์คัดกรองใหม่ โดยเฉพาะประเด็นการนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีจนทำให้เสี่ยงถูกตัดสิทธิ ซึ่งถูกวิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าขาดความยืดหยุ่นและไม่สะท้อนความเป็นจริงของครัวเรือนไทยจำนวนมาก ขณะที่ปัญหาเชิงปฏิบัติยังคงเป็นเรื่องผู้สูงอายุเข้าถึงระบบดิจิทัลได้ยากและการประชาสัมพันธ์ที่ยังไม่ทั่วถึง” มัลลิกากล่าว

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising