×

รู้จัก ‘Live Lighter’ แนวคิดใหม่ของการลดน้ำหนักสู่ผลลัพธ์ที่ ‘เบากาย เบาใจ’ กับ นพ.ฉัตรพล จาก IDL Hospital & Clinic [Advertorial]

โดย THE STANDARD TEAM
15.09.2026
  • LOADING...
ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic

ตัวเลขบนตาชั่ง อาจไม่ใช่สิ่งที่หนักใจที่สุดสำหรับคนที่กำลังพยายามลดน้ำหนัก แต่คือความเหนื่อยล้าและแรงกดดันจากคนรอบข้าง การถูกตัดสินแบบเหมารวมว่า คนที่อ้วน คือคนที่ไม่มีวินัยหรือดูแลตัวเองไม่ดี ความคิดที่ค่อยๆ ซึมลึก กลายเป็นความไม่พอใจในรูปร่างของตัวเอง

 

ในทางการแพทย์เรียกภาวะนี้เรียกว่า ‘Weight Related Self Stigma’ หรือการเอาอคติเชิงลบเรื่องน้ำหนักจากสังคมมาตัดสินและลดคุณค่าของตัวเอง

 

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Behavioral Medicine พบว่า คนที่ต้องเผชิญกับการถูกตีตราเรื่องน้ำหนัก ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดออกมามากกว่าปกติ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะส่งสัญญาณให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง แล้วสั่งกักเก็บไขมันในช่องท้องเพิ่มขึ้น หนำซ้ำยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายเพราะกลัวสายตาคนอื่น

 

คนที่กำลังประสบปัญหานี้ จะเกิดวงจรที่วนซ้ำไปเรื่อยๆ ส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม และหลายคนแยกไม่ออกว่ากำลังดูแลสุขภาพ หรือกำลังทำร้ายตัวเองอยู่กันแน่

 

จึงเป็นที่มาของแคมเปญ ‘HERE WE GO! Live Lighter ชีวิตที่เบากว่า หยุดโรคอ้วน เริ่มสุขภาพดีไปด้วยกัน’ จาก Novo Nordisk ที่จัดเวทีเสวนาชวนตั้งคำถามใหม่กับการลดน้ำหนัก ผ่านแนวคิด Live Lighter ที่เน้นว่า การดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงตัวเลขหรือรูปร่าง (LIVE) แต่คือการได้ ‘คืนชีวิต’ และความสุขทางใจกลับมา (LIGHTER)

 

แล้วในทางปฏิบัติ การลดน้ำหนักที่ถูกต้องจนนำไปสู่ชีวิตที่ ‘เบาทั้งกาย เบาทั้งใจ’ เริ่มต้นจากตรงไหน

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 1

 

THE STANDARD ชวน หมออ้นนพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง (ว.34324) ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital&Clinic โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งเฉพาะทางที่ขยายบทบาทมาสู่การดูแลด้านการลดน้ำหนัก(Program IDL Body Reset)อย่างจริงจัง มาไขคำตอบว่า ทำไมการลดน้ำหนักจึงต้องเริ่มจากการเข้าใจตัวเอง เข้าใจสุขภาพแบบองค์รวม และเลือกวิธีที่เหมาะกับร่างกายของแต่ละคน

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 2

 

เพราะ ‘น้ำหนัก’ คือภาพลักษณ์

 

หมออ้นบอกเหตุผลที่ IDL Hospital&Clinic ตัดสินใจเปิดตัว ‘โปรแกรมดูแลรูปร่าง’(IDL Body Reset) เพราะ ‘น้ำหนัก’ เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ ความสวยงาม และสุขภาพ ผนวกกับความพร้อมด้านเทคโนโลยีและศักยภาพทางการแพทย์ที่พร้อมรองรับการรักษาคนไข้ที่มีน้ำหนักเกิน

 

“จริงๆ การดูแลรูปร่างก็มีความเกี่ยวข้องกับงานศัลยกรรมตกแต่งอยู่แล้ว เพราะปกติคนไข้ที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน มาทำศัลยกรรมผลลัพธ์มักจะออกมาดี แต่กลุ่มคนไข้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน ต่อให้หมอจะทำศัลยกรรมดีแค่ไหน ผลลัพธ์ก็อาจจะไม่ดีเท่าที่ควร พอมองเป็นองค์รวมจะพบว่า ถ้าเรามีการดูแลเรื่องการลดน้ำหนักให้กับคนไข้ที่มาปรึกษาไปด้วย มันจะช่วยส่งผลต่องานศัลยกรรมตกแต่งโดยตรง เพราะคอนเซ็ปต์ของเราคือ ถ้าอยากสวยและปลอดภัย ต้องเริ่มจากการมีสุขภาพที่ดีก่อน”

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 3

 

โรคอ้วนคือโรค ไม่ใช่แค่เรื่องวินัย

 

ประเด็นสำคัญที่หมออ้นเน้นย้ำคือ ความเข้าใจผิดเรื่อง ‘ความอ้วน’ ที่คนส่วนใหญ่เหมารวมว่า คนน้ำหนักเกินคือคนที่ไม่มีวินัยในการดูแลตัวเอง เพราะในความเป็นจริงแล้ว กลไกของร่างกายซับซ้อนกว่านั้นมาก

 

“ปัญหาน้ำหนักของคนยุคนี้กระทบชีวิตและความรู้สึกหลายมิติมาก สังคมมักคิดว่าโรคอ้วนเกิดจากวินัยในการกินอย่างเดียว ซึ่งเป็นแค่ส่วนหนึ่ง ความเป็นจริงสาเหตุของโรคอ้วนมีมากกว่าหนึ่งอย่าง กลุ่มแรกคือพลังงานเกินจากพฤติกรรมกินมากกว่าใช้ ซึ่งวินัยมีส่วนสำคัญ แต่อีกกลุ่มหนึ่งเป็นเรื่องของกลไกในร่างกาย เช่น สมองส่วนควบคุมความหิวทำงานผิดปกติ หรือฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความอิ่มอย่างเลปตินและเกรลินเสียสมดุลจนควบคุมความอยากอาหารได้ยาก รวมถึงพันธุกรรมที่ทำให้คนมีความเสี่ยงมากขึ้นหากพ่อแม่มีน้ำหนักเกิน”

 

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอย่างการนอนน้อย หรือการใช้ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ หรือยาทางจิตเวช ไปจนถึงการมีโรคประจำตัวไม่ว่าจะเป็น ไทรอยด์ต่ำ ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) หรือกลุ่มอาการ Cushing Syndrome ซึ่งต้องได้รับการรักษาโรคต้นตอก่อน

 

“นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม โรคอ้วนควรถูกมองเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องประเมินให้ครบก่อนว่ามีสาเหตุทางกายอื่นแฝงอยู่หรือไม่ ถ้ามีก็ต้องรักษาส่วนนั้นก่อน แต่ถ้าไม่มี หรือรักษาแล้วน้ำหนักยังเกินอยู่ สุดท้ายก็ต้องกลับมาจัดการที่พฤติกรรม”

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 4

 

อันตรายจากการลดน้ำหนักแบบไม่มีความรู้

 

ความเชื่อเรื่องการลดน้ำหนักที่หมออ้นมองว่าอันตรายที่สุดคือ ‘ลดน้ำหนักแบบไม่มีความรู้’

 

“เมื่อไหร่ก็ตามที่คนไข้เข้าใจว่าการลดน้ำหนักคือการอดอาหารอย่างเดียวอันนี้อันตรายแน่นอน การลดน้ำหนักที่ถูกต้องยังคงกินได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องกินให้ถูกสัดส่วน คำนวณและควบคุมแคลอรีให้สมดุล ควบคู่กับการปรับไลฟ์สไตล์ ขยับร่างกายมากขึ้น และออกกำลังกาย โดยเฉพาะเวทเทรนนิ่ง

 

หมออ้นบอกว่า ผลกระทบของการลดน้ำหนักแบบไม่มีความรู้ อาจนำไปสู่ภาวะขาดสารอาหาร หรือรุนแรงถึงขั้นช็อกจนต้องเข้า ICU ส่วนในแง่จิตใจ การถูกกดดันเรื่องภาพลักษณ์จนต้องฝืนไม่กินอาหารที่เคยชอบ กลายเป็นความเครียดและนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 5

 

“พอน้ำหนักเพิ่ม รูปร่างเปลี่ยน ความมั่นใจก็ลดลง โดยเฉพาะคนที่มีน้ำหนักมากๆ ค่อนข้างน่าเห็นใจ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่มีวินัย หลายคนพยายามอย่างหนักและพยายามมาทุกวิถีทางแล้วจริงๆ แต่ทำไม่ได้ด้วยข้อจำกัดของร่างกายและฮอร์โมน สุดท้ายจึงจำเป็นต้องใช้การรักษาทางการแพทย์เข้ามาช่วย เพื่อพาเขาออกจากวงจรนี้อย่างถูกต้องและปลอดภัย”

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 6

 

แนวคิด ‘Live Lighter’ จึงกลายเป็นแนวคิดสำคัญของการลดน้ำหนักที่ถูกพูดถึงในตอนนี้

 

“คนส่วนใหญ่มักใช้ตัวเลขบนตราชั่งเป็นตัวชี้วัดว่าหุ่นดีหรือยัง ซึ่งความจริงแล้วค่า BMI และตัวเลขบนตาชั่งไม่ใช่คำตอบทั้งหมด สิ่งที่สะท้อนผลลัพธ์ได้ดีที่สุดคือความรู้สึกของตัวเองเวลาเห็นร่างกายในกระจก หากคุมอาหาร ออกกำลังกาย แล้วรูปร่างดีขึ้น พุงลดลง สัดส่วนชัดขึ้น นั่นแปลว่ามาถูกทางแล้ว แม้น้ำหนักจะไม่ได้ลดลงมาก เพราะถ้าลดอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะมีเวทเทรนนิ่งร่วมด้วย น้ำหนักอาจลดไม่เร็ว เนื่องจากมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นมาแทน”

 

หมออ้นแนะนำว่า ให้ถ่ายรูปตัวเองเป็นระยะๆ แล้วเทียบความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่ตาเห็น มากกว่าเร่งรัดตัวเองให้ลดน้ำหนักเยอะๆ ภายในเวลารวดเร็ว เพราะนอกจากจะเครียดแล้ว น้ำหนักที่ลดลงเร็วเกินไปอาจหมายถึง กล้ามเนื้อที่เสียไป

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 7

 

ทีมแพทย์ต้นแบบและการรักษาเฉพาะบุคคล

 

เมื่อถามว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้ IDL แตกต่างจากที่อื่น หมออ้นบอกว่า บุคลากรและแพทย์ในโรงพยาบาลต้องมี ‘ภาพลักษณ์ที่ดี’

 

“บุคลากรต้องดูแลตัวเองให้เป็นตัวอย่างก่อน รวมถึงตัวผมด้วย เพราะถ้าคนให้คำแนะนำยังทำไม่ได้ คำแนะนำนั้นก็จะไม่มีน้ำหนัก คนไข้จะเชื่อหรือไม่เชื่อ ส่วนหนึ่งมาจากสิ่งที่เขาเห็นด้วย และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมทีมแพทย์ของเราต้องดูแลตัวเองให้เป็นตัวอย่าง”

 

ส่วนเรื่องของกระบวนการรักษาทุกเคส จะเริ่มจากการประเมินคนไข้อย่างละเอียด แบ่งความรุนแรงเป็น Mild, Moderate และ Severe แล้วส่งต่อไปตามแผนการรักษา อย่างกลุ่มที่รุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อน เช่น Sleep Apnea หรือปวดข้อรุนแรง อาจจำเป็นต้องผ่าตัดลดขนาดกระเพาะ เพราะการใช้ยาหรือปากกาลดน้ำหนักอาจไม่ทัน ซึ่งโรงพยาบาลรองรับได้ครบทั้งการผ่าตัดและพักฟื้น

 

ส่วนกลุ่มปานกลางถึงน้อย แพทย์จะประเมินทั้ง BMI และไลฟ์สไตล์ โดยเน้นการให้ความรู้ คำแนะนำ และปรับไลฟ์สไตล์เป็นหลักก่อนจะพิจารณาการใช้ยาหรือวิธีอื่นๆ ถ้ายังไม่ดีขึ้น

 

“อย่างที่กำลังเป็นเทรนด์ตอนนี้คือ การกินโปรตีน จริงๆ เป็นสิ่งที่ถูกแต่ต้องขยายความ เพราะโปรตีนคือวัตถุดิบในการสร้างกล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้อเปรียบเหมือนเตาเผาพลังงาน ยิ่งมีกล้ามเนื้อมาก ร่างกายก็ยิ่งใช้พลังงานได้มาก เวลาเราออกกำลังกาย กล้ามเนื้อจะเกิดการฉีกเล็กๆ แล้วซ่อมแซมตัวเองให้แข็งแรงขึ้น หรือที่เรียกว่า Hypertrophy ซึ่งต้องอาศัยโปรตีนเป็นวัตถุดิบ แต่ถ้าคุณกินโปรตีนอย่างเดียว แล้วไม่ออกกำลังกาย มันไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เปรียบเหมือนมีแต่วัตถุดิบกองไว้ แต่ไม่มีคนงานมาสร้าง สุดท้ายก็ไม่ได้อะไร และเสียเงินเปล่า”

 

ภาพ นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง ผู้บริหารและศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง จาก IDL Hospital & Clinic 8

 

นวัตกรรมที่วัดผลลัพธ์ได้จริง สู่การดูแลรูปร่างแบบครบวงจร

 

สำหรับหลักในการเลือกนวัตกรรมของ IDL หมออ้นบอกว่า ยึด ‘Evidence-Based Medicine’ ทุกอย่างต้องมีหลักฐานทางวิชาการและงานวิจัยรองรับ อะไรที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอต่อให้เป็นเทรนด์ก็จะไม่เอามาใช้

 

“เราไม่ได้ดูคู่แข่งว่าใครมีอะไรแล้วต้องมีตาม แต่ดูว่าอะไรถูกต้องและมีประโยชน์กับคนไข้จริง ถ้ายังไม่ใช่ข้อเท็จจริง หรือยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ ต่อให้เป็นเทรนด์ก็จะไม่เอามาใช้ เพราะสุดท้ายอาจเกิดผลเสียตามมา”

 

“เวลาพูดถึงนวัตกรรม หัวใจสำคัญคือ ‘ระบบการวัดผล’ ต้องรู้ลึกไปถึงขั้นที่ว่าน้ำหนักที่หายไปนั้นมันลดจากอะไร อย่างกรณีคนไข้ใช้ปากกาลดน้ำหนัก 1–2 สัปดาห์ เราต้องตรวจสอบว่าน้ำหนักที่หายไปคือไขมันหรือเป็นกล้ามเนื้อ โดยใช้เครื่อง InBody เข้ามาวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกายอย่างละเอียด พร้อมทั้งเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเพื่อช่วยให้แพทย์ติดตามผลและปรับแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ

 

“นอกจากเรื่องการลดน้ำหนักแล้ว อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิกที่เราพบบ่อยมากในกลุ่มคนวัยทำงานหรือคนที่ลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วก็คือ ปัญหาผิวหย่อนคล้อยตามมา ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใบหน้า ต้นแขน หรือหน้าท้อง ซึ่งจุดนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบและนวัตกรรมการดูแลที่สมบูรณ์แบบของ IDL เพราะเราเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งอยู่แล้ว เราจึงสามารถดูแลคนไข้ได้อย่างต่อเนื่องครบวงจร หากคนไข้เริ่มมีผิวส่วนเกินหรือความหย่อนคล้อยหลังจากน้ำหนักลด ทีมแพทย์ก็พร้อมทำศัลยกรรมตกแต่งเพื่อแก้ไขได้ในทุกส่วนของร่างกาย เพื่อให้รูปร่างออกมาสมบูรณ์แบบ”

 

ความปลอดภัยที่ผู้บริโภคต้องรู้

 

“จริงๆ เรื่องความปลอดภัย ก็เหมือนกับการเลือกสถานพยาบาลทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องของยาลดน้ำหนัก อย่างพวกเปปไทด์ ตอนนี้เป็นยาควบคุมพิเศษ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ปลอดภัยจริงๆ ต้องได้รับการสั่งจ่ายจากสถานพยาบาลเท่านั้นการไปซื้อยาทางอินเทอร์เน็ต อันนี้ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าไม่ปลอดภัย ประเด็นต่อมาคือ เมื่อเป็นยาที่ต้องจ่ายผ่านสถานพยาบาล ก็แปลว่าสถานพยาบาลนั้นต้องมีมาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง และแพทย์ที่สั่งยาก็ต้องเป็นแพทย์จริง”

 

เช่นเดียวกับการเลือกโรงพยาบาลหรือแพทย์ ก็ต้องดูว่าแพทย์มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ มีเลข ว. จากแพทยสภา ซึ่งสามารถเช็กชื่อ นามสกุล และเลขใบอนุญาตได้จากเว็บไซต์ของแพทยสภา หรือสถานพยาบาล จะต้องมีใบอนุญาตเปิดสถานพยาบาลจาก สบส. แสดงไว้ชัดเจน เราสามารถนำเลขนั้นไปตรวจสอบกับเว็บไซต์ของ สบส. หรือโทรสอบถามได้ว่าเปิดถูกต้องหรือไม่

 

‘Live Lighter’ จุดเริ่มต้นของชีวิตที่เบาทั้งกายและใจ

 

หมออ้นฝากถึงคนที่กำลังลดน้ำหนักว่า “หลักการมันง่ายมากเลยครับ ในกรณีที่ไม่มีโรคประจำตัวก็คือ “ใช้ให้มากกว่าเอาเข้า” พลังงานที่ใช้ก็คือทุกอย่างที่ทำให้ร่างกายขยับ ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การลุกขยับตัว ถ้านั่งออฟฟิศนานๆ ก็ลุกขึ้นมาเดินบ้าง ขยับแข้งขยับขา แต่ถ้านั่งนิ่งทั้งวัน กลับบ้านก็นอน แล้วกินเพิ่ม แบบนี้มันก็จะกลายเป็นเอาเข้ามากกว่าเอาออก ก็คือกินมากกว่าใช้ แคลอรีก็เกิน”

 

“ผมยังเน้นย้ำเช่นเดิมครับว่า ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร แต่ต้องกินอย่างฉลาด กินให้หลากหลาย ลดน้ำตาล เน้นผัก ผลไม้ โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ก็สามารถลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องทรมานตัวเอง ร่างกายก็เบา ใจก็เบา” หมออ้นกล่าวทิ้งท้าย

 

อ้างอิง:

FYI

*รายชื่อทีมแพทย์เรียงจากซ้ายไปขวา

  1. พญ.ศุภางค์มาศ วัฒนไพศาล (หมอเตย) ว.36267
  2. พญ.กชพร เมณฑกานุวงษ์ (หมอนกยูง) ว.63357
  3. พญ.ธนัยภรณ์ ลิ้มสายพรหม (หมอเค้ก)  ว.73995
  4. นพ.ฉัตรพล คงเฟื่องฟุ้ง (หมออ้น ) ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ว.34324 และ CEO IDL Hospital&clinic
  5. คุณภาพิมณ คงเฟื่องฟุ้ง (คุณกิ่ง) CEO IDL Hospital&clinic
  6. พญ.ธันยรัตน์ หงวนศิริ (หมอแอ๊ม)  ว.69869
  7. นพ.อาริส หวังผล  (หมออาริส)  ว.69325
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising